โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

GCAP GOLD ชี้ราคาทองยังขาขึ้น แนะจับตา Nonfarm Payrolls สหรัฐฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 10.43 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 03.43 น.

GCAP GOLD ประเมินตลาดทองคำช่วงปลายปี 2568 ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น แม้มีแรงขายทำกำไรหลังแตะ 4,353 ดอลลาร์/ออนซ์ จับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) วันที่ 16 ธ.ค. เป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางราคาในระยะสั้น แนะกลยุทธ์ "รอซื้อเมื่ออ่อนตัว-ทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาปรับขึ้น" ให้แนวต้านสูงสุดที่ 66,000 บาท

16 ธันวาคม 2568-บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินภาพรวมราคาทองคำในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 ว่ายังคงเคลื่อนไหวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง หลังจากราคาปรับขึ้นไปแตะระดับ 4,353 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมองว่าการอ่อนตัวลงเป็นเพียงการพักฐาน ซึ่งสะท้อนมุมมองของนักลงทุนที่ยังคงถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ปัจจัยหนุนหลัก: ความไม่ชัดเจนของเฟดและภูมิรัฐศาสตร์

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด ให้ความเห็นว่า ความไม่ชัดเจนของนโยบายการเงินเฟดยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนราคาทองคำ โดยเจ้าหน้าที่เฟดบางรายยังคงส่งสัญญาณว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจบางส่วนอาจมีความคลาดเคลื่อนจากผลกระทบการปิดหน่วยงานภาครัฐ ทำให้ตลาดไม่ได้ให้น้ำหนักอย่างเต็มที่ต่อสัญญาณที่อาจบ่งชี้ถึงการผ่อนคลายนโยบายการเงิน

ขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นแรงพยุงราคาให้ทรงตัวในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความไม่คืบหน้าของการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงท่าทีของสหรัฐฯ ที่แสดงความไม่พอใจต่อกระบวนการดังกล่าว

นอกจากนี้ ปัญหาทางการเมืองภายในของสหรัฐฯ ก็ส่งผลต่อมุมมองด้านนโยบายการเงินในอนาคต โดยมีการกล่าวถึงตัวเต็งประธานเฟดคนใหม่ในยุคการบริหารของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งตลาดประเมินว่าอาจมีแนวโน้มสนับสนุนนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำมากขึ้น ภาพรวมของสถานการณ์จึงยังคงเอื้อต่อการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ราคาจะมีความผันผวนตามกระแสข่าวในระยะสั้นก็ตาม

จับตา Nonfarm Payrolls ตัวแปรสำคัญกำหนดทิศทาง

ปัจจัยสำคัญที่ตลาดทองคำต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้ คือการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ในวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางราคาทองคำในระยะสั้น

  • กรณีที่ตัวเลขออกมาอ่อนแอกว่าคาด: หากตัวเลขการจ้างงานออกมาตามคาดการณ์ที่ราว 50,000 ตำแหน่ง หรืออ่อนแอกว่านั้น จะสะท้อนภาพตลาดแรงงานที่เริ่มชะลอตัว ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันให้เฟดต้องพิจารณาผ่อนคลายนโยบายการเงินเร็วกว่าที่ตลาดประเมินไว้ สถานการณ์เช่นนี้จะส่งผลบวกต่อราคาทองคำโดยตรง
    • กรณีที่ตัวเลขยังคงแข็งแกร่ง: หากตัวเลข Nonfarm Payrolls ยังคงแข็งแกร่ง และอัตราค่าแรง รวมถึงการจ้างงานไม่ชะลอตัวลงตามที่ตลาดคาดการณ์ อาจทำให้ราคาทองคำเผชิญกับแรงขายทำกำไรในระยะสั้น เนื่องจากความคาดหวังในการผ่อนคลายนโยบายการเงินจะลดลง

"รอซื้อช่วงราคาย่อตัว-ทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาปรับขึ้น"

ฝ่ายวิจัย GCAP GOLD ได้แนะนำกลยุทธ์การลงทุนสำหรับช่วงนี้ โดยเน้นการ "รอซื้อช่วงราคาย่อตัว และทยอยขายเมื่อราคาปรับขึ้น"

สำหรับราคาทองคำในตลาดโลก (Spot Gold) ได้ให้แนวรับสำคัญสำหรับเข้าซื้อไว้ที่ 4,250 ดอลลาร์ และ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่หากราคาสามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ 4,353 ดอลลาร์ไปได้ จะเปิดโอกาสให้ราคาทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 4,380 ดอลลาร์ และมีศักยภาพในการเร่งตัวขึ้นสู่โซน 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ในส่วนของราคาทองคำในประเทศ (บาทไทย) ได้กำหนดแนวรับสำหรับเข้าซื้อไว้ที่ 63,500 บาท และ 62,900 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่แนวต้านสำหรับการแบ่งขายทำกำไรจะอยู่ในช่วง 65,300 บาท และ 66,000 บาทต่อบาททองคำ

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...