โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลสหรัฐฯเพิกถอนวีซ่ารวม 85,000 ฉบับนับแต่เดือนม.ค.อ้างเป็นภัยความมั่นคง

JS100

อัพเดต 09 ธ.ค. 2568 เวลา 12.16 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2568 เวลา 07.54 น. • JS100:จส.100
รัฐบาลสหรัฐฯเพิกถอนวีซ่ารวม 85,000 ฉบับนับแต่เดือนม.ค.อ้างเป็นภัยความมั่นคง

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯสั่งให้เพิกถอนวีซ่าทุกประเภท รวมทั้งสิ้น 85,000 ฉบับ นับตั้งแต่เดือนม.ค.ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าของปีที่แล้ว(2567) รวมวีซ่านักศึกษาต่างชาติกว่า 8,000 ฉบับ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายลดจำนวนคนเข้าเมือง และปราบปรามผู้อพยพที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและชุมชนอเมริกัน

โดยเฉพาะการทำผิดอาญา เช่น ขับรถขณะเมาสุรา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นและการลักทรัพย์ เป็นสาเหตุหลักๆ คิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของการที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯสั่งเพิกถอนวีซ่า ส่วนเหตุผลอื่นๆ เช่น วีซาหมดอายุและเหตุผลด้านความมั่นคง เช่น การเคลื่อนไหวในทางสนับสนุนการก่อการร้ายคือ เหตุผลส่วนหนึ่งในการเพิกถอนวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติ

หลายฝ่ายแสดงความเป็นกังวลเรื่องละเมิดสิทธิ์ที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งแรก กรณีรัฐบาลทรัมป์สั่งให้เพิกถอนวีซ่าสำหรับนักศึกษาที่ประท้วงในมหาวิทยาสหรัฐฯต่อต้านการที่อิสราเอลทำสงครามกับกลุ่มฮามาสในเขตฉนวนกาซา โดยกล่าวหานักศึกษากลุ่มดังกล่าวว่า ต่อต้านยิวและส่งเสริมฝ่ายผู้ก่อการร้าย(กลุ่มฮามาส)

นอกจากนี้ กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิของสหรัฐฯยังคงเดินหน้าปราบปรามผู้อพยพและเนรเทศผู้อพยพที่ลักลอบเข้าเมืองกลับประเทศ พร้อมทั้งจะตรวจสอบกรีนการ์ดที่ออกให้กับผู้อพยพจาก 19 ประเทศเช่น อัฟกานิสถาน คิวบา เฮติ อิหร่าน โซมาเลีย และเวเนซุเอลา หลังเหตุผู้อพยพชาวอัฟกันยิงทหารเสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 1 นายขณะลาดตระเวนในกรุงวอชิงตันดี.ซี.เมื่อวันที่ 26 พ.ย.

#รัฐบาลทรัมป์

#คุมเข้มนโยบายคนเข้าเมือง

ที่มา: cnn

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...