Rama Duwaji ศิลปินสาวเชื้อสายซีเรีย ว่าที่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของนิวยอร์ก ผู้จริงจังกับงานศิลปะ ความเท่าเทียม สิทธิสตรี และประเด็นสุขภาพจิต
ชีวิตการงานและชีวิตส่วนตัวของ โซห์ราน มัมดานี (Zohran Mamdani) ปรากฏบนสื่อสารธารณะแทบทุกแห่ง หลังจากเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เขาเพิ่งชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นนายกเทศมนตรีคนใหม่ของมหานครนิวยอร์ก และหนึ่งในเรื่องราวที่หลายคนให้ความสนใจคือ รามา ดูวาจี (Rama Duwaji) ศิลปินหญิงวัย 28 ปี ภรรยาของมัมดานี ที่กำลังจะกลายเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคนใหม่ของนิวยอร์ก
ดูวาจีเป็นศิลปินท่านหนึ่ง ผลงานของเธอเคยได้รับการเผยแพร่ลงในสำนักข่าวชื่อดังอย่าง The New Yorker และ The Washington Post เธอเกิดและเติบโตที่เท็กซัส ในครอบครัวมุสลิมชาวซีเรีย ด้วยหน้าที่การงานของพ่อแม่ เธอต้องโยกย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอาหรับ เช่น ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และก็อาจด้วยเหตุผลนี้ ดูวาจีจึงผูกพันกับวัฒนธรรมชาวอาหรับและถ่ายทอดประเด็นสังคม การต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมของชาวอาหรับผ่านงานศิลปะของเธอเสมอ โดยเฉพาะประเด็นสิทธิสตรี
"ฉันเชื่อมากๆ ว่าศิลปะเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นเครื่องมือที่ใช้ถ่ายทอดเรื่องราวที่สำคัญเช่นกัน" เธอให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร YUNG นิตยสารศิลปะซึ่งเผยแพร่ในตะวันออกกลางและแอฟริกา "และหากว่าศิลปะสามารถดึงดูด ชักชวนผู้คนให้เข้ามาร่วมสนทนาในประเด็นการเมือง หรือเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มคนที่พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่ง ก็ถือเป็นโบนัสของการทำงานศิลปะเหมือนกันนะ"
งานของดูวาจีสำรวจพรมแดนทางการเมือง ความเปราะบางของชนกลุ่มน้อยอย่างมีหัวจิตหัวใจ งานของเธอจึงกินความตั้งแต่การเมืองในอเมริกา ความเป็นหญิง ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมทั้งประเด็นระหว่างปาเลสไตน์-อิสราเอล ที่เธอใช้งานศิลปะยืนหยัดและเรียกร้องความเป็นธรรมให้ชาวกาซ่ามาหลายปี "พูดตรงๆ เลยนะว่า อะไรต่ออะไรในนิวยอร์กไม่ค่อยสว่างไสวนักหรอกค่ะ ฉันเป็นห่วงเพื่อนๆ กับครอบครัวของฉันเสมอ รู้สึกเหมือนว่าควบคุมอะไรไม่ค่อยได้เลย
"งานศิลปะของฉันสะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว แต่ตอนนี้ ฉันรู้สึกว่าสิ่งที่เป็นประโยชน์มากกว่าตัวฉันในฐานะศิลปิน คือตัวฉันในฐานะพลเมืองของสหรัฐฯ ซึ่งเวลานี้ บรรยากาศก็ทำให้หลายคนรู้สึกว่าพวกเขาไม่เป็นส่วนหนึ่งของเมือง และจำต้องปิดปากเงียบด้วยความหวาดกลัว สิ่งที่ฉันทำได้คือการเป็นปากเสียงบอกเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นในสหรัฐฯ ในปาเลสไตน์และในซีเรีย ให้ได้มากเท่าที่สุดที่จะทำได้"
งานของดูวาจียังพูดถึงผู้หญิงผิวสีและอุปสรรคที่พวกเธอต้องเผชิญ ทั้งความเหลื่อมล้ำ การถูกกีดกันด้วยเหตุทางเพศ รวมถึงสภาพจิตใจซึ่งบ่อยครั้งก็ดูเหมือนจะไม่ได้รับการถ่ายทอดผ่านสื่อตะวันตกมากนัก
"มีเงื่อนไขหลายประการที่ทำให้ผู้หญิงผิวสีเหล่านี้ ไม่อาจเข้าถึงการดูแลสุขภาพทางจิตใจได้ ทั้งการไม่มีช่องทางในการเข้าถึง ไปจนถึงการไม่มีพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนประเด็นสุขภาพจิต" ดูว่าจีให้สัมภาษณ์ทางนิตยสารชาโด ซึ่งเป็นนิตยสารศิลปะที่เน้นบอกเล่าประเด็นเกี่ยวกับความหลากหลายทางเชื้อชาติและเพศสภาพ และหนึ่งในประเด็นแหลมคมที่เธอสำรวจ คือวงการสุขภาพจิตในสหรัฐฯ นั้น ถูกวินิจฉัยและตีความโดยคนขาวเป็นหลัก ทำให้หลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม ความเห็นหรือประสบการณ์ของคนผิวสีไม่ได้รับการมองเห็น หรือกลายเป็นสิ่งที่นักบำบัดผิวขาวไม่เข้าใจ
"ปัญหาที่พวกเธอต้องพบนั้นมีกระทั่งเรื่องที่ว่า พวกเธอหานักบำบัดที่คุยกับพวกเธออย่างลงตัวไม่ได้ ผู้หญิงผิวสีหลายต่อหลายคนที่ฉันรู้จัก อยากคุยกับนักบำบัดที่เป็นผู้หญิงผิวสีเหมือนกัน เพราะพวกเธอจะเข้าใจกันและกันผ่านประสบการณ์บางอย่างที่ไม่ต้องอธิบายซ้ำ
"และก็น่าเสียดายจริงๆ ที่นักบำบัดเช่นนี้ หาได้ยากเหลือเกินในอุตสาหกรรมที่ถูกฟอกด้วยคนขาว (white washed) อย่างหนักเช่นวงการการดูแลสุขภาพจิตเช่นนี้"
และในอีกหลายกรณี ผู้หญิงที่มาจากตะวันออกกลางยังไม่สามารถถ่ายทอดหรือบอกเล่าปัญหาทางจิตใจบางอย่างได้ อันเนื่องมาจากเงื่อนไขต่างๆ ในสังคม "การพูดเรื่องสุขภาพจิต เรื่องความซึมเศร้าหรือความเครียด เกือบจะเป็นเรื่องต้องห้ามด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ตะวันออกกลาง อันนี้พูดจากประสบการณ์ส่วนตัวสมัยไปอยู่ที่นั่นด้วยนะคะ
"เรื่องน่าเศร้าคือ หลายคนคิดว่าเรื่องทางสุขภาพจิตเป็นเรื่องไม่จริง หรือไม่ก็เป็นแค่ภาวะชั่วครั้งชั่วคราว หลายคนก็ไม่มีสิทธิเข้าถึงการช่วยเหลือน่ะ"
สื่อตะวันตกหลายแห่งยังจับจ้องเธอในฐานะสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของนิวยอร์กที่เป็นคน Gen Z หรือคนรุ่นใหม่คนแรก ผลงานและบทสัมภาษณ์เก่าๆ ของเธอ ถูกหยิบมาสำรวจ อ่าน และรับฟังใหม่อีกครั้ง เพื่อจะทำความเข้าใจตัวตนของภรรยานายกเทศมนตรีคนใหม่ และผลงานของเธอก็บ่งชี้ว่า ตัวตนและความเห็นต่อประเด็นต่างๆ ของดูวาจีก็แข็งแรงไม่แพ้สามี ทั้งหลายต่อหลายเรื่อง ทั้งประเด็นสังคม ความขัดแย้งและเรื่องเพศ เธอก็พิสูจน์ผ่านผลงานของตัวเองมาหลายต่อหลายปี
และไม่ว่าอย่างไร ทุกสายตาและความสนใจของผู้คนในมหานครนิวยอร์กเวลานี้และอีกหลายปีนับจากนี้ คงพุ่งตรงไปยังมัมดานีกับดูวาจี ในฐานะผู้นำและในฐานะผู้นำพาเมืองใหญ่ไปสู่อนาคตในรูปแบบใหม่ๆ ต่อจากนี้
อ้างอิง
https://www.theguardian.com/fashion/2025/nov/12/rama-duwaji-zohran-mamdani-style-politics
https://time.com/7298063/rama-duwaji-zohran-mamdani-wife-nyc-mayoral-race/
https://thisisyungmea.com/rama-duwaji-art-activism-and-the-spaces-in-between/
https://shado-mag.com/articles/see/in-conversation-with-rama-duwaji/
บทความต้นฉบับได้ที่ : Rama Duwaji ศิลปินสาวเชื้อสายซีเรีย ว่าที่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของนิวยอร์ก ผู้จริงจังกับงานศิลปะ ความเท่าเทียม สิทธิสตรี และประเด็นสุขภาพจิต
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com