ผู้ว่าฯ ขอนแก่น สั่งสอบด่วน บัตรสนเท่ห์ร้องกำนัน–สารวัตรกำนันพัวพันการเมือง พบชื่อสมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์
ผู้ว่าฯ ขอนแก่น สั่งตรวจสอบด่วน หลังมีบัตรสนเท่ห์ร้องเรียนกำนัน-สารวัตรกำนัน พัวพันการเมือง ทั้งยังคง มีชื่อสารวัตรกำนันเป็นผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ย้ำชัด ข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลาง สั่งนายอำเภอเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 30 วัน หากพบผิดจริง ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยทันที พร้อมประสาน กกต.ดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่นได้เผยแพร่ภาพจากเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ชุมชนข่าวขอนแก่น” ซึ่งได้เผยแพร่เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับข้าราชการฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยข้าราชการฝ่ายปกครองในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนพรรคการเมือง และมีรายชื่อปรากฏในลำดับผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง
โดยในโพสต์ดังกล่าวมีการเผยแพร่ภาพการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งปรากฏการสื่อสารระหว่างผู้สมัคร สส.เขต กลุ่มข้าราชการฝ่ายปกครอง และการดึงผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ 19 หมู่บ้านเข้าร่วมกลุ่ม เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการเมือง รวมถึงมีชื่อผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งยังดำรงตำแหน่งผู้ช่วยข้าราชการฝ่ายปกครอง อันถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ได้มีประชาชนส่งหนังสือร้องเรียนทางไปรษณีย์ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ซึ่งหนังสือเพิ่งมาถึงหน้าห้องทำงาน แม้ตรวจสอบแล้วพบว่าถูกส่งมาตั้งแต่ประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่สนมา ลักษณะเป็นบัตรสนเท่ห์จากรายละเอียดในหนังสือร้องเรียน ระบุว่ามีสารวัตรกำนัน คือ นายโชคชัย จันทร์วิเศษ มีรายชื่อเป็นผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคเป็นธรรม และมีกำนันตำบลบ้านค้อ อำเภอเมืองขอนแก่น เป็นผู้จัดตั้งกลุ่มไลน์ชื่อ “ฝ่ายปกครองบ้านค้อ สส.” ซึ่งมีสมาชิกเป็นผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลบ้านค้อทั้ง 19 หมู่บ้าน รวมถึงผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ และผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต เขต 4 ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.2569 อีก 1 รายด้วย
"ภายหลังได้รับการร้องเรียน ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทันทีว่า หนังสือเร่งด่วนควรต้องส่งถึงผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว ทั้งนี้ ตนเองเพิ่งเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้ประมาณ 2 เดือน และได้ย้ำกับทุกหน่วยงานมาโดยตลอดให้วางตัวเป็นกลางทางการเมือง รักใคร ชอบใคร เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ต้องไม่แสดงออกในเวลาราชการ ไม่สวมเครื่องแบบ หรือใช้สัญลักษณ์ของทางราชการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง"
ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่อว่า จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่ามีลักษณะเข้าข่ายฝ่าฝืนระเบียบหรือกฎหมายหรือไม่สำหรับกรณีสารวัตรกำนัน ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำเป็นต้องตรวจสอบสถานะให้ชัดเจนว่า ได้ลาออกจากตำแหน่งก่อนสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ โดยจะมีการประสานงานร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหรือไม่ หากลาออกก่อนมีรายชื่อในบัญชีผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ก็ถือว่าเป็นประชาชนทั่วไป สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย แต่หากยังไม่ได้ลาออกและมีรายชื่อเป็นผู้สมัครตามที่มีการร้องเรียน ก็ถือว่าขัดต่อกฎหมาย ซึ่ง กกต.จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
"ได้สั่งการให้นายอำเภอเมืองขอนแก่น เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่งอาจมีบทลงโทษตั้งแต่การลดขั้นเงินเดือน ไปจนถึงการให้ออกจากราชการ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งการร้องเรียนจะเป็นบัตรสนเท่ห์ หรือการร้องเรียนที่ผู้ร้องไม่เปิดเผยตัวตน แต่หากเป็นเรื่องเร่งด่วน หรือส่งผลกระทบต่อประชาชน จังหวัดจะไม่ละเว้น ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกกรณี เพื่อรักษาความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการและกระบวนการเลือกตั้ง"
#ภูมิภาค-48