โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” ประณาม “สหรัฐ” เก็บภาษีประเทศคู่ค้าอิหร่าน 25% เตือนพร้อมใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ม.ค. เวลา 16.27 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. เวลา 07.23 น.

"จีน" ประณาม "สหรัฐ" เก็บภาษีประเทศคู่ค้าอิหร่าน 25% ชี้เป็นการบังคับใช้แบบไม่เลือกหน้า เตือนจีนพร้อมใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของตน

วันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 14.05 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า จีนออกมาตอบโต้เมื่อวันอังคารต่อคำขู่ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จะเรียกเก็บภาษีในอัตรา 25% กับทุกประเทศที่ทำการค้ากับอิหร่าน โดยประณามการใช้มาตรการภาษีดังกล่าวว่าเป็นการบังคับใช้แบบไม่เลือกหน้า

หลิว เผิงอวี่ โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน กล่าวผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า จีนปฏิเสธมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ผิดกฎหมาย และการใช้อำนาจนอกอาณาเขต พร้อมอ้างถึงรายงานข่าวเกี่ยวกับการประกาศภาษีรอบล่าสุดของทรัมป์ โดยเตือนว่าจีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของตน

อิหร่านซึ่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเผชิญการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ จากภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูง เป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับสองให้จีนในปี 2568 ตามข้อมูลของ Foundation for Defense of Democracies สถาบันคลังสมองในกรุงวอชิงตัน โดยเป็นรองเพียงซาอุดีอาระเบียเท่านั้น

ขณะเดียวกัน การวิเคราะห์ของสื่อ Nikkei ระบุว่าเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านจำนวนมาก ซึ่งมีแนวโน้มมุ่งหน้าสู่จีน ถูกพบว่ามีการปลอมแปลงเส้นทางการเดินเรือ เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร

เช่นเดียวกับมาตรการฝ่ายบริหารอื่น ๆ ของทรัมป์ การประกาศภาษีรอบใหม่นี้ถูกเผยแพร่ผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อคืนวันจันทร์ โดยทรัมป์ระบุว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นที่สุดและสิ้นสุดแล้ว อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนว่าการบังคับใช้จะมีรูปแบบอย่างไร และภาษี 25% สำหรับธุรกรรมทุกประเภทที่ทำกับสหรัฐอเมริกาจะถูกเรียกเก็บเพิ่มเติมจากอัตราภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ (reciprocal tariffs) ที่สหรัฐใช้กับแต่ละประเทศอยู่แล้วหรือไม่

สำหรับจีน ปัจจุบันอัตราภาษีดังกล่าวอยู่ที่ 47.5% ภายใต้ข้อตกลงพักรบทางการค้าที่มีผลจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลทรัมป์กำลังพิจารณาทางเลือกทางทหาร เพื่อสนับสนุนผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน โดยมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากความไม่สงบมากกว่า 500 คนแล้ว

ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนยังเผชิญแรงสั่นสะเทือนเพิ่มเติม หลังรัฐบาลทรัมป์เข้าจับกุมผู้นำของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายสำคัญให้จีน เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...