โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ไทยออยล์' ชี้แนวโน้มราคาน้ำมันดิบ ปัจจัยคาดส่งผลกระทบสัปดาห์นี้

ทันหุ้น

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 05.33 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 05.33 น.

#ทันหุ้น – ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 57-67 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 59-69 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (28 พ.ย. 68 4ธ.ค. 68)

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากความตึงเครียดของสถานการณ์ความไม่สงบในยุโรปตะวันออกมีแนวโน้มคลี่ยคลายลงสืบเนื่องจากความพยายามในการผลักดันการเจรจาให้เกิดสันติภาพระหว่างรัสเซีย และยูเครน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีการโจมตีระหว่างรัสเซียและยูเครนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากความเชื่อมั่นธุรกิจเยอรมันปรับลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ ขณะที่เศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นจากมาตรการผ่อนคลายทางการค้า ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า Fed จะลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน ธ.ค. 68

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้

  • ตลาดจับตาการเจรจาสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างรัสเซียและยูเครนที่มีความคืบหน้ามากขึ้นเนื่องจากประธานสภาความมั่นคงและกลาโหมแห่งชาติ ของยูเครนนายรูสเต็ม อูเมรอฟ เผยว่ายูเครนสนับสนุนสาระสำคัญของกรอบสันติภาพ หลังจากเจรจากับสหรัฐฯ แต่ ยังต้องมีการหารือประเด็นละเอียดอ่อนที่สุดระหว่างประธานาธิบดีของประเทศทั้งสอง เช่น การให้ยูเครนยกดินแดนบางส่วนให้รัสเซีย การลดขนาดกองทัพ และการล้มเลิกการเข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการเปิดเผยร่างล่าสุดจากทั้งสองฝ่าย ขณะที่ทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ นาย Marco Rubio ระบุว่าเส้นตายดังกล่าวอาจยืดหยุ่นได้ ทั้งนี้ประธานาธิบดีของยูเครน นาย โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี อาจเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อสรุปข้อตกลงแผนสันติภาพกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการทบวงการทัพบกสหรัฐฯ พบปะหารือกับคณะผู้แทนจากรัสเซียที่กรุง Abu Dhabi เมืองหลวงของสหรัฐฯ อาหรับเอมิเรตส์ เพื่อเจรจาเกี่ยวกับแผนยุติสงครามยูเครนที่สหรัฐฯ เสนอซึ่งเป็นความพยายามอีกด้านหนึ่งจากสหรัฐฯ ควบคู่ไปกับที่กรุง Geneva

  • ในขณะเดียวกันยุโรปยังคงสนับสนุนยูเครน โดยกลุ่มประเทศ E3 (ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร) ร่างแผนสันติภาพที่แก้ไขจากร่างต้นฉบับของสหรัฐฯ (Counter-proposal) โดยเพิ่มความสำคัญให้กับอธิปไตยและความมั่นคงของยูเครน จึงอาจมีความทับซ้อนกับร่างที่สหรัฐฯ กับยูเครนร่วมกันจัดทำอยู่ ต่อมา ประธานคณะมนตรียุโรป (European Council) นาย Antonio Costa ย้ำว่าสหภาพยุโรปจะยังคงสนับสนุนยูเครนอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านการทูต การทหาร และเศรษฐกิจ ขณะที่รัสเซียยังคงสงวนท่าทีหลังล่าสุดโฆษกรัฐบาลรัสเซีย นาย Dmitry Peskov ระบุว่ารัสเซียรับทราบผลลัพธ์ของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และยูเครนผ่านสื่อเท่านั้น และจะไม่ออกความเห็นจนกว่าจะได้รับข้อมูลทางการ นอกจากนี้ยังไม่มีแผนประชุมระหว่างตัวแทนสหรัฐฯ และรัสเซีย

  • อย่างไรก็ตาม ยูเครนยังคงจู่โจมรัสเซียอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเสนาธิการทหารบกของยูเครนกล่าวว่ากองทัพยูเครนโจมตีท่าส่งออกน้ำมัน Sheskharis ของบริษัท Transneft ที่ท่า Novorossiysk ในทะเลดำและโรงกลั่นน้ำมัน Tuapse ซึ่งมีกำลังการผลิตอยู่ที่ระดับ 0.24 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท Rosneft ของรัสเซียเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 68 เป็นการโจมครั้งที่ 3 ในเดือน พ.ย. 68 ขณะที่ทางด้านรัสเซียโจมตียูเครนด้วยโดรนและขีปนาวุธ ครั้งใหม่ในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนเช่นกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ รวมถึงระบบไฟฟ้า และระบบทำความร้อนได้รับความเสียหาย

  • เศรษฐกิจยุโรปยังคงชะลอตัวเนื่องจากดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจของเยอรมนี ลดลงสู่ระดับ 88.1 ในเดือน พ.ย. 68 จาก 88.4 ในเดือนต.ค. 68 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 88.5 สะท้อนว่าภาคธุรกิจเยอรมนียังอ่อนแอและไร้สัญญาณฟื้นตัว หลังเศรษฐกิจหดตัวต่อเนื่องสองปี ขณะที่สถาบันเพื่อการวิจัยทางเศรษฐกิจชี้ว่าการฟื้นตัวอาจต้องรอแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นการคลังในปี 69

  • เศรษฐกิจระหว่างจีน และสหรัฐฯ มีแนวโน้มฟื้นตัวเนื่องจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนแข็งแกร่งมาก จากการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีจีน นายสี จิ้นผิงในหลายประเด็น เช่น ยูเครน ยาเฟนทานิล การค้า และผลผลิตทางการเกษตรของสหรัฐฯ นอกจากนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่าจะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในเดือน เม.ย. 69 และจะเชิญนายสี จิ้นผิงเยือนสหรัฐฯ ในภายหลังด้วย

  • ตลาดจับตานโยบายการปรับอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ หลังคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) นาย Christopher Waller เผยว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงอ่อนแอ จึงจำเป็นต้องลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ครั้งถัดไปในวันที่ 9-10 ธ.ค. 68 โดยล่าสุด Fed Watch Tool ของ CME Group คาดการณ์ว่ามีโอกาส 77% ที่ Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลง 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 3.50-3.75%

  • ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ เดือน พ.ย. ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเดือน พ.ย. 68 อัตราการจ้างงานเดือน พ.ย. 68 ดัชนีราคาส่งออกเดือน พ.ย. 68 และดัชนีราคานำเข้าเดือน พ.ย. 68 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/68 อัตราการจ้างงานไตรมาส 3/68 ยอดขายปลีกเดือน ต.ค. 68 ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเดือน พ.ย. 68 ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน พ.ย. 68 อัตราการว่างงานเดือน ต.ค. 68 ดัชนีราคาผู้บริโภค เดือน พ.ย. 68 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ เดือน พ.ย. 68

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา(21 27..68)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 1.43 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 58.43 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 1.10 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 62.98 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากตลาดคลายกังวลเกี่ยวกับความไม่สงบระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่มีความพยายามที่จะเจรจายุติสงคราม ขณะที่รัสเซียเริ่มหันไปเพิ่มการส่งออกน้ำมันไปจีนมากขึ้นเพื่อชดเชยอุปสงค์ที่หายไปจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของรัสเซียทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท Rosneft และ Lukoil ทำให้โรงกลั่นบางแห่งในอินเดียต้องลดการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียลง ทั้งนี้รองนายกรัฐมนตรีของรัสเซียเปิดเผยว่า ทั้งสองประเทศอยู่ระหว่างการหารือแนวทางการขยายการส่งออกน้ำมันรัสเซียไปยังจีนเพิ่มขึ้น ด้านสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน (EIA) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่ม 2.8 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 426.9 ล้านบาร์เรล ณ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 พ.ย. 68

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...