ประเด็นข่าวรอบโลก : หุ้นเอเชียผันผวน รับข่าวเงินเฟ้อออสซี่ / จับตา "ทรัมป์-กรีนแลนด์" เขย่าภูมิรัฐศาสตร์โลก
">
ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวแบบผสมผสานในช่วงเช้าวันนี้ (7 ม.ค.) ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยนักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป
ออสเตรเลียมีกำหนดรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนพฤศจิกายนในช่วงเช้าวันนี้ โดยดัชนี S&P/ASX 200 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.37% ขณะที่นักวิเคราะห์ของ Citi คาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพ.ย.จะอยู่ที่ระดับ 3.6% ส่วนเงินเฟ้อแบบค่าเฉลี่ยตัดทอน (Trimmed Mean) จะอยู่ที่ 3.3% เมื่อเทียบรายปี
ขณะเดียวกัน ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลัง แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และทีมงาน กำลังพิจารณาทางเลือกหลากหลายแนวทางในการเข้าครอบครองกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้กองทัพสหรัฐฯ โดยเธอย้ำว่า การเข้าครอบครองกรีนแลนด์ถือเป็นประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และมีความสำคัญต่อการยับยั้งฝ่ายตรงข้ามในภูมิภาคอาร์กติก
ด้าน เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ออกมาระบุว่า กรีนแลนด์ต้องการกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ แต่ประชาชนไม่ควรกังวลว่าจะถูกยึดครองในเร็ว ๆ นี้ พร้อมย้ำว่ากรีนแลนด์ยังคงยึดมั่นในหลักอธิปไตยของตนเอง
ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของยุโรป หลังสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารเข้าจับกุมผู้นำเวเนซุเอลา ส่งผลให้ผู้นำยุโรปออกแถลงการณ์ร่วมกันยืนยันว่า กรีนแลนด์เป็นของชาวกรีนแลนด์ และราชอาณาจักรเดนมาร์กซึ่งรวมถึงกรีนแลนด์ เป็นส่วนหนึ่งขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) โดยความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติกควรเกิดจากความร่วมมือของชาติพันธมิตร และการเคารพหลักกฎบัตรสหประชาชาติ ทั้งในเรื่องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และการไม่ละเมิดพรมแดน
อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์ระบุว่า รัสเซียพร้อมให้การสนับสนุนเวเนซุเอลา หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการทางทหารจับกุม นิโคลัส มาดูโร โดยย้ำว่า เวเนซุเอลาควรมีสิทธิ์กำหนดชะตากรรมของตนเองโดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก ขณะที่ เดลซี โรดริเกซ ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการแล้วเมื่อวานนี้
สถานการณ์ในยุโรปยังตึงเครียดจากภัยธรรมชาติ หลังคลื่นความหนาวเย็นปกคลุมหลายประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6 ราย อุณหภูมิในบางพื้นที่ของเยอรมนีลดต่ำกว่า -10 องศาเซลเซียส ขณะที่สหราชอาณาจักรเผชิญอุณหภูมิต่ำถึง -12.5 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและทำให้โรงเรียนหลายร้อยแห่งต้องปิดการเรียนการสอน
ฝั่งสหรัฐฯ ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social แสดงความยินดีต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยระบุว่ามาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐ สาขาแอตแลนตา เปิดเผยแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุด ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มขยายตัว 2.7% ในไตรมาส 4/2568 หลังจากไตรมาส 1 หดตัว 0.5% และขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 2 และ 3
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทางไปยังญี่ปุ่น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค. ซึ่งอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและความสัมพันธ์ทางการค้าในภูมิภาคเอเชีย
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตามในวันนี้ (7 ม.ค.) ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อออสเตรเลีย ดัชนี PMI ภาคบริการของญี่ปุ่น อัตราว่างงานเยอรมนี เงินเฟ้ออียู รวมถึงดัชนีภาคบริการ ISM ตัวเลข JOLTS ยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ
#หุ้นเอเชีย #ตลาดหุ้นวันนี้ #เงินเฟ้อออสเตรเลีย #ทรัมป์ #กรีนแลนด์ #เศรษฐกิจโลก #ข่าวการเงิน #ตลาดทุน