โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“อาเซียน” เร่งสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า เวียดนามวิ่งนำ ไทย-มาเลเซียติดปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 11.49 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 04.49 น.

ยอดขาย EV ใน อาเซียน เร่งตัวแรงสวนทางรถสันดาป โดยเวียดนามกลายเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด ผลักดัน VinFast ครองแชมป์ภูมิภาค แต่ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซียยังเผชิญอุปสรรคต่างกัน

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.30 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดขายรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) ลดลง แม้แต่ละประเทศจะเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในจังหวะที่ต่างกัน โดยประเทศที่โดดเด่นที่สุดคือเวียดนาม ซึ่งมี VinFast ผู้ผลิตรถยนต์ท้องถิ่นเป็นแรงขับสำคัญ แม้ว่าคู่แข่งจากจีนจะครองตลาดส่วนใหญ่ในอาเซียนก็ตาม

อักเช ปราสาด พาร์ตเนอร์จากบริษัทที่ปรึกษา Arthur D. Little กล่าวว่า “การเติบโตของเวียดนามถือว่าน่าประหลาดใจมาก”

จากข้อมูลของ PwC ยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในเวียดนามทั้งรถไฟฟ้าและรถสันดาปเชิงพาณิชย์และโดยสาร เพิ่มขึ้น 18% ในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายนปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ขณะที่ยอดขายรถ EV เพิ่มขึ้นถึง 84%

โดย VinFast ซึ่งจดทะเบียนในตลาด Nasdaq กลายเป็นแบรนด์รถ EV อันดับ 1 ของอาเซียนด้วยยอดขาย 110,362 คันในช่วงเก้าเดือนแรก มากกว่า BYD ที่มียอดขายมากกว่า 70,000 คัน อย่างไรก็ตาม ยอดขายของ VinFast ถึง 94% มาจากภายในประเทศ และในไตรมาส 3 ประมาณ 26% ของยอดขายทั้งหมดเป็นการซื้อจากบริษัทที่เกี่ยวข้องตามรายงานการเงินของ VinFast

ในระดับภูมิภาค PwC ระบุว่ายอดส่งมอบรถ EV ใน 3 ไตรมาสแรกพุ่งขึ้น 62% เมื่อเทียบรายปี โดยมาเลเซียและฟิลิปปินส์ยังตามหลังในกลุ่มเศรษฐกิจใหญ่ 6 ประเทศของอาเซียน

ห่วงโซ่อุปทานที่กระจัดกระจาย: จุดอ่อนของการผลิต EV อาเซียน

ด้านการผลิต ห่วงโซ่อุปทานที่แตกเป็นส่วน ๆ ของอาเซียนถูกมองว่าเป็นความท้าทายสำคัญต่อการขยายบทบาทผู้ผลิตในภูมิภาค ปราสาดกล่าวว่าหากแต่ละประเทศยังคงทำตลาดแบบปิด ผู้ผลิตในประเทศจะไม่สามารถขยายกำลังผลิตได้ และบางรายอาจต้องถอนตัวหรือปิดกิจการ

พาทริค ซีคมันน์ พาร์ตเนอร์จาก PwC เห็นตรงกันว่า อาเซียนควรรวมตัวเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์เดียว แต่ความจริงคือมันยังไม่เกิดขึ้น แม้จะมีอุปสรรคทางการค้าที่ต่ำมาก

“ประเทศต่าง ๆ ไม่ต้องการนำเข้า เพราะจะทำให้เกิดการขาดดุลการค้า พวกเขาต้องการรักษาการจ้างงานในประเทศ และต้องการให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ภาคส่วนอื่น ๆ”

ลิซ ลี ผู้อำนวยการจาก Counterpoint Research กล่าวว่า อาเซียนมีขนาดตลาดใหญ่และหลากหลายพอให้ทั้งผู้เล่นเดิมและผู้เล่นใหม่เติบโตได้พร้อมกัน โดยระบบนิเวศ EV ที่พัฒนาขึ้นและนโยบายสนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่น เช่น Proton, Perodua และ VinFast อาจช่วยสร้างสมดุลในตลาดระยะยาว

อย่างไรก็ตามการเจาะตลาด EV ยังต่ำกว่าเป้าหมายส่วนใหญ่ของประเทศอาเซียน ส่วนหนึ่งเพราะโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จยังไม่พร้อม

โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ ไทยนำหน้า เวียดนามเสี่ยงผูกขาด

ขณะที่ไทยเป็นผู้นำด้านสถานีชาร์จ โดยมีผู้ให้บริการ 21 ราย และจุดชาร์จสาธารณะมากกว่า 4,000 จุด ตามข้อมูลของสมาคมรถยนต์ไฟฟ้าไทย ระบบโครงสร้างพื้นฐาน EV ของไทยอยู่อันดับต้น ๆ ของภูมิภาคและเกินเป้าหมายปีนี้ ตรงกันข้ามเวียดนามมีสถานีชาร์จส่วนใหญ่ถูกควบคุมโดยบริษัท V-Green ของ VinFast ที่มีมากถึง 3,000 สถานี ซึ่งสร้างความกังวลว่าตลาดจะถูกครอบงำจนยี่ห้ออื่นเข้ามาแข่งขันได้ยาก เสมือนกรณี Tesla ในสหรัฐก่อนที่รัฐบาลจะบังคับให้เปิดบางสถานีแก่ผู้ผลิตรายอื่น

ยศภงค์ ล้วนเอี่ยม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่ารัฐบาลเวียดนามจะเข้ามาจัดการในกรณี VinFast เช่นเดียวกับสหรัฐหรือไม่ พร้อมแนะนำว่าควรกำหนดมาตรฐานเทคนิคเดียวเพื่อให้ทุกแบรนด์เข้าถึงได้

อย่างไรก็ตาม โมฮัมหมัด มูดาสเซอร์ ผู้อำนวยการดีลของ PwC เวียดนาม มองว่า โครงสร้างพื้นฐานไม่ใช่อุปสรรคใหญ่ที่สุด ผู้บริโภคจำนวนมากยังชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงานความสะดวกคือหัวใจสำคัญของเกมนี้ พร้อมเสริมว่า ผู้บริโภคบางส่วนอาจเลือกแบรนด์จีนซึ่งมีสมรรถนะดีและร่วมทุนกับบริษัทยานยนต์เวียดนามหลายราย

มาเลเซีย-อินโดนีเซีย-ไทย ตลาด ICE ยังแน่น แต่ EV กำลังมา

ในมาเลเซีย ซึ่งกลายเป็นตลาดรถยนต์ใหญ่ที่สุดของอาเซียนในไตรมาส 2 แต่การนำ EV มาใช้ยังล่าช้ากว่าประเทศอื่น EV มีสัดส่วนเพียง 4.5% ของการจดทะเบียนรถใหม่ปีนี้ ขณะที่ค่าเฉลี่ยอาเซียนอยู่ที่ 17%

การที่โครงสร้างพื้นฐานชาร์จยังไม่ถึงเป้า และราคาน้ำมันค่อนข้างถูก ทำให้ชาวมาเลเซียจำนวนมากยังเลือกใช้รถสันดาป แต่ยอดจดทะเบียน EV ก็เพิ่มขึ้น 44% นำโดย BYD, Proton, Tesla, Zeekr และ BMW โดย Proton มีส่วนแบ่งตลาด EV 22% และ Perodua เตรียมเปิดตัวรถไฟฟ้าภายในสิ้นปี

อินโดนีเซียซึ่งเคยเป็นตลาดรถยนต์อันดับหนึ่งของอาเซียน เผชิญปัญหาชนชั้นกลางหดตัวและสินเชื่อเข้มงวด แต่ตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากลับเติบโต IEA คาดว่าสัดส่วน EV ในสองล้อจะพุ่งจาก 2% ในปี 2566 เป็น 30% ภายในปี 2573

ไทยเองก็เผชิญเศรษฐกิจชะลอและการเข้าถึงสินเชื่อที่ยากขึ้น โดยธนาคารยังไม่มั่นใจการประเมินมูลค่าซากของ EV แต่ยอดจดทะเบียน EV ช่วงมกราคม–ตุลาคมปีนี้ยังสูงกว่าตลอดทั้งปี 2567 อยู่แล้ว

เมื่อแบรนด์จีนเร่งขยายการผลิตในไทยซึ่งเคยถูกขนานนามว่าดีทรอยต์แห่งเอเชีย คำถามสำคัญคือผู้ผลิตท้องถิ่นจะตามการแข่งขันทันได้อย่างไร ปัจจุบันหลายค่ายจีนยังไม่ร่วมมือกับบริษัทไทย นักวิชาการมองว่าผู้ผลิตไทยควรเร่งพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมของตนเองเพื่อรักษาความสามารถแข่งขัน

ทั้งนี้ Arthur D. Little เสนอให้แต่ละประเทศหานิชในห่วงโซ่เพื่อเสริมกัน เช่น อินโดนีเซียเน้นแบตเตอรี่จากทรัพยากรนิกเกิล ไทยผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์และระบบกล และมาเลเซียใช้ความแข็งแกร่งด้านซัพพลายเชนอิเล็กทรอนิกส์

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...