โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

3 แคนดิเดตนายกฯ ปชน. ถก นักธุรกิจญี่ปุ่น โชว์วิสัยทัศน์ สร้างศก.มั่นคง-งานให้คนไทย

Khaosod

อัพเดต 24 พ.ย. 2568 เวลา 11.33 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 11.33 น.
3 แคนดิเดตนายกฯ ปชน. ถก นักธุรกิจญี่ปุ่น โชว์วิสัยทัศน์ สร้างศก.มั่นคง-งานให้คนไทย

3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน พบสมาคมนักธุรกิจญี่ปุ่น เสนอวิสัยทัศน์ สร้างเศรษฐกิจมั่นคง-งานคุณภาพให้คนไทย หวังญี่ปุ่นร่วมลงทุนเทคโนโลยีอนาคต

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน เข้าหารือกับ Keidanren หรือ สหพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (Japan Business Federation) ซึ่งเป็นองค์กรเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของภาคเอกชนญี่ปุ่น

ประกอบด้วยบริษัทเอกชนชั้นนำกว่า 1,500 บริษัท สมาคมเฉพาะอุตสาหกรรม และสมาคมเศรษฐกิจระดับภูมิภาคของญี่ปุ่น โดยเคย์ดันเร็นเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเสนอแนะแนวนโยบายเศรษฐกิจและการค้าต่อรัฐบาลญี่ปุ่น

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนตระหนักดีว่าญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรที่สำคัญของไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในด้านการค้าการลงทุน สร้างงานและรายได้ที่มั่นคงให้กับคนไทย ในโอกาสที่ประเทศไทนกำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

พรรคประชาชนในฐานะพรรคอันดับหนึ่งของประเทศ มีความตั้งใจจะจัดตั้งรัฐบาล เข้าสู่การบริหารประเทศให้ได้ในต้นปีหน้า โดยหนึ่งในนโยบายหลักที่พรรคจะทำ คือ การนำประเทศไทยไปอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของ Global Supply Chain ซึ่งพรรคประชาชนเชื่อว่าญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรที่เราจะร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ผลิตสินค้ามูลค่าสูง และสร้างงานที่มีคุณภาพให้กับคนไทย

นอกจากนี้ พรรคยังมีนโยบายในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ โดยมุ่งเน้นการบริหารที่โปรงใส ปลดล็อกกฎระเบียบที่ล้าสมัย หรือสร้างความยุ่งยากต่อการประกอบธุรกิจ ทั้งนี้ พรรคประชาชนตั้งเป้าว่าจะแสวงหาอุตสาหกรรมใหม่ๆ และเพิ่มนักลงทุนต่างชาติ ให้เข้ามาประกอบกิจการและแบ่งปันนวัตกรรมกับไทย

ด้านนายซูซูกิ จุน ผู้แทนสมาคมเคย์ดันเร็น ยืนยันว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการญี่ปุ่นต้องการมากที่สุดตอนนี้ คือการรักษาซัพพลายเชนของญี่ปุ่นในไทยที่มีมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในระบบอุตสาหกรรมโลก และสำหรับนักธุรกิจญี่ปุ่น

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจลงทุน คือ การมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ ได้แก่ ความเปิดกว้างและโปร่งใส จึงต้องการคำมั่นสัญญาว่ารัฐบาลไทยจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

นายซูซูกิ กล่าวว่า ญี่ปุ่นและไทยควรเพิ่มความร่วมมือทวิภาคีในอุตสาหกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสีเขียว และอุตสาหกรรมดิจิทัล

สิ่งที่ญี่ปุ่นมั่นใจว่าเป็นผู้มีนวัตกรรมดีที่สุดในโลก และสามารถมาลงทุนในไทยได้แน่นอน คือ BESS (Battery Energy Storage System) หรือระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นระบบที่ใช้แบตเตอรี่ในการเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ในเวลาที่ต้องการ

ระบบนี้ทำงานโดยการเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ในแบตเตอรี่ในช่วงที่มีการผลิตไฟฟ้าสูงหรือความต้องการใช้น้อย แล้วนำมาจ่ายออกในช่วงที่ความต้องการไฟฟ้าสูงขึ้นหรือเมื่อแหล่งพลังงานไม่เพียงพอ ไทยควรใช้กรอบความร่วมมือที่มีอยู่แล้วกับญี่ปุ่น เช่น EPA (ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ) และ RCEP (ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค) ให้เกิดประโยชน์กว้างขวางมากขึ้น

โดย นายณัฐพงษ์ กล่าวยืนยันว่า การบริหารประเทศแบบโปร่งใส Lean and Clean Thailand เป็นนโยบายหลักของพรรค จึงขอให้ผู้ประกอบการญี่ปุ่นมั่นใจได้ว่าหากพรรคประชาชนบริหารประเทศ จะมีการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่โปร่งใส เปิดกว้าง เป็นธรรมกับผู้ประกอบการ

จากนั้น นายวีระยุทธ ได้เสนอนโยบายเศรษฐกิจของพรรคประชาชน ที่มุ่นเน้น “Look North” หรือการมองหาพัธมิตรด้านการลงทุนและการแบ่งปันนวัตกรรมจากภูมิภาคเอเชียตะวันออก รวมถึงญี่ปุ่น พรรคมีนโยบาย Orange Megaprojects ซึ่งมุ่งเน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

ในขณะเดียวกันก็กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนโดยภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุน Smart grid หรือระบบส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบจัดการขยะ และระบบขนส่งมวลชนทั่วถึงทั้งประเทศ ซึ่งพรรคประชาชนเชื่อว่าจะสามารถเชิญชวนผู้ประกอบการญี่ปุ่นมาสร้างซัพพลายเชนใหม่ผ่านการลงทุนเหล่านี้ได้

ทั้งนี้ ผู้แทนญี่ปุ่นได้ชื่นชมว่า ยุทธศาสตร์นโยบายเศรษฐกิจดังกล่าวเป็นแผนการที่เยี่ยมยอด แต่ญี่ปุ่นยังมีความกังวลว่าจะสามารถปฏิบัติให้เกิดผลจริงได้หรือไม่ โดยความกังวลของญี่ปุ่นคือเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองไทย และบทบาทของไทยในระยะหลังที่ไม่ค่อยรักษาสมดุลระหว่างชาติมหาอำนาจอย่างระมัดระวัง

ในประเด็นนี้ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายต่างประเทศ ได้ให้คำมั่นว่าหากพรรคประชาชนได้บริหารประเทศ จะบริหารบนหลักความโปร่งใส ยึดมั่นในธรรมาภิบาล ให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการทุกประเทศ และปรับความสัมพันธ์กับพันธมิตรแต่ละประเทศให้มีความสมดุลมากขึ้นอย่างแน่นอน

การหารือครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการทำงานระหว่างพรรคประชาชนกับสหพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น โดยทั้งสองฝ่ายจะหาโอกาสในการประชุมลงรายละเอียดระดับเซกเตอร์ในอนาคตต่อไป เพื่อรักษาและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นให้มั่นคงและยั่งยืนยิ่งขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 3 แคนดิเดตนายกฯ ปชน. ถก นักธุรกิจญี่ปุ่น โชว์วิสัยทัศน์ สร้างศก.มั่นคง-งานให้คนไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...