โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหประชาชาติเผย สงคราม 2 ปีฉนวนกาซา ทำลายเศรษฐกิจปาเลสไตน์

JS100

อัพเดต 25 พ.ย. 2568 เวลา 14.57 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2568 เวลา 15.00 น. • JS100:จส.100
สหประชาชาติเผย สงคราม 2 ปีฉนวนกาซา ทำลายเศรษฐกิจปาเลสไตน์

การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด (United Nations Conference on Trade and Development ; UNCTAD) เผยแพร่รายงาน ระบุว่า สงครามในฉนวนกาซาที่เกิดขึ้นเป็นเวลา 2 ปี ร่วมด้วยข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้เศรษฐกิจของปาเลสไตน์ล่มสลาย ความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ที่สร้างผลผลิต และบริการสาธารณะ ทำให้ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมถดถอยลง

เศรษฐกิจหดตัวร้อยละ 87 ในช่วงปี 2566-2567 ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศหรือ GDP ต่อหัวถดถอยลงไป 22 ปีกลับไปอยู่ที่ระดับปี 2546 เหลือเพียง 161 ดอลลาร์ (ราว 5,200 บาท) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในโลก ทำให้วิกฤตที่เกิดขึ้นจัดอยู่ในกลุ่มวิกฤตที่เลวร้ายที่สุด 10 อันดับแรกของโลก นับตั้งแต่ปี 2503 บ่งชี้ว่าดินแดนแห่งนี้ต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากนานาชาติเป็นวงกว้าง โดยอาจใช้งบประมาณมากกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์ และอาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูหลายสิบปี

ส่วนเศรษฐกิจในเขตเวสต์แบงก์ถดถอยรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มการบันทึกข้อมูลในปี 2515 เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเดินทางและการเข้าถึง ประกอบกับการสูญเสียโอกาสในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ มีการใช้ความรุนแรง การขยายตัวของการตั้งถิ่นฐานอย่างรวดเร็ว และข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายแรงงาน

รายงานของอังค์ถัด เรียกร้องให้มีแผนการฟื้นฟูที่ครอบคลุม โดยรวบรวมการประสานงานความช่วยเหลือระหว่างประเทศ การฟื้นฟูระบบการคลัง และมาตรการต่างๆ เพื่อลดข้อจำกัดด้านการค้า การเคลื่อนย้าย และการลงทุน นอกจากนี้ ประชากรทั้งหมดในกาซากำลังเผชิญกับความยากจนอย่างรุนแรง จึงเสนอให้ใช้ระบบสวัสดิการรายได้พื้นฐานฉุกเฉิน (universal emergency basic income) ซึ่งเป็นการจัดสรรเงินสดรายเดือนให้กับทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข

#ปาเลสไตน์

#สหประชาชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...