"กัมพูชา" ปฏิเสธเสียงแข็ง! หลังไทยอ้าง "โดรน 250 ลำ" ล้ำเขตอธิปไตย
"กัมพูชา" ปฏิเสธเสียงแข็ง! หลังไทยอ้าง "โดรน 250 ลำ" ล้ำเขตอธิปไตย ยันออกคำสั่งห้ามปล่อย UAV ทั่วประเทศ ชี้ยึดมั่นข้อตกลงสันติภาพชายแดน
วันที่ 30 ธ.ค. 2568 สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 68 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษก กองทัพบก เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 ถึงสถานการณ์คืนวันที่ 28 ธ.ค. ว่า ตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ (UAV) บินจากฝั่งกัมพูชาล้ำเข้ามาในเขตอธิปไตยของประเทศไทยเป็นจำนวนมากกว่า 250 ลำนั้น
ล่าสุด พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ออกมาแถลงปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ระบุว่า กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาขอปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อแถลงการณ์ของฝ่ายไทยเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 68 ที่อ้างว่าตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ (UAV) มากกว่า 250 ลำ บินมาจากกัมพูชาและละเมิดอธิปไตยของประเทศไทย
กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาขอปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้โดยสิ้นเชิง รัฐบาลกัมพูชาและกองทัพกัมพูชายืนยันความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่และจริงใจในการดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมของการประชุมสมัยพิเศษครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างกัมพูชาและไทย ลงนามวันที่ 27 ธ.ค. 68 และปฏิญญาร่วมว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทยที่ลงนามเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 และข้อตกลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ความพยายามเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและการกลับคืนสู่สภาวะปกติ สันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานบริหารส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ตามแนวชายแดน ได้ออกคำสั่งอย่างเข้มงวดเพื่อห้ามการปล่อยยานอากาศไร้คนขับ (UAV) ทุกประเภท เราขอยืนยันว่าไม่มีการปล่อยโดรนดังกล่าวเกิดขึ้น
กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้เผยแพร่เอกสารคำสั่ง ห้ามใช้ยานอากาศไร้คนขับ (โดรน) ทุกประเภทอย่างเด็ดขาดทั่วประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดน ถึงกองบัญชาการทหารสูงสุด กองบัญชาการกองทัพอากาศ กองบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ ร่วมกับตำรวจทหารทั่วประเทศ ตลอดจนหน่วยงานในเมืองหลวง หน่วยงานบริหารส่วนภูมิภาค และหน่วยงานท้องถิ่น โดยสั่งการเพิ่มระดับการตรวจสอบการใช้โดรน เพื่อรักษาความมั่นคง ความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชน ในกรณีที่จำเป็น หน่วยทหารอาจตอบโต้ รวมถึงการใช้ระบบต่อต้านโดรน
เมื่อได้รับคำสั่งนี้แล้ว หน่วยงานและองค์กรทั้งหมดภายใต้กระทรวงกลาโหม กองบัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพกัมพูชา และหน่วยงานในเมืองหลวงและหน่วยงานบริหารส่วนภูมิภาค จะต้องเผยแพร่คำสั่งนี้อย่างกว้างขวางและร่วมมือกันในการดำเนินการอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพสูง