ธอส. ปล่อยสินเชื่อปี 68 แล้วกว่า 2.15 แสนล้านบาท เดินหน้ายกระดับเทคโนโลยี รับการแข่งขันจาก Virtual Bank
ธอส. เผย 11 เดือน ปี 68 ปล่อยสินเชื่อใหม่สนับสนุนคนไทยมีบ้านแล้ว 2.15 แสนล้านบาท คิดเป็น 89% ของเป้าหมายทั้งปี ที่ตั้งไว้ 2.41 แสนล้านบาท มั่นใจปิดปีได้ตามเป้า เดินหน้าวางรากฐานด้านเทคโนโลยี เพื่อรองรับการเข้ามาของ Virtual Bank พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน
9 ธ.ค. 2568 นายอัครุตม์ สนธยานนท์ ประธานกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง มีภารกิจหลักในการปล่อยสินเชื่อ ที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อยละปานกลางได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการอัดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ให้ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ ธอส. เป็นผู้นำอันดับ 1 ในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบ โดยในปี 2568 ธอส. ได้รับเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ 241,780 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ธอส. ยังทำหน้าที่สนับสนุนนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ (Quick Big Win) ของรัฐบาล จัดทำมาตรการแก้ไขหนี้ครัวเรือนผ่าน 6 มาตรการสำหรับลูกค้ากลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง เป็นพิเศษ (SM) และลูกค้าสถานะ NPL ทำให้ ธอส.สามารถช่วยรักษาบ้านให้กับคนไทยได้เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ ธอส. ยังทำหน้าที่ช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนที่ประสบปัญหาด้านต่างๆ ในทุกช่วงเวลา จัดทำมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และ ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ครอบคลุมการพักชำระหนี้ กู้เพิ่มเพื่อซื้ออุปกรณ์ฯ และกู้เพื่อซ่อมแซมอาคารหรือปลูกสร้างอาคารหลังเดิมที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบ ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อช่วยให้ลูกค้ากลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติอย่างรวดเร็วอีกครั้ง เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ ธอส.ดำเนินการได้เป็นอย่างดี
นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธอส. เดินหน้าสานต่อพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเป็นกลไกหลักของรัฐบาลในการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยการปล่อยสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้แก่ลูกค้าและประชาชนหลากหลายอาชีพ
ส่งผลให้ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ทำให้คนไทยมีบ้านได้รวม215,130 ล้านบาท จำนวน 200,848 บัญชี คิดเป็น 89% ของเป้าหมายทั้งปี 2568 ที่ตั้งไว้ 241,780 ล้านบาท
ซึ่งในจำนวนนี้เป็นสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท สูงถึง 112,143 ราย เพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.9% โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2566 – 30 พฤศจิกายน 2568) สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ทำให้คนไทยมีบ้านเพิ่มขึ้น 392,000 บัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจกว่า 460,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการตาม Financial Landscape ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ริเริ่มการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อยกระดับ “โครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน” ผ่าน Application : GHB ALL GEN สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแต่ไม่สามารถขอสินเชื่อได้เนื่องจาก ขาดเอกสารหลักฐานรายได้ สามารถออมเงินหรือเดินบัญชี (Statement) เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาขอสินเชื่อ
และได้ขยายความร่วมมือกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ดำเนินโครงการบ้าน ธอส. โรงเรียนการเงิน X Developer สนับสนุนให้ลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรร ออมเงินหรือเดินรายการทางการเงิน (Statement) จากการประกอบธุรกิจผ่าน Application : GHB ALL GEN เพื่อสร้างวินัยทางการเงินอย่างเป็นระบบ เพิ่มความสามารถในการยื่นขอสินเชื่อกับ ธอส. และสร้างโอกาสในการมีบ้านเป็นของตนเองได้ในอนาคต
ปัจจุบันมีผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อเปิดบัญชีเงินออมกว่า 220,000 ราย และมีลูกค้าได้รับสินเชื่อจาก ธอส. มากกว่า 50,000 ราย
ขณะเดียวกัน ธอส. ยังช่วยรักษาบ้านให้กับลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการแก้ไขหนี้สินภาคครัวเรือน ทั้งการพักชำระดอกเบี้ย ลดเงินงวดและลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงสนับสนุนโครงการ คุณสู้ เราช่วย ของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดเงินงวดผ่อนชำระให้กับลูกค้า ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมมาตรการแล้วกว่า 115,000 บัญชี ซึ่งสามารถช่วยลูกค้ากลับมา มีสถานะปกติและรักษาบ้านของตนเองไว้ได้กว่า 590,000 บัญชี
“ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบว่า อัตราการเติบโตของสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลทั่วไปปล่อยใหม่ ทั้งประเทศ 9 เดือนแรกปี 2568 หดตัว 6.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567 แต่ ธอส. ยังคงปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ปล่อยใหม่ได้ 15.6% ส่งผลให้ ธอส. ก็จะยังเป็นผู้นำในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย สะท้อนความมุ่งมั่นทำให้ คนไทยมีบ้านเป็นของตนเอง โดยเฉพาะประชาชนในกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านหลักฐานแสดงรายได้ ได้เข้าไปดูแล ให้ประชาชนกลุ่มนี้ให้เข้าถึงสินเชื่อได้บนพื้นฐานการมีวินัยทางการเงินที่ดี ส่งผลให้ปัจจุบัน ธอส. มีส่วนแบ่ง ทางการตลาดอยู่ที่ 43.7% สูงสุดในรอบ 20 ปี”
นอกจากนี้ ธอส. ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนโดยวางรากฐานการใช้ประโยชน์เทคโนโลยียกระดับการทำงานและให้บริการทางการเงินในทุกมิติ ผ่านการดำเนินโครงการต่าง ๆ ในช่วงปี 2567 - 2568 ดังนี้
- โครงการปรับปรุงและว่าจ้างบริการบำรุงรักษาระบบ GHB System : ธอส. ประสบความสำเร็จในการอัปเกรดระบบงานหลัก CORE BANK ให้มีเสถียรภาพและความต่อเนื่องเพื่อให้บริการลูกค้า เพิ่มความรวดเร็วในการทำธุรกรรม และรองรับการเติบโตทางธุรกิจของธนาคารในอนาคต สอดคล้องกับเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
- โครงการ IT Infrastructure Modernization : เป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อรองรับเทคโนโลยี AI
- โครงการ Dynamic Customer : ระบบประมวลผลการบูรณาการข้อมูลลูกค้าผ่านทุกช่องทางของธนาคาร เพื่อยกระดับการให้บริการที่เข้าใจและตรงใจลูกค้า
- โครงการ Near Real Time : เป็นการเฝ้าระวังและตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Fraud Detection System) โดยสามารถแจ้งเตือน (Alert) ความผิดปกติได้แบบ Near Real Time ซึ่งเป็นการเพิ่ม ความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงลดความเสียหายที่อาจเกิดจากภัยทุจริตทางการเงิน ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจ ในการใช้บริการดิจิทัลของธนาคารมากขึ้น
- การใช้ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ในระบบสารสนเทศที่ดิน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ และด้านเทคนิค ให้สามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทำให้การพิจารณาสินเชื่อมีความถูกต้องและแม่นยำ ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็ว และศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ สามารถนำข้อมูลไปใช้ประเมินสถานการณ์และแนวโน้มการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- โครงการระบบ GHB Digital Appraisal ระยะที่ 3 ขยายฐานการให้บริการลูกค้าด้านการประเมินราคาให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มียอดสินเชื่อในปริมาณที่สูงในแต่ละภูมิภาครวม 24 จังหวัดหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การให้บริการด้านการประเมินราคาได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้การพิจารณาสินเชื่อมีความรวดเร็วมากขึ้น
“เราได้เตรียมระบบ core banking ใหม่เพื่อรองรับการแข่งขันจาก Virtual Bank ที่จะเข้ามาในปี 2569 โดยตอนนี้ธอส. มีฐานระบบข้อมูลที่ดีสุดและใหญ่ที่สุด ทำให้การประมวลผลรวดเร็ว สามารถทำงานในระบบออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว”
สำหรับแนวทางการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ธนาคารที่เติบโตอย่างยั่งยืน ในมิติ ESG ธนาคารได้ดำเนินธุรกิจ ด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และอยู่ภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ ESG Loan โครงการสินเชื่อเพื่ออาคารคาร์บอนต่ำ โครงการขยายฐานสินเชื่อปล่อยใหม่กลุ่ม Social Solution โครงการสินเชื่อสำหรับผู้สูงอายุ และโครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน ฯลฯ การดำเนินการทั้งหมดนี้ของ ธอส. สะท้อนถึงความมุ่งมั่น “เดินหน้า” ยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าและประชาชน เพื่อวางรากฐาน ธอส. เติบโตอย่าง “มั่นคง” และ “ยั่งยืน”