โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” เตือนสหรัฐ หลีกเลี่ยง 4 ประเด็นอ่อนไหว รักษาข้อตกลงการค้าระหว่างสี จิ้นผิง-ทรัมป์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 พ.ย. 2568 เวลา 10.24 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2568 เวลา 03.24 น.

"จีน" เตือนสหรัฐ หลีกเลี่ยง 4 ประเด็นอ่อนไหว ได้แก่ ไต้หวัน สิทธิมนุษยชน ระบบการเมือง และสิทธิในการพัฒนา รักษาข้อตกลงการค้าระหว่างสี จิ้นผิง-ทรัมป์ ขณะทรัมป์เลี่ยงหารือเรื่องชิป AI หลังถูกเตือนด้านความมั่นคง

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.12 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนออกมาเรียกร้องให้สหรัฐหลีกเลี่ยงการแตะต้อง 4 ประเด็นอ่อนไหวหลัก หากต้องการให้ข้อตกลงทางการค้าที่สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เพิ่งบรรลุเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสะท้อนถึงความซับซ้อนและความเปราะบางของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมหาอำนาจ

Xie Feng เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ ระบุว่า ประเด็นที่จีนถือเป็นเส้นแดง (Red Lines) ที่สหรัฐไม่ควรล้ำเข้าไปมีอยู่ 4 เรื่อง ได้แก่ ไต้หวัน, ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน, ระบบการเมืองของจีน และสิทธิในการพัฒนา (Development Rights)

เขากล่าวในสุนทรพจน์ออนไลน์ระหว่างการประชุมของสภาธุรกิจสหรัฐ-จีน (US-China Business Council) เมื่อวันอังคาร โดยเน้นว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเคารพผลประโยชน์หลักและความกังวลสำคัญของแต่ละฝ่าย” พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศปฏิบัติตามฉันทามติที่ผู้นำทั้งสองได้ตกลงกันไว้ และแสดงให้โลกเห็นผ่านการกระทำและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นใจต่อเศรษฐกิจโลก

พร้อมเตือนเพิ่มเติมว่า หากทั้งสองประเทศยังคงมีความขัดแย้งในเรื่องภาษี นโยบายอุตสาหกรรม หรือเทคโนโลยีต่อไป ทุกอย่างก็จะไม่มีทางนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี นอกจากทางตันเท่านั้น

ในวันเดียวกัน Wall Street Journal รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ ได้แนะนำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ งดหารือเรื่องชิปปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ (AI Chips) ระหว่างการพบปะกับผู้นำจีน โดยให้เหตุผลว่าการอนุญาตให้จีนเข้าถึงชิปรุ่น Blackwell ของบริษัท Nvidia อาจสร้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงของชาติ ซึ่งทรัมป์ก็ยอมรับคำแนะนำดังกล่าว

รายงานนี้ตอกย้ำว่าข้อตกลงหยุดยิงทางการค้าระยะเวลา 1 ปี ที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามร่วมกันในเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ยังมีแนวโน้มถูกสั่นคลอนได้ทุกเมื่อ เนื่องจากประเด็นขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงมีอยู่ในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์

แม้ในการประชุมสุดยอดสี–ทรัมป์ จะไม่มีการหยิบยกสถานะของไต้หวันขึ้นมาโดยตรง แต่จีนยังคงถือว่าประเด็นนี้เป็นแก่นหลักของนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ จีนมองว่าไต้หวันเป็นดินแดนที่สูญหายไป ซึ่งจะต้องนำกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของจีนในอนาคต แม้จะต้องใช้กำลัง ขณะที่ไต้หวันยืนยันปฏิเสธการอ้างสิทธิ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Pete Hegseth รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ได้หารือกับ Dong Jun รัฐมนตรีกลาโหมจีน โดยแสดงความกังวลต่อกิจกรรมทางทะเลของจีนรอบเกาะไต้หวันและทะเลจีนใต้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดตั้ง ช่องทางสื่อสารโดยตรงระหว่างกองทัพ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและลดความเสี่ยงของการปะทะโดยไม่ตั้งใจ

นอกเหนือจากประเด็นไต้หวันแล้ว สหรัฐและจีนยังมีความเห็นต่างอย่างลึกซึ้งในเรื่อง สิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสถานการณ์ใน ฮ่องกง ซินเจียง และทิเบต ที่สหรัฐยังคงออกแถลงการณ์วิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอย่างสก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง ได้เรียกร้องให้จีนปรับสมดุลเศรษฐกิจ โดยหันมาเน้นการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น เพื่อลดความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างสองประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการส่งออกสินค้าปริมาณมหาศาลของจีน

ในการหารือที่ปูซาน ผู้นำทั้งสองไม่ได้บรรลุข้อตกลงในประเด็นที่จีนต้องการเข้าถึงเซมิคอนดักเตอร์ระดับสูงจากสหรัฐ อย่างไรก็ตามทรัมป์เปิดเผยภายหลังว่าทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยเกี่ยวกับบริษัท Nvidia โดยทั่วไป และเห็นพ้องที่จะเปิดช่องการเจรจาเพิ่มเติมระหว่างภาครัฐและเอกชนต่อไป

ศาสตราจารย์ David Daokui Li นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิงหัว และที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน กล่าวว่าข้อตกลงระหว่างผู้นำสองประเทศถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเป็นครั้งแรกที่สหรัฐปฏิบัติต่อจีนในฐานะพันธมิตรที่เท่าเทียม

หลี่ ซึ่งเป็นอดีตที่ปรึกษาธนาคารกลางจีน ระบุว่า หลังการประชุมสุดยอด เขารับรู้ได้ถึงบรรยากาศแห่งความหวังและความกระตือรือร้นในหมู่นักนโยบายจีน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ความขัดแย้งด้านการค้า การเงิน และเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย (small potatoes) ที่สามารถหาทางออกร่วมกันได้ในระยะต่อไป

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...