โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Monroe Doctrine จากคำประกาศศตวรรษที่ 19 สู่การเมืองโลกศตวรรษที่ 21

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ม.ค. เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. เวลา 02.44 น.

จากคำประกาศปี 1823 สู่การลงมือศตวรรษที่ 21 เวเนซุเอลากลายเป็นจุดแตกหักที่สะท้อนว่าโลกกำลังย้อนสู่ยุคเขตอิทธิพลอีกครั้ง

วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 07.13 น. นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.คลัง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงประเด็น Monroe Doctrine: จากคำประกาศศตวรรษที่ 19 สู่การเมืองโลกศตวรรษที่ 21 หลังสหรัฐลงมือจริงในลาตินอเมริกา

โดยระบุว่า ใครที่เคยอ่านเรื่องประวัติศาสตร์การเมืองของโลกก็น่าจะเคยผ่านตาเรื่อง“Monroe Doctrine” มาบ้างซึ่งผมเองเคยอ่านแล้วก็คิดว่ามันสูญสลายหรือกลายเป็นแค่เรื่องประวัติศาสตร์ไปแล้ว จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ ที่สหรัฐอเมริกาดำเนิน ปฏิบัติการพิเศษจับกุมประธานาธิบดีเวเนซุเอลา Nicolás Maduro เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงข่าวความมั่นคงระดับภูมิภาค หากแต่เป็น สัญญาณทางประวัติศาสตร์การเมืองโลก ที่ชัดเจนที่สุดในรอบหลายทศวรรษว่า

Monroe Doctrine ยังไม่หายไปไหนและกำลังกลับมาในรูปแบบที่แข็งกร้าวกว่าที่เคย

Monroe Doctrine คืออะไร? และเกิดขึ้นมาเพื่อใคร?

Monroe Doctrine ถูกประกาศในปี ค.ศ. 1823 โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 5 คือ James Monroe

สาระสำคัญในเวลานั้นมีเพียงไม่กี่บรรทัด แต่ทรงพลังอย่างยิ่ง

ซีกโลกตะวันตก (Western Hemisphere*) ไม่เปิดให้มหาอำนาจยุโรปเข้ามาแทรกแซงหรือขยายอิทธิพลอีกต่อไป

การกระทำดังกล่าวจะถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา

Western Hemisphere แปลตรงตัวว่า “ซีกโลกตะวันตก

ในเชิงภูมิศาสตร์ หมายถึง ครึ่งหนึ่งของโลกที่อยู่ทางตะวันตกของเส้นเมริเดียนหลัก (Prime Meridian) ซึ่งลากผ่านเมืองกรีนิช (Greenwich) ประเทศอังกฤษ (คำว่า GMT ที่เห็นในนาฬิกาคือ Greenwich Mean Time)

Western Hemisphere โดยทั่วไปครอบคลุม

  • ทวีปอเมริกาเหนือ (สหรัฐฯ แคนาดา เม็กซิโก)
    • ทวีปอเมริกาใต้ (บราซิล อาร์เจนตินา ฯลฯ)
    • อเมริกากลางและแคริบเบียน (รวมคิวบา เวเนซุเอลา ปานามา)
    • ส่วนของมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิกที่ติดกับอเมริกา

ในทางปฏิบัติ Western Hemisphere ≈ “โลกฝั่งอเมริกา” ความหมายในทางภูมิรัฐศาสตร์ Western Hemisphere ไม่ใช่แค่คำบอกตำแหน่งโลก แต่เป็น คำที่บรรจุความหมายเชิงอำนาจ

ใน Monroe Doctrine (1823) คำว่า Western Hemisphere หมายถึงพื้นที่ที่สหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นเขตความมั่นคงโดยตรงของตน แปลเป็นภาษาการเมืองได้ว่า

  • ลาตินอเมริกา = พื้นที่ต้องห้ามสำหรับมหาอำนาจยุโรป
    • สหรัฐฯ = ผู้ดูแลความมั่นคงโดยพฤตินัย

ในบริบทศตวรรษที่ 19 นี่คือการปกป้องประเทศเกิดใหม่ในลาตินอเมริกาจากการกลับมาของจักรวรรดิสเปน ฝรั่งเศส หรืออังกฤษ แต่ในเชิงโครงสร้างจริง Monroe Doctrine คือ การประกาศเขตอิทธิพล (sphere of influence) ของสหรัฐอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก

จากหลักการป้องกัน สู่เครื่องมือแทรกแซง

เมื่อเวลาผ่านไป Monroe Doctrine วิวัฒน์จาก “คำเตือน” เป็น “ใบอนุญาต”

  • ต้นศตวรรษที่ 20: Roosevelt Corollary เปิดทางให้สหรัฐฯ เข้าไป “จัดระเบียบ” ประเทศลาตินอเมริกาที่ถูกมองว่าอ่อนแอ
    • ยุคสงครามเย็น: Monroe Doctrine ถูกตีความใหม่เป็น การสกัดคอมมิวนิสต์
    • เกิดรัฐประหาร การสนับสนุนเผด็จการ และการแทรกแซงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

กล่าวอย่างตรงไปตรงมา ลาตินอเมริกาไม่เคยเป็น “เพื่อนบ้านที่เท่าเทียม” แต่เป็นสนามยุทธศาสตร์ถาวรของสหรัฐ

ทำไมเวเนซุเอลาจึงเป็นจุดแตกหักในยุคปัจจุบัน

เวเนซุเอลาภายใต้มาดูโร คือ การท้าทาย Monroe Doctrine ในศตวรรษที่ 21 อย่างเปิดเผย

1. เศรษฐกิจพลังงาน

  • น้ำมันสำรองใหญ่ที่สุดในโลก
    • แต่เปิดรับจีนและรัสเซีย แทนบริษัทตะวันตก

2. ระบบการเงิน

  • การค้าพลังงานนอกระบบดอลลาร์
    • ใช้ barter, crypto, และสกุลเงินทางเลือก

3. ภูมิรัฐศาสตร์

  • จีนเป็นเจ้าหนี้หลัก
    • รัสเซียมีบทบาทด้านความมั่นคง
    • เกิด “อิทธิพลนอกภูมิภาค” ใน backyard ของสหรัฐฯ

จากมุมมองวอชิงตัน เวเนซุเอลาไม่ได้เป็นแค่รัฐล้มเหลว แต่เป็น จุดยุทธศาสตร์ที่กำลังถูกยึดครองโดยคู่แข่งมหาอำนาจ

การจับกุมผู้นำ: Monroe Doctrine แบบไม่ต้องประกาศ

ปฏิบัติการจับกุมประธานาธิบดีเวเนซุเอลาเป็นการกระทำที่

  • ไม่อ้างสงคราม
    • ไม่ยึดครองประเทศ
    • แต่ ล้มศูนย์อำนาจสูงสุดของรัฐได้โดยตรง

นี่คือ Monroe Doctrine ในเวอร์ชันใหม่ ไม่ต้องพูด ไม่ต้องเขียน แต่ใช้กำลังเชิงระบบ

คิวบาและปานามา: ทำไมจึงถูก “ขู่” ต่อเนื่อง

การส่งสัญญาณไปยัง Cuba และ Panama หลังเหตุการณ์เวเนซุเอลา ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

  • คิวบา = พันธมิตรเก่าของรัสเซียและจีน
    • ปานามา = chokepoint ทางการค้าโลก (คลองปานามา) + การลงทุนจีน

สารที่สหรัฐต้องการสื่อคือ ลาตินอเมริกาไม่ใช่พื้นที่ทดลองของมหาอำนาจอื่นอีกต่อไป การกลับมาของ “ระเบียบโลกแบบเขตอิทธิพล” เหตุการณ์ทั้งหมดสะท้อนความจริงที่หลายคนไม่อยากยอมรับ

โลกไม่ได้เดินไปสู่ liberal order แบบไร้พรมแดน แต่กำลังย้อนกลับสู่ โลกของเขตอิทธิพล (spheres of influence)

  • สหรัฐฯ มี Monroe Doctrine
    • รัสเซีย มี Ukraine doctrine
    • จีน มี Belt & Road + South China Sea

เวเนซุเอลาคือบทพิสูจน์ว่า ใครฝ่าฝืนเขตอิทธิพลของมหาอำนาจ ต้องจ่ายต้นทุนที่จับต้องได้จริง

บทสรุป: ประวัติศาสตร์ไม่ได้ซ้ำ แต่ “สัมผัสคล้ายเดิม”

Monroe Doctrine ไม่ใช่เพียงบทเรียนใน ประวัติศาสตร์ แต่เป็น กรอบความคิดเชิงอำนาจที่ยังมีชีวิต

เหตุการณ์ในเวเนซุเอลาบอกเราว่า อธิปไตยในโลกปัจจุบัน ไม่ได้ขึ้นกับธงหรือรัฐธรรมนูญ แต่ขึ้นกับว่า คุณอยู่ในเขตอิทธิพลของใคร

และสำหรับลาตินอเมริกา คำตอบนั้นยังคงเหมือนเดิมมาตั้งแต่ปี 1823 แต่ที่น่าสนใจคือโลกปัจจุบันมีประเทศมหาอำนาจใหม่เพิ่มขึ้นมาคือจีน ก็ต้องเฝ้าดูต่อไปว่าประเทศอื่นโดยเฉพาะจีนและรัสเซียจะเดินมาแก้เกมนี้อย่างไรต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...