โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไง ถึงจะรวย

Thairath Money

อัพเดต 08 พ.ย. 2568 เวลา 18.39 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2568 เวลา 02.01 น.
ภาพไฮไลต์

ในวงการการลงทุน จะกล่าวกันอยู่เสมอว่า องค์ประกอบของการลงทุนให้ประสบความสำเร็จจะต้องมี 3 องค์ประกอบหลัก หรือที่เรียกกันว่า 3M ได้แก่

  • กลยุทธ์และระบบลงทุน (Method) คิดเป็น 10%
  • การบริหารความเสี่ยงและการบริหารเงินหน้าตัก (Money management) คิดเป็น 30% และ
  • จิตวิทยาและกระบวนการคิด (Mindset) ในการลงทุนคิดเป็น 60%

หมายความว่า จิตวิทยาและกระบวนการคิด หรือพูดภาษาชาวบ้านง่ายๆ ก็คือ นิสัยมีผลต่อความสำเร็จมากที่สุด ผมเองเคยถามเพื่อนที่เป็นนักขายประกันที่ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่งว่า ทำอย่างไรถึงมีลูกค้ารายใหญ่ที่เป็นคนรวยได้มากขนาดนี้

เพื่อนตอบว่า “ถ้าอยากจับปลาทะเล เราต้องออกมหาสมุทร ถ้าอยากมีลูกค้าคนรวย เราต้องอยู่ในกลุ่มคนรวย ใช้ชีวิตในสังคมคนรวย”

ฟังแล้ว ก็จริงแฮะ ถ้าเราอยากรวย เราก็ควรจะมีนิสัยหรือวิธีคิดแบบคนรวยเหมือนกัน แล้วคนรวยมีนิสัยอย่างไร

ว่าแล้ว ก็เลยพยายามหารายงานวิจัยที่พูดเกี่ยวกับนิสัยคนรวยทั่วโลก โชคดีพบรายงานวิจัยของ Thomas J. Stanley (The Millionaire Next Door, 1996), Credit Suisse Global Wealth Report และงานด้าน Behavioral Economics

นิสัยหลักของคนรวยในหลากหลายแง่มุมที่พบจากการวิจัย มีสิ่งที่น่าสนใจ สรุปได้ ดังนี้

ด้านการเงิน

ออมและลงทุนต่อเนื่อง: คนรวยมักกันรายได้ส่วนหนึ่งเพื่อการลงทุน เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ กองทุน ฯลฯ Warren Buffett เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ในปี 2004 ว่า

“ถ้าคุณลงทุนในกองทุนดัชนีที่มีต้นทุนต่ำโดยที่ไม่ลงทุนหนัก ๆ ในครั้งเดียวแต่ลงทุนถัวเฉลี่ยอย่างน้อยเป็นเวลา 10 ปี คุณจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า 90% ของนักลงทุนที่ลงทุนในเวลาเดียวกัน”

“ให้ซื้อเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะดีหรือแย่ และโดยเฉพาะตอนที่มันแย่”

ไม่เน้นหนี้บริโภค: ใช้หนี้อย่างมีวินัย โดยเฉพาะหลีกเลี่ยงหนี้บัตรเครดิตที่ดอกเบี้ยสูง เหมือนอย่างที่ Warren Buffett เคยเล่าว่า

“จำได้ว่ามีเพื่อนคนหนึ่งมาหาผมเมื่อไม่นานมานี้ เขาเพิ่งได้เงินมา แล้วถามว่าจะเอาเงินไปทำอะไรดี?”

Warren Buffett ถามกลับว่า “แล้วคุณติดหนี้บัตรเครดิตบ้างมั้ย?”

หญิงที่เป็นเพื่อน ตอบว่า “ยังเป็นหนี้บัตรเครดิตอยู่จำนวนหนึ่ง คาดว่ามีดอกเบี้ย 18%”

Warren Buffett ตอบกลับว่า “ผมก็ไม่เคยรู้ว่าจะทำอะไรให้ได้เงิน 18% ถ้าผมติดหนี้ด้วยดอกเบี้ย 18% ผมต้องจนอย่างแน่นอน และถ้าผมได้เงินมา ผมก็จะไปจ่ายหนี้นั้นให้หมดก่อน”

และ Buffett ทิ้งท้ายว่า…

“ผมคิดว่าผู้คนควรที่จะเลี่ยงใช้บัตรเครดิตเพื่อก่อหนี้ เหมือนกับเลี่ยงใช้เงินในกระปุกออมสินที่บ้าน”

เสียดายที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยตระหนักในเรื่องนี้ เพราะประเภทหนี้สินที่คนไทยเป็นกันมากที่สุด ได้แก่ หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล และ หนี้บัตรเครดิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้เพื่อการบริโภค โดย

  • หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล (Unsecured Personal Loan): เป็นหนี้ที่คนไทยเป็นมากที่สุด โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 39% ของหนี้ครัวเรือน
  • หนี้บัตรเครดิต (Credit Card Debt): เป็นหนี้ที่มาเป็นอันดับสอง คิดเป็น 29% ของหนี้ครัวเรือน

กระจายความเสี่ยง: ลงทุนหลายสินทรัพย์ และในหลายภูมิภาค เหมือนอย่างที่เราได้ยินบ่อยๆ ก็คือ “อย่าวางไข่ในตะกร้าใบเดียว” เพราะถ้าเกิดทำตก ไข่ในตะกร้าก็จะแตกหมด

ด้านการทำงานและทัศนคติ

คนรวยจะมีเป้าหมายระยะยาว: วางแผนทางการเงินเป็น 10–20 ปี

โฟกัสที่มูลค่า ไม่ใช่แค่ราคา ยกตัวอย่างง่ายๆ เวลาจะซื้อของ อันดับแรกให้พิจารณาว่า ของชิ้นนั้น จำเป็นหรือไม่ ซื้อมาแล้วได้ใช้หรือไม่ ไม่ใช่เจอของถูก ของลดราคา โปรโมชั่นพิเศษ อย่างเช่น 1 เดือน 1, 2 เดือน 2,…, 9 เดือน 9 ฯลฯ ตาลุกวาว รีบกดซื้อ กลัวโค้ดหมด กลัวของหมด แต่สุดท้ายซื้อมาก็ไม่ได้ใช้ เท่ากับเราซื้อขยะมารกบ้านเพิ่มอีก 1 ชิ้น ของที่ถูกกลายเป็นของแพงไปเลยทันที คนรวยจะเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ คือ สร้างมูลค่าให้กับชีวิต เช่น สุขภาพ ความรู้ ความสัมพันธ์ ฯลฯ การโฟกัสที่มูลค่า หมายถึงการมุ่งเน้นความสนใจไปที่สิ่งที่สร้างคุณค่าอย่างแท้จริง โดยพิจารณาจากเป้าหมายที่ชัดเจน การจัดลำดับความสำคัญของงาน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

การประยุกต์ใช้ "โฟกัสที่มูลค่า" ในชีวิตประจำวันและการทำงาน:

ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน: หาเวลาทบทวนว่าคุณต้องการอะไรและสิ่งใดสำคัญที่สุด

จัดลำดับความสำคัญ: มุ่งเน้นพลังงานและเวลาไปที่งานสำคัญเพียงไม่กี่อย่างแทนที่จะกระจายไปกับหลายเรื่องที่ไม่เกิดผลลัพธ์ อาจใช้หลักพาเรโต (Pareto Principle): ให้ความสำคัญกับ 20% ของงานที่สร้างผลลัพธ์ 80%

สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการโฟกัส: ลดสิ่งรบกวน เช่น ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น หรือการเช็กอีเมลบ่อยเกินไป

ฝึกสมาธิและสร้างวินัย: เพื่อให้สามารถควบคุมพลังงานและโฟกัสได้ดีขึ้น

สร้างรายได้หลายทาง: เช่น ธุรกิจ การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา ฯลฯ

ด้านการศึกษาและความรู้

อ่านหนังสือและเรียนรู้ตลอดชีวิต

ลงทุนกับการศึกษา ของตัวเองและบุตรหลาน ขอยกคำพูดของ Warren Buffett อีกนะ “การลงทุนในตัวเอง เพื่อพัฒนาทักษะและความสามารถให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพราะสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้คุณได้อย่างมหาศาลและไม่สามารถถูกพรากไปได้ง่ายๆ”

ด้านพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ประหยัดแบบมีเหตุผล: งานวิจัยชี้ว่า คนรวยส่วนใหญ่มักไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินฐานะ อะไรที่จำเป็น ก็ซื้อ อะไรที่ไม่จำเป็น ก็ไม่ซื้อ เคล็ดลับการใช้เงินของเศรษฐีข้อหนึ่งที่ผมเคยได้ยินเสมอ ก็คือ “ไม่ใช้ ไม่ซื้อ ต่อให้ลดราคา ก็ไม่ซื้อ”

เลือกสังคมแวดล้อมที่สร้างแรงบันดาลใจ อันนี้ตรงกับมงคล 38 มูลเหตุแห่งความสุขจำนวน 38 ประการ ที่ช่วยส่งเสริมความสุข และความก้าวหน้า ข้อ 1 คือ การไม่คบคนพาล และ ข้อ 2 คือ การคบบัณฑิต

สุขภาพมาก่อน: ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและอาหาร ผมนึกถึงคำพูดของอาจารย์หมอท่านหนึ่ง กล่าวไว้น่าฟังมาก

“ถ้าเรามีสุขภาพดี เราจะมีทุกอย่าง ถ้าเรามีสุขภาพแย่ เราจะเสียทุกอย่าง” เพื่อนๆ ว่า “จริงมั๊ย?”

ดูๆแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่เราจะเริ่มมีนิสัยแบบคนรวย แต่สิ่งที่ยาก ก็คือ “เรามักจะเลิกทำเร็วเกินไป” เรามาลองตั้งปณิธานกันตอนนี้เลยดีมั๊ย ไม่ต้องรอปีใหม่ว่า “เราจะมีนิสัยแบบคนรวยตั้งแต่ตอนนี้อย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2569” เชื่อนะว่า แม้เราจะไม่รวยแบบเศรษฐีเขา แต่เราจะรวยกว่าตอนนี้แน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไง ถึงจะรวย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...