โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (151)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 02 ธ.ค. 2568 เวลา 02.17 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2568 เวลา 02.17 น.

บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

33 ปี ชีวิตสีกากี

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (151)

ทนายจำเลยคดี 5 ศพ ‘ถอนตัว’

นายสถิตย์ ทาวุฒิ รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 นายไมตรี สุเทพากุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสงขลา น.ส.อรพรรณพิลาศ โอวาทตระกูล ผู้พิพากษา ออกนั่งบัลลังก์ในห้องพิจารณาฆ่ายกครัวบุญทวี 5 ศพ อัยการได้เบิกตัว น.พ.ณัฐพล อันนานนท์ จากโรงพยาบาลสงขลา นายแพทย์ผู้ชันสูตรศพทั้ง 5 ศพ

พบว่าสมองขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต สภาพคอหัก นางเจียมจิตรหน้าผากเขียว ส่วนนายประภาส ด.ช.กัมปนาท ด.ช.ชัฏชวาลย์ และ ด.ช.ปรนนท์ มีเลือดขังที่ขา แสดงว่าทั้ง 4 ศพตายในสภาพยืน

ในช่วงพักการพิจารณา ช่วงบ่ายบริเวณหน้าห้องพิจารณาคดี ได้มีทนายความกลุ่มหนึ่งเผยว่า คงจะหาทนายให้จำเลยได้ยาก เพราะรู้กันอยู่แล้วว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

แต่ถ้าหากว่าไม่มีใครว่าความให้จำเลยจริงๆ ก็จะมีทนายความอยู่ 3 คนว่าความให้ จะเป็นไปตามระเบียบของกฎหมาย เนื่องจากคดีที่มีโทษเกิน 5 ปีขึ้นไป จำเลยจะต้องมีทนาย แต่ก็ได้มีการพิจารณากันถึงการที่ไอ้ศักดิ์ ปากรอ ว่าไม่น่าที่จะต้องมาพลิกลิ้นปฏิเสธให้เสียเวลา เช่นนี้แล้วคงจะได้รับความเมตตายาก

และในตอนบ่าย ได้มีนายพิณัฐ เลขานุกิจ ทนายที่ศาลจะแต่งตั้งให้มาเป็นทนายแทนนายจำนงค์ เข้าร่วมรับฟังการพิจารณาด้วย

ซึ่งอัยการได้เบิกตัว พ.ต.ท.วรวุฒิ เสริมศักดิ์ สว.วิทยาการ จังหวัดสงขลา พยานได้เบิกความว่า เป็นผู้ที่ตัดเล็บ เส้นผมของผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ศพเพื่อเก็บเป็นของกลาง

และยังเก็บเส้นผมทั้งหมดที่ตกอยู่บนพื้นบ้านเกิดเหตุไปเป็นหลักฐาน

พร้อมทั้งตรวจพบลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายที่พบภายในบ้านเก็บไว้ เมื่อตำรวจจับกุมนายเรืองศักดิ์และนายสงกรานต์ได้

พยานจึงทำการพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ต้องหาทั้งสองคนส่งพิสูจน์ว่าตรงกับลายนิ้วมือแฝงหรือไม่

ซึ่งผลการพิสูจน์ออกมาตรงกับลายนิ้วมือของผู้ต้องหาทั้งสองคน

พยานปาก ร.ต.อ.หญิง กนิษฐา ชื่นแย้ม เจ้าหน้าที่ตรวจลายนิ้วมือ กองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ เบิกความต่อศาลว่า ลายนิ้วมือจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามที่ พ.ต.ท.วรวุฒิส่งไปตรวจพิสูจน์ พยานเป็นผู้ยืนยันว่า ตรงกับนายเรืองศักดิ์และนายสงกรานต์ 100% เนื่องจากลายนิ้วมือ ฝ่ามือ และฝ่าเท้าของมนุษย์ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง

การสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นเมื่อเวลา 15.00 น. นายจำนงค์ ศรีจันทร์ และนายอรุณศักดิ์ วิชัยไพโรจน์วงศ์ ทนายความจำเลย ได้ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอถอนตัวออกจากการเป็นทนายความให้กับจำเลยทั้ง 2 คน โดยอ้างว่า มีความคิดเห็นไม่ตรงกับจำเลยทั้งสอง และเมื่อศาลถามจำเลยทั้งสองก็ไม่มีใครคัดค้าน จึงอนุญาตให้ทนายทั้งสองถอนได้ จากนั้นศาลได้แต่งตั้งนายพิณัฐ เลขานุกิจ ทนายความสงขลา เป็นทนายความขอแรงให้จำเลยทั้งสองแทน

ตามข่าวที่รับฟังมา การที่ทนายความทั้ง 2 คนขอถอนตัวเนื่องจากเป็นเพราะกลัวทวนกระแสสังคมตำหนิที่ไปว่าความให้คนผิดและทนชาวบ้านบีบไม่ไหว อีกทั้งมีคนโทรศัพท์ไปต่อว่าถึงสำนักงาน และยังถูกญาติพี่น้องและครอบครัวขอร้องให้ถอนตัว

วันที่ 20 มิถุนายน 2540 เป็นวันที่ 4 ของการนัดสืบพยานโจทก์ ที่ศาลจังหวัดสงขลา นายไมตรี สุเทพากุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสงขลา และ น.ส.อรพรรณพิลาศ โอวาทตระกูล ผู้พากษา ออกนั่งบัลลังก์ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 5 อัยการโจทก์ มีนายมงคล ไชยเจริญ อัยการพิเศษประจำกรมจังหวัดสงขลา นายเลิศชาย ณ นคร รองอัยการจังหวัดสงขลา ได้เบิกตัว น.ส.เครือทิพย์ บุญญภัทโร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อ.เมืองสงขลา ซึ่งเป็นเพื่อนกับนางเจียมจิตร บุญทวี ภรรยาของนายประภาส บุญทวี เข้าเบิกความว่า จดจำทรัพย์สิน เช่น แหวน ตุ้มหู ของนางเจียมจิตรที่ถูกจำเลยชิงทรัพย์ดังกล่าวไปได้

พยานปากต่อไป อัยการเบิกตัวนางสุกัญญา สุวรรณโชติ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชน อ.เมืองสงขลา เบิกความต่อศาลว่า เป็นเพื่อนกับนางเจียมจิตร ผู้ตาย เคยไปสั่งทำแหวนด้วยกัน จึงสามารถจดจำลักษณะแหวนของนางเจียมจิตรที่ถูกชิงทรัพย์ได้เป็นอย่างดี ทนายจำเลยได้ซักค้าน

เมื่อซักจบ นายเรืองศักดิ์ หรือไอ้ศักดิ์ ปากรอ จำเลย ได้ลุกขึ้นซักพยานโจทก์เกี่ยวกับชื่อร้านที่พยานโจทก์ไปสั่งทำแหวน ชื่อเจ้าของร้าน วันเกิดเหตุนางเจียมจิตรไว้เล็บยาวหรือสั้น นางสุกัญญา พยานโจทก์ก็ตอบได้อย่างไม่ติดขัด

ต่อมาจึงได้เบิกตัวนายมานพ เบญจวัฒน์ เจ้าของร้านทองที่จำเลยนำแหวนไปขาย มาเบิกความ จนเวลา 17.00 น. ศาลจึงพักการพิจารณาคดี และนัดครั้งต่อไปวันที่ 24 มิถุนายน 2540 นายพิณัฐ ทนายจำเลยได้ถามศาลว่า การพิจารณาคดีนี้จะใช้เวลาอีกนานหรือไม่ ศาลแจ้งให้ทราบว่า หากจำเลยสารภาพ การพิจารณาตัดสินคดีก็จะเร็วขึ้น จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับจำเลย ทางศาลจะต้องมีการสืบพยานโจทก์ให้เร็วที่สุด เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญ และประชาชนให้ความสนใจมาก

ศาลยังได้ถามอัยการโจทก์เกี่ยวกับการที่นางกิ้มอิ้น บุญทวี มารดาของนายประภาส บุญทวี พร้อมกับทนายได้มายื่นคำร้องขอเป็นโจทก์ร่วมในคดีที่ทางศาลได้ให้อัยการไปพูดคุยกับนางกิ้มอิ้นก่อน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ อัยการจึงเรียนศาลว่า ขอคัดค้านการขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วม เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เสียรูปคดี พยานจะไม่กล้าให้การ

ศาลจึงเรียกตัวนางกิ้มอิ้นและทนายความมาเจรจากันต่อหน้า โดยที่ศาลแจ้งให้ทราบว่า ทางอัยการได้รักษาผลประโยชน์ในคดีนี้อยู่แล้ว หากการมาเป็นโจทก์ร่วมเกรงว่าจะทำให้รูปคดีเสียไป

นางกิ้มอิ้นแจ้งว่า ที่ขอเป็นโจทก์ร่วมก็เพื่อต้องการทราบความคืบหน้าของคดีว่าเป็นอย่างไร

ศาลจึงแจ้งว่า จะให้เป็นโจทก์ร่วมก็ได้ แต่ต้องไม่ซักถามพยานที่นำมาเบิกความ หากจะกระทำได้ ต้องได้รับความยินยอมจากอัยการเสียก่อน ทางศาลจึงขอให้มีการพูดคุยกันอีกที นางกิ้มอิ้นและทนายความก็พากันเดินทางกลับทันที

ต่อมาได้บอกกับนักข่าวว่า ต้องการอยากทราบความคืบหน้าของคดีเท่านั้น จะได้นำไปบอกญาติๆ เมื่อทราบว่าอัยการทำงานกันอย่างเต็มที่ และรัดกุมอยู่แล้ว ไอ้ศักดิ์ ไอ้จ้อง โทษอย่างต่ำก็จำคุกตลอดชีวิต นางกิ้มอิ้นยังย้ำว่า จำคุกตลอดชีวิตไม่เอา อย่างนี้มันต้องประหารชีวิตอย่างเดียว

ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ นายจำแลง มงคลนิสภกุล กรรมการสภาทนายความภาค 9 ได้แถลงเกี่ยวกับผลกระแสสังคมที่กระทบต่อทนายขอแรงในคดีว่า ทนายขอแรงเป็นทนายที่ทางศาลแต่งตั้งให้ตามระเบียบกฎหมายในคดีที่มีอัตราโทษสูงเกิน 5 ปีขึ้นไป ถึงจำเลยไม่ตั้งทนายความ ศาลก็ต้องตั้งให้ เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และให้ความเป็นธรรมแก่จำเลย ทางทนายขอแรงไม่ได้รับค่าจ้างใดๆ ทั้งสิ้น ประชาชนส่วนใหญ่อาจจะไม่เข้าใจ

อย่างคดีนี้เช่นกัน ศาลจำเป็นต้องตั้งทนายขอแรงให้จำเลย ไม่ใช่ว่าเป็นพวกเดียวกับจำเลย เพราะเหตุที่ประชาชนไม่เข้าใจถึงวิธีนี้ จึงเกิดกระแสสังคมที่ทำให้เข้าใจผิดกันยกใหญ่ มีการโทรศัพท์ไปต่อว่าทนายขอแรงคนก่อน ทำให้เกิดความท้อใจ จึงขอถอนตัวเสีย และมีทนายขอแรงอีกหลายคน ซึ่งถึงแม้จะเห็นว่าเป็นส่วนน้อยที่อยากจะเป็นทนายขอแรงให้จำเลย แต่มีข้อแม้ว่า จะต้องมีการแถลงให้แก่ประชาชนทราบข้อเท็จจริงเสียก่อน เนื่องจากไม่อยากถูกต่อว่าจากกระแสสังคมที่ไม่เข้าใจ

สำหรับคดีนี้ทนายขอแรง คือ นายพิณัฐ เลขานุกิจ ทางสภาทนายความภาค 9 จะแต่งตั้งนายสำราญ บุญเส้ง ไปช่วยว่าความให้จำเลยอีกคนหนึ่ง เพื่อจะได้ช่วยกันคิด

นายพิณัฐ เลขานุกิจ ทนายขอแรงของจำเลย เปิดเผยว่า จะขอว่าความให้จำเลยอย่างเต็มที่ แม้จะทราบว่าญาติของจำเลยจะหาทนายความมาสู้คดีเองก็ตาม นายพิณัฐรู้สึกสงสารญาติของจำเลยเช่นกันที่มาพูดคุยในลักษณะว่าตนจะขอถอนตัวไปอีกคน ตนยังไม่ได้พูดคุยกับจำเลยมากนัก ที่จำเลยขอซักค้านร่วมนั้นเป็นสิทธิของจำเลย ดีเสียอีกจะได้ช่วยกันคิด แต่ท่าทีของจำเลยต้องการที่จะให้สู้คดีท่าเดียว โดยไม่คำนึงว่าควรจะสู้คดีแบบไหน จะต้องดูกันไปสักระยะก่อน อย่างไรก็ตาม หากมีความเห็นไม่ตรงกันตนก็ต้องขอถอนตัวเช่นกัน

นายมงคล ไชยเจริญ อัยการพิเศษประจำกรมจังหวัดสงขลา ได้กล่าวว่า ถึงตอนนี้อัยการไม่รู้สึกกลัวอะไร เพราะมีหลักฐานมากพอ และมั่นคงมาก ขณะนี้มีการประสานงานกับทางตำรวจในเรื่องพยานที่จะมาเบิกความให้มีการเตรียมพร้อม ทางตำรวจก็มาศาลทุกนัด เพื่อสะดวกในการนัดพยานหรือเปลี่ยนพยาน อีกทั้งศาลก็เข้าใจลักษณะคดีอยู่แล้วว่าเป็นคดีพิเศษ จึงอยากให้มีการตัดสินคดีโดยเร็ว

มีการสืบพยานสัปดาห์ละ 3 วัน เพื่อเร่งการตัดสินคดีโดยเร็วต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (151)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...