โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หุ้น “ธุรกิจเดียวกัน” แต่สร้างกำไรฯ ต่างกันมหาศาล Dime! เปิดผลตอบแทนย้อนหลัง-วิธีเลือก "ยักษ์ตื่น"

Thairath Money

อัพเดต 10 ธ.ค. 2568 เวลา 02.04 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2568 เวลา 02.03 น.
ภาพไฮไลต์

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่กำลังตัดสินใจเลือกลงทุนในหุ้น คำถามที่ท้าทายที่สุดอาจไม่ใช่การเลือกระหว่างบริษัทที่ดีกับไม่ดี แต่เป็นการเลือกระหว่างบริษัทที่ทำธุรกิจคล้ายกันในอุตสาหกรรมเดียวกัน

ลองนึกภาพตามว่า หากต้องการลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เป็น "ยักษ์ใหญ่" ความมั่นคงอาจไม่ต่างกัน ซึ่งเราอาจไม่สามารถเลือกลงทุนได้เพียงดูแค่ว่า “ใครใหญ่กว่ากัน”

แต่ต้องเปลี่ยนเป็น "ใครมีวิสัยทัศน์และการปรับตัวที่เหนือกว่า" เพื่อสร้างศักยภาพการเติบโตในอนาคต

เมื่อขนาดไม่ได้เป็นหลักประกันผลตอบแทน

ลองนึกภาพตามว่าหากคุณต้องการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็น "ยักษ์ใหญ่" ที่มีสินทรัพย์มหาศาล มีฐานลูกค้าที่มั่นคง และจ่ายเงินปันผลได้ต่อเนื่องเหมือนๆ กัน

แต่การเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) มักจะถูกจำกัด เพราะฐานธุรกิจที่ใหญ่มากแล้ว และยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล

ดังนั้น การลงทุนในยุคนี้ต้องมุ่งเน้นการมองไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่ มีศักยภาพในการสร้างการเติบโตของกำไรต่อหุ้น มีความสามารถในการรุกเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ และสามารถลดต้นทุนผ่านนวัตกรรม

เพราะปัจจัยเหล่านี้จะสร้างความแตกต่างของผลตอบแทนอย่างมหาศาล แม้จะอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันก็ตาม

วิสัยทัศน์เหนือกว่า… ผลตอบแทนก็เหนือกว่า

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่กำลังเลือกหุ้น การตัดสินใจเลือกระหว่างบริษัทที่ทำธุรกิจคล้ายกัน เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด (Dime) ชี้ให้เห็นตัวอย่างที่หุ้นแต่ละตัวมีผลตอบแทนต่างกันลิบลับ จากข้อมูลผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี (สิ้นสุดปี 2023) พบว่าหุ้นที่ทำธุรกิจเหมือนกัน ขายของคล้ายกัน กลับมีผลลัพธ์กำไรจากการลงทุนต่างกันเป็นหมื่นเปอร์เซ็นต์ เช่น

  • Nvidia +22,050% เทียบกับ Intel +16.7 %
  • Tesla +2,873 % เทียบกับ Ford -3.5 %
  • Netflix +817 % เทียบกับ Disney -1.2 %
  • Amazon +630 % เทียบกับ UPS -2.3 %

Dime ระบุว่า สาเหตุที่เป็นแบบนี้อยู่ที่ Vision และ Execution พร้อมแนะนำว่า การมองหาหุ้นที่มีการเติบโต และมีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงในระยะยาว มีจุดสังเกต 3 ข้อหลักๆ ได้แก่

  • 1. มองหาผู้กำหนดเทรนด์ ใครคือผู้ที่สร้างตลาดใหม่ (EV, AI, Streaming) ไม่ใช่แค่ผู้เล่นในตลาดเดิม
  • 2. เล็งจังหวะเข้าลงทุน คนที่ได้ผลตอบแทนหลักพันเปอร์เซ็นต์ คือคนที่กล้าลงทุนในตอนที่บริษัทยังไม่แน่นอน แต่มีทิศทางที่ชัดเจน การรอให้ทุกอย่างชัดเจน 100% อาจเหลือ Upside โอกาสไม่มากแล้ว
  • 3. Winner Takes All ในโลกยุคใหม่ ผู้ชนะมักจะกวาดส่วนแบ่งตลาดไปเกือบหมด ทิ้งให้เบอร์ 2-3 ต้องดิ้นรน

ดังนั้น การตัดสินใจลงทุนในยุคนี้จึงไม่ควรจำกัดอยู่แค่ "ยักษ์ใหญ่" ที่คุ้นเคยเท่านั้น แต่ควรเปิดทางให้กับการแบ่งเงินลงทุนเพื่อมองหาหุ้นที่เป็น “ยักษ์ตื่น” ที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนแบบก้าวกระโดด

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจำเป็นต้องตระหนักว่า การลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยง จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและเลือกบริษัทที่มีทิศทางชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ

ที่มา: Dime

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หุ้น “ธุรกิจเดียวกัน” แต่สร้างกำไรฯ ต่างกันมหาศาล Dime! เปิดผลตอบแทนย้อนหลัง-วิธีเลือก "ยักษ์ตื่น"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...