ส่องแนวรบบูรพา เดือด 'แม่ทัพไก่' ยกทีม ตั้งวอร์รูมคอแดง เดิมพัน เก้าอี้ แม่ทัพ 1-ทบ.1 วัดฝีมือ บูรพาพยัคฆ์
รายงานพิเศษ
ส่องแนวรบบูรพา เดือด
‘แม่ทัพไก่’ ยกทีม ตั้งวอร์รูมคอแดง
เดิมพัน เก้าอี้ แม่ทัพ 1-ทบ.1
วัดฝีมือ บูรพาพยัคฆ์
พื้นที่การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่ดุเดือดในห้วงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2568 คือแนวรบ กองทัพภาค 1 กองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว
หลังจากที่ในห้วงแรกของการสู้รบตลอดแนวชายแดนไทยและกัมพูชา กองกำลังบูรพาได้เข้ายึดพื้นที่บึงตะกวน บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา ปักธงชาติไทยบนแผ่นดินไทยแล้ว แต่ก็ต้องปรับกำลังถอยออกมา เมื่อทหารกัมพูชาระดมยิงทั้งปืนใหญ่และจรวดหลายลำกล้อง BM21 เข้าโจมตีอย่างหนัก
จนทำให้ต้องมีการปรับแผนเป็นการตั้งรับในที่มั่นและป้องกันพื้นที่ เนื่องจากความเสียเปรียบในเรื่องพื้นที่การสู้รบที่เป็นพื้นราบ แผ่นดินต่อแผ่นดิน และไร้ที่กำบัง
ในห้วงสองสัปดาห์โฟกัสของการสู้รบจึงไปอยู่ในพื้นที่อีสานใต้ของกองทัพภาค 2 ที่มีพื้นที่สำคัญที่ทหารไทยจะต้องยึดคืนหลายแห่ง
จากนั้นเมื่อเริ่มมีสัญญาณของการเจรจาเพื่อนำไปสู่การหยุดยิง ในห้วงที่จะมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน 22 ธันวาคม 2568 ที่มาเลเซีย ในช่วงนั้นกัมพูชาก็ทำการโจมตีฝ่ายไทยอย่างหนัก เพราะเกรงว่าจะนับถอยหลังสู่การหยุดยิง
เช่นเดียวกับฝั่งไทยกองทัพภาค 1 โดยกองกำลังบูรพาสนธิกำลังกับกองทัพอากาศโดยใช้เครื่องบินขับไล่เอฟ 16 บินสนับสนุนในการตัดกำลังทหาร เส้นทางส่งกำลังบำรุง กองบัญชาการทหาร คลังอาวุธ พร้อมๆ กับกำลังทหารราบที่บุกเข้ายึดพื้นที่ ท่ามกลางการสูญเสียกำลังพล และบาดเจ็บ
โดยแม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาค 1 เป็นแม่ทัพใหญ่ ในการบัญชาการรบแนวรบสระแก้ว ถือเป็นพื้นที่ดุเดือดในห้วงปลาย
ด้วยเพราะในห้วงการรบราวสองสัปดาห์ที่ผ่านมากองกำลังบูรพาต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธี ด้วยการตั้งรับในที่มั่นทำฐานที่มั่นและยิงป้องกันการถูกโจมตี เนื่องจากพื้นที่การสู้รบเป็นพื้นราบ แผ่นดินต่อแผ่นดิน ไม่มีภูมิประเทศที่จะใช้ในการกำบัง
ส่งผลให้ในห้วงแรกของการสู้รบแม้ทหารไทยจะยึดพื้นที่ได้ปักธงชาติไทยแล้ว แต่ก็ยังต้องถอย เพราะจะถูกระดมโจมตีจากฝ่ายทหารกัมพูชา จึงทำให้กลายเป็นสมรภูมิรบที่แม้จะยึดได้แต่ไม่สามารถวางกำลังครองพื้นที่ได้ จึงต้องปล่อยพื้นที่และมีการยิงโต้กันไปมา
เพื่อรอวันท้ายๆ ก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญาหยุดยิง จึงจะมีการยิงตอบโต้อย่างรุนแรง โดยใช้การโจมตีทางอากาศด้วยเครื่องบินเอฟ 16 ทั้งพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนใน ส่งผลให้สามารถยึดพื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา และบ้านหนองหญ้าแก้ว ได้ก่อน และบางส่วนของบ้านหนองจาน
โดยมี พล.ท.วรยส บัญชาการใกล้ชิด อยู่ในพื้นที่สระแก้วด้วยตนเอง เพราะตั้งแต่เริ่มการรบ 8 ธันวาคม 2568 ยาวจนถึงปัจจุบัน พล.ท.วรยสก็ยังไม่ได้เดินทางกลับมากองทัพภาค 1 ที่กรุงเทพฯ
มอบหมายภารกิจต่างๆ ให้กับ แม่ทัพน้อย 1 รองแม่ทัพภาค 1 และเสนาธิการกอง 1 เป็นผู้รับผิดชอบแทน
พล.ท.วรยส เองให้ความสำคัญกับสนามรบ อยู่แต่ในพื้นที่ในการบัญชาการแก้ไขสถานการณ์ด้วยตนเอง
มีอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นเติบโตมาในพื้นที่กองกำลังบูรพา กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ที่เกษียณราชการไปแล้วหลายคนคอยให้คำแนะนำ ในฐานะที่อยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่สมัยที่เขมรอพยพเข้ามาอยู่
โดยที่ พล.ท.วรยสบัญชาการรบอยู่แนวหน้าพร้อมด้วยบรรดาทีมนายทหารฝ่ายเสนาธิการทีมแม่ทัพภาค 1 เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 28 และมี รองลาภ พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ รองแม่ทัพภาค 1 รุ่นน้อง ตท.30 เคียงข้างตลอด
กองกำลังบูรพา ซึ่งมี ผบ.เบญ พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.) ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ซึ่งถือว่าได้รบแบบเต็มรูปแบบกับอริราชศัตรูเป็นครั้งแรกในชีวิตของการรับราชการทหาร เช่นเดียวกับทหารอีกหลายคน
และมี พล.ต.สังกาศ สร้อยคำ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 หรือกองพลสไตรเกอร์ ปักหลักอยู่ในพื้นที่ด้วย เพราะนำกำลังทหารราบยานเกราะ มาทำการรบเต็มหน้าแนว
พล.ท.วรยสอยู่ในพื้นที่ตลอดการรบกว่า 20 วัน โดยเดินทางกลับมากรุงเทพฯ ครั้งเดียว เมื่อครั้งที่ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. เรียกพบ จากนั้นก็รีบเดินทางกลับไปประจำหน้าแนวทันที
พล.ท.วรยสถือได้ว่าแบกรับความคาดหวังของคนไทยทั้งประเทศ ในการยึดพื้นที่ที่เคยเป็นแผ่นดินไทยแต่ถูกกัมพูชาครอบครองมายาวนานกว่า 40 ปีคืนให้ได้
อีกทั้งเคยเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ อยู่ในพื้นที่มาก่อน ย่อมรู้พื้นที่ดี อีกทั้งมีคำแนะนำจากอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เติบโตมาจากในสายบูรพาพยัคฆ์
จะเห็นได้ว่า พล.ท.วรยสเป็นผู้กำหนด 3 แนวรบ ในพื้นที่สระแก้ว ไม่ใช่แค่เพียงพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว ที่อยู่ในประเด็นความสนใจเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงบ้านคลองแผง ตาพระยาด้วย เพราะเป็นอีกพื้นที่ที่กัมพูชารุกล้ำแผ่นดินไทยมายาวนาน พร้อมปลูกสร้างบ้านเรือนชาวกัมพูชาเป็นจำนวนมากและเป็นพื้นที่ที่มากกว่าบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้วอีกด้วย
จึงทำให้กองกำลังบูรพาวางแผนในการยึดคืนพื้นที่ในห้วงสัปดาห์ที่คาดว่าจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการสู้รบก่อนจะมีการหยุดยิง
โดยได้ยึดบ้านคลองแผงและบ้านหนองหญ้าแก้วก่อน แม้ว่าจะต้องมีทหารเสียสละชีวิตและเลือดเนื้อไปหลายคนก็ตาม
ซึ่งทำให้ พล.ท.วรยสเครียดมากเพราะกำลังพลเสียชีวิต แต่เป้าหมายคือการยึดคืนแผ่นดินไทยกลับคืนมาให้จงได้
แต่โดยสภาพภูมิประเทศที่เป็นพื้นราบแผ่นดินต่อแผ่นดินฝ่ายไทยไม่เคยมีการสร้างบังเกอร์ที่พัก หรือขุดคูเรด ตั้งฐานทหารในพื้นที่เลยเพราะถูกชาวกัมพูชายึดครองไว้ทั้งหมด ในขณะที่ฝั่งกัมพูชามีการเตรียมพร้อมในการตั้งเป็นฐานทหารบังเกอร์และขุดคูเรดที่แน่นหนา เพราะรู้ว่าวันหนึ่งทหารไทยจะต้องมาทวงแผ่นดินไทยคืน
อีกทั้งเป็นพื้นที่ชุมชนไม่สามารถจะใช้กำลังทางอากาศ เช่น เครื่องบินเอฟ 16 ของกองทัพอากาศโจมตีได้ เพราะจะกระทบกับพลเรือน จึงต้องใช้กำลังทหารราบ ยานเกราะ และปืนใหญ่จรวดหลายลำกล้องต่อสู้
แม้ว่าบางครั้งจะเกิดดราม่า เช่น การยิงทำลายอาคารสแกมเมอร์ที่ปอยเปต ทำลายเฉพาะจุดที่เป็นที่ตั้งของอาวุธยิงและพลซุ่มยิงเท่านั้น
ส่วนทางอากาศเครื่องบินเอฟ 16 ของกองทัพอากาศนั้นจะช่วยสนับสนุนในการโจมตีเส้นทางส่งกำลังบำรุง ถนน สะพาน คลังอาวุธในพื้นที่ชั้นในของปอยเปต และลึกไปจนถึงพระตะบอง เพื่อตัดการเสริมกำลังจากภายในกัมพูชาส่งมาที่ชายแดน
พล.ท.วรยสจึงแบกความคาดหวังของประชาชน ที่จับตามองและเปรียบเทียบกับพื้นที่อีสานใต้ของกองทัพภาค 1 ที่มีแม่ทัพเติ่ง พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ เป็นแม่ทัพภาค 2 ที่สามารถยึดคืนพื้นที่ต่างๆ ได้มากถึง 90% แล้ว
โดยในทุกพื้นที่การรบชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งในพื้นที่กองทัพภาค 2 และกองทัพภาค 1 มีหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 4 เหล่าทัพ มาช่วยเสริมกำลังรบกับหน่วยปกติหลัก
แม้ว่า พล.ท.วรยสจะไม่ได้คาดหวังอนาคตถึงขั้นที่จะขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก แต่การมานั่งอยู่ในตำแหน่งแม่ทัพภาค 1 ถือว่าเป็นเส้นทางเหล็กสู่เก้าอี้ห้าเสือกองทัพบกและชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ.ในอนาคตได้ จึงทำให้ถูกจับตามองว่าการสู้รบในครั้งนี้ภายใต้การบัญชาการของ พล.ท.วรยสจะจบลงด้วยชัยชนะหรือความพ่ายแพ้
เพราะอาจกล่าวได้ว่าสนามรบสระแก้ว แนวรบบูรพานี้อาจเป็นดัชนีชี้วัดถึงเส้นทางสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ.ของ พล.ท.วรยสไปด้วยในตัว เพราะถือเป็นการวัดฝีมือและผลงานเพื่อที่จะขยับขึ้นสู่ห้าเสือกองทัพบก
โดยต้องชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ.กับแคนดิเดตอีกหลายคน เช่น บิ๊กเต้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผช.ผบ.ทบ. เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 26 ของ พล.อ.พนา ผบ.ทบ. บิ๊กใหญ่ พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผช.ผบ.ทบ. อดีตแม่ทัพภาค 1 เตรียมทหารรุ่น 27 และ พล.ท.วรยส เตรียมทหารรุ่น 28
ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นการชี้วัดผลงานของรองลาภ พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ ในฐานะรองแม่ทัพภาค 1 ที่คอยบัญชาการช่วยเหลือ พล.ท.วรยส เพราะ พล.ต.สิทธิพรก็ถูกจับตามองว่าเป็นน้องรักของแม่ทัพไก่ และมีโอกาสที่จะชิงเก้าอี้แม่ทัพภาค 1 เช่นกัน
จนมีกระแสข่าวในกองทัพบอกว่า หาก พล.ท.วรยสขยับจากแม่ทัพภาค 1 ขึ้น 5 เสือกองทัพบก ก็จะสนับสนุน พล.ต.สิทธิพร ให้ขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 1 แทน
แต่ท้ายที่สุดแล้วเรื่องของการรักษาแผ่นดินและทวงคืนแผ่นดินไทย และการเรียกคืนศักดิ์ศรีของประเทศไทยและคนไทยเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการสู้รบกับกัมพูชาในครั้งนี้
ส่วนเรื่องตำแหน่งหน้าที่เป็นเรื่องของโชคชะตาฟ้าลิขิตเอาไว้แล้ว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องแนวรบบูรพา เดือด ‘แม่ทัพไก่’ ยกทีม ตั้งวอร์รูมคอแดง เดิมพัน เก้าอี้ แม่ทัพ 1-ทบ.1 วัดฝีมือ บูรพาพยัคฆ์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly