โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องแนวรบบูรพา เดือด 'แม่ทัพไก่' ยกทีม ตั้งวอร์รูมคอแดง เดิมพัน เก้าอี้ แม่ทัพ 1-ทบ.1 วัดฝีมือ บูรพาพยัคฆ์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 05 ม.ค. เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 02.58 น.

รายงานพิเศษ

ส่องแนวรบบูรพา เดือด

‘แม่ทัพไก่’ ยกทีม ตั้งวอร์รูมคอแดง

เดิมพัน เก้าอี้ แม่ทัพ 1-ทบ.1

วัดฝีมือ บูรพาพยัคฆ์

พื้นที่การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่ดุเดือดในห้วงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2568 คือแนวรบ กองทัพภาค 1 กองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว

หลังจากที่ในห้วงแรกของการสู้รบตลอดแนวชายแดนไทยและกัมพูชา กองกำลังบูรพาได้เข้ายึดพื้นที่บึงตะกวน บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา ปักธงชาติไทยบนแผ่นดินไทยแล้ว แต่ก็ต้องปรับกำลังถอยออกมา เมื่อทหารกัมพูชาระดมยิงทั้งปืนใหญ่และจรวดหลายลำกล้อง BM21 เข้าโจมตีอย่างหนัก

จนทำให้ต้องมีการปรับแผนเป็นการตั้งรับในที่มั่นและป้องกันพื้นที่ เนื่องจากความเสียเปรียบในเรื่องพื้นที่การสู้รบที่เป็นพื้นราบ แผ่นดินต่อแผ่นดิน และไร้ที่กำบัง

ในห้วงสองสัปดาห์โฟกัสของการสู้รบจึงไปอยู่ในพื้นที่อีสานใต้ของกองทัพภาค 2 ที่มีพื้นที่สำคัญที่ทหารไทยจะต้องยึดคืนหลายแห่ง

จากนั้นเมื่อเริ่มมีสัญญาณของการเจรจาเพื่อนำไปสู่การหยุดยิง ในห้วงที่จะมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน 22 ธันวาคม 2568 ที่มาเลเซีย ในช่วงนั้นกัมพูชาก็ทำการโจมตีฝ่ายไทยอย่างหนัก เพราะเกรงว่าจะนับถอยหลังสู่การหยุดยิง

เช่นเดียวกับฝั่งไทยกองทัพภาค 1 โดยกองกำลังบูรพาสนธิกำลังกับกองทัพอากาศโดยใช้เครื่องบินขับไล่เอฟ 16 บินสนับสนุนในการตัดกำลังทหาร เส้นทางส่งกำลังบำรุง กองบัญชาการทหาร คลังอาวุธ พร้อมๆ กับกำลังทหารราบที่บุกเข้ายึดพื้นที่ ท่ามกลางการสูญเสียกำลังพล และบาดเจ็บ

โดยแม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาค 1 เป็นแม่ทัพใหญ่ ในการบัญชาการรบแนวรบสระแก้ว ถือเป็นพื้นที่ดุเดือดในห้วงปลาย

ด้วยเพราะในห้วงการรบราวสองสัปดาห์ที่ผ่านมากองกำลังบูรพาต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธี ด้วยการตั้งรับในที่มั่นทำฐานที่มั่นและยิงป้องกันการถูกโจมตี เนื่องจากพื้นที่การสู้รบเป็นพื้นราบ แผ่นดินต่อแผ่นดิน ไม่มีภูมิประเทศที่จะใช้ในการกำบัง

ส่งผลให้ในห้วงแรกของการสู้รบแม้ทหารไทยจะยึดพื้นที่ได้ปักธงชาติไทยแล้ว แต่ก็ยังต้องถอย เพราะจะถูกระดมโจมตีจากฝ่ายทหารกัมพูชา จึงทำให้กลายเป็นสมรภูมิรบที่แม้จะยึดได้แต่ไม่สามารถวางกำลังครองพื้นที่ได้ จึงต้องปล่อยพื้นที่และมีการยิงโต้กันไปมา

เพื่อรอวันท้ายๆ ก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญาหยุดยิง จึงจะมีการยิงตอบโต้อย่างรุนแรง โดยใช้การโจมตีทางอากาศด้วยเครื่องบินเอฟ 16 ทั้งพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนใน ส่งผลให้สามารถยึดพื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา และบ้านหนองหญ้าแก้ว ได้ก่อน และบางส่วนของบ้านหนองจาน

โดยมี พล.ท.วรยส บัญชาการใกล้ชิด อยู่ในพื้นที่สระแก้วด้วยตนเอง เพราะตั้งแต่เริ่มการรบ 8 ธันวาคม 2568 ยาวจนถึงปัจจุบัน พล.ท.วรยสก็ยังไม่ได้เดินทางกลับมากองทัพภาค 1 ที่กรุงเทพฯ

มอบหมายภารกิจต่างๆ ให้กับ แม่ทัพน้อย 1 รองแม่ทัพภาค 1 และเสนาธิการกอง 1 เป็นผู้รับผิดชอบแทน

พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ

พล.ท.วรยส เองให้ความสำคัญกับสนามรบ อยู่แต่ในพื้นที่ในการบัญชาการแก้ไขสถานการณ์ด้วยตนเอง

มีอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นเติบโตมาในพื้นที่กองกำลังบูรพา กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ที่เกษียณราชการไปแล้วหลายคนคอยให้คำแนะนำ ในฐานะที่อยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่สมัยที่เขมรอพยพเข้ามาอยู่

โดยที่ พล.ท.วรยสบัญชาการรบอยู่แนวหน้าพร้อมด้วยบรรดาทีมนายทหารฝ่ายเสนาธิการทีมแม่ทัพภาค 1 เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 28 และมี รองลาภ พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ รองแม่ทัพภาค 1 รุ่นน้อง ตท.30 เคียงข้างตลอด

กองกำลังบูรพา ซึ่งมี ผบ.เบญ พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.) ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ซึ่งถือว่าได้รบแบบเต็มรูปแบบกับอริราชศัตรูเป็นครั้งแรกในชีวิตของการรับราชการทหาร เช่นเดียวกับทหารอีกหลายคน

และมี พล.ต.สังกาศ สร้อยคำ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 หรือกองพลสไตรเกอร์ ปักหลักอยู่ในพื้นที่ด้วย เพราะนำกำลังทหารราบยานเกราะ มาทำการรบเต็มหน้าแนว

พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ

พล.ท.วรยสอยู่ในพื้นที่ตลอดการรบกว่า 20 วัน โดยเดินทางกลับมากรุงเทพฯ ครั้งเดียว เมื่อครั้งที่ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. เรียกพบ จากนั้นก็รีบเดินทางกลับไปประจำหน้าแนวทันที

พล.ท.วรยสถือได้ว่าแบกรับความคาดหวังของคนไทยทั้งประเทศ ในการยึดพื้นที่ที่เคยเป็นแผ่นดินไทยแต่ถูกกัมพูชาครอบครองมายาวนานกว่า 40 ปีคืนให้ได้

อีกทั้งเคยเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ อยู่ในพื้นที่มาก่อน ย่อมรู้พื้นที่ดี อีกทั้งมีคำแนะนำจากอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เติบโตมาจากในสายบูรพาพยัคฆ์

จะเห็นได้ว่า พล.ท.วรยสเป็นผู้กำหนด 3 แนวรบ ในพื้นที่สระแก้ว ไม่ใช่แค่เพียงพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว ที่อยู่ในประเด็นความสนใจเท่านั้น

แต่ยังรวมถึงบ้านคลองแผง ตาพระยาด้วย เพราะเป็นอีกพื้นที่ที่กัมพูชารุกล้ำแผ่นดินไทยมายาวนาน พร้อมปลูกสร้างบ้านเรือนชาวกัมพูชาเป็นจำนวนมากและเป็นพื้นที่ที่มากกว่าบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้วอีกด้วย

จึงทำให้กองกำลังบูรพาวางแผนในการยึดคืนพื้นที่ในห้วงสัปดาห์ที่คาดว่าจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการสู้รบก่อนจะมีการหยุดยิง

โดยได้ยึดบ้านคลองแผงและบ้านหนองหญ้าแก้วก่อน แม้ว่าจะต้องมีทหารเสียสละชีวิตและเลือดเนื้อไปหลายคนก็ตาม

ซึ่งทำให้ พล.ท.วรยสเครียดมากเพราะกำลังพลเสียชีวิต แต่เป้าหมายคือการยึดคืนแผ่นดินไทยกลับคืนมาให้จงได้

พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์

แต่โดยสภาพภูมิประเทศที่เป็นพื้นราบแผ่นดินต่อแผ่นดินฝ่ายไทยไม่เคยมีการสร้างบังเกอร์ที่พัก หรือขุดคูเรด ตั้งฐานทหารในพื้นที่เลยเพราะถูกชาวกัมพูชายึดครองไว้ทั้งหมด ในขณะที่ฝั่งกัมพูชามีการเตรียมพร้อมในการตั้งเป็นฐานทหารบังเกอร์และขุดคูเรดที่แน่นหนา เพราะรู้ว่าวันหนึ่งทหารไทยจะต้องมาทวงแผ่นดินไทยคืน

อีกทั้งเป็นพื้นที่ชุมชนไม่สามารถจะใช้กำลังทางอากาศ เช่น เครื่องบินเอฟ 16 ของกองทัพอากาศโจมตีได้ เพราะจะกระทบกับพลเรือน จึงต้องใช้กำลังทหารราบ ยานเกราะ และปืนใหญ่จรวดหลายลำกล้องต่อสู้

แม้ว่าบางครั้งจะเกิดดราม่า เช่น การยิงทำลายอาคารสแกมเมอร์ที่ปอยเปต ทำลายเฉพาะจุดที่เป็นที่ตั้งของอาวุธยิงและพลซุ่มยิงเท่านั้น

ส่วนทางอากาศเครื่องบินเอฟ 16 ของกองทัพอากาศนั้นจะช่วยสนับสนุนในการโจมตีเส้นทางส่งกำลังบำรุง ถนน สะพาน คลังอาวุธในพื้นที่ชั้นในของปอยเปต และลึกไปจนถึงพระตะบอง เพื่อตัดการเสริมกำลังจากภายในกัมพูชาส่งมาที่ชายแดน

พล.ท.วรยสจึงแบกความคาดหวังของประชาชน ที่จับตามองและเปรียบเทียบกับพื้นที่อีสานใต้ของกองทัพภาค 1 ที่มีแม่ทัพเติ่ง พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ เป็นแม่ทัพภาค 2 ที่สามารถยึดคืนพื้นที่ต่างๆ ได้มากถึง 90% แล้ว

โดยในทุกพื้นที่การรบชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งในพื้นที่กองทัพภาค 2 และกองทัพภาค 1 มีหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 4 เหล่าทัพ มาช่วยเสริมกำลังรบกับหน่วยปกติหลัก

พล.ต.สิทธิพร จุลปาน

แม้ว่า พล.ท.วรยสจะไม่ได้คาดหวังอนาคตถึงขั้นที่จะขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก แต่การมานั่งอยู่ในตำแหน่งแม่ทัพภาค 1 ถือว่าเป็นเส้นทางเหล็กสู่เก้าอี้ห้าเสือกองทัพบกและชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ.ในอนาคตได้ จึงทำให้ถูกจับตามองว่าการสู้รบในครั้งนี้ภายใต้การบัญชาการของ พล.ท.วรยสจะจบลงด้วยชัยชนะหรือความพ่ายแพ้

เพราะอาจกล่าวได้ว่าสนามรบสระแก้ว แนวรบบูรพานี้อาจเป็นดัชนีชี้วัดถึงเส้นทางสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ.ของ พล.ท.วรยสไปด้วยในตัว เพราะถือเป็นการวัดฝีมือและผลงานเพื่อที่จะขยับขึ้นสู่ห้าเสือกองทัพบก

โดยต้องชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ.กับแคนดิเดตอีกหลายคน เช่น บิ๊กเต้ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผช.ผบ.ทบ. เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 26 ของ พล.อ.พนา ผบ.ทบ. บิ๊กใหญ่ พล.อ.อมฤต บุญสุยา ผช.ผบ.ทบ. อดีตแม่ทัพภาค 1 เตรียมทหารรุ่น 27 และ พล.ท.วรยส เตรียมทหารรุ่น 28

ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นการชี้วัดผลงานของรองลาภ พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ ในฐานะรองแม่ทัพภาค 1 ที่คอยบัญชาการช่วยเหลือ พล.ท.วรยส เพราะ พล.ต.สิทธิพรก็ถูกจับตามองว่าเป็นน้องรักของแม่ทัพไก่ และมีโอกาสที่จะชิงเก้าอี้แม่ทัพภาค 1 เช่นกัน

จนมีกระแสข่าวในกองทัพบอกว่า หาก พล.ท.วรยสขยับจากแม่ทัพภาค 1 ขึ้น 5 เสือกองทัพบก ก็จะสนับสนุน พล.ต.สิทธิพร ให้ขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 1 แทน

แต่ท้ายที่สุดแล้วเรื่องของการรักษาแผ่นดินและทวงคืนแผ่นดินไทย และการเรียกคืนศักดิ์ศรีของประเทศไทยและคนไทยเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการสู้รบกับกัมพูชาในครั้งนี้

ส่วนเรื่องตำแหน่งหน้าที่เป็นเรื่องของโชคชะตาฟ้าลิขิตเอาไว้แล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องแนวรบบูรพา เดือด ‘แม่ทัพไก่’ ยกทีม ตั้งวอร์รูมคอแดง เดิมพัน เก้าอี้ แม่ทัพ 1-ทบ.1 วัดฝีมือ บูรพาพยัคฆ์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...