โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ณัฐพงษ์-พิธา-ธนาธร“ พร้อมอดีตหัวหน้าอนาคตใหม่-ก้าวไกล ขอโทษสมาชิก–ผู้สนับสนุน รับผิดชอบความผิดหวังหลังแก้ รธน.ไม่สำเร็จ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2568 เวลา 13.02 น.

“ณัฐพงษ์-พิธา-ธนาธร“ พร้อมอดีตหัวหน้าอนาคตใหม่-ก้าวไกล ขอโทษสมาชิก–ผู้สนับสนุน รับผิดชอบความผิดหวังหลังแก้ รธน.ไม่สำเร็จ มั่นใจ เลือกตั้งหน้าเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้ รับ รู้อยู่แล้วว่าเสี่ยงเซ็น MOA กับ ภท. เชื่อ อนาคตจะไม่ถูกหักหลังอีก ด้าน ’ชัยธวัช‘ ชี้ การเมืองไทยต้องสร้างฉันทามติชุดใหม่ แม้เห็นต่างแต่ต้องหาจุดร่วม

วันที่ 13 ธ.ค. 2568 ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมกิจกรรม “ปิกนิก พรรคประชาชนพบประชาชน ขอโทษจากใจขอไปต่อด้วยกัน” ณ สนามหญ้า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตพรรคอนาคตใหม่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล อดีตประธานวิปฝ่ายค้าน และ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ร่วมเวทีด้วย

สำหรับบรรยากาศภายในงานมีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม ร่วมพูดคุย รวมถกปัญหาและแนวคิดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีการเสอนทั้งแนวคิด ความคิดเห็น โดยทางด้านแกนนำและอดีตแกนนำพรรคประชาชนร่วมกันตอบคำถาม

โดยในช่วงหนึ่ง นายณัฐพงษ์ กล่าวขอบคุณที่ทุกคนมาเป็นแรงใจช่วยสนับสนุนกัน ขอส่งคำขอโทษถึงทุกคน ไม่ว่าแต่ละคนจะมีความรู้สึกต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเป็นความรู้สึกผิดหวังในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ หรือความรู้สึกอื่น ๆ ในการตัดสินของพรรคที่เราเดินทางมาร่วมกันไม่ว่าจะเกิดจากความรู้สึกใดก็ตาม ตนเองในฐานะหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นความรับผิดชอบของตนเองและเป็นความรับผิดชอบของผู้นำพรรคคนปัจจุบัน

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ถ้าไม่อยากให้ตกอยู่ในบรรยากาศโศกเศร้า ตั้งใจจะส่งคำขอโทษถึงทุกคน แต่อยากชวนทุกคนมาพูดคุยแลกเปลี่ยนเพราะไม่นานจะมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งช่วงต้นเดือน ก.พ.69 แม้รัฐบาลจะไม่ให้ความชัดเจน มีสถานการณ์บางอย่างที่ยังไม่ได้เคาะวันเลือกตั้ง แต่เหลือเวลาอีกไม่นานที่พวกเราจะต้องชี้ชะตาตัดสินอนาคตของประเทศ จึงหวังว่าเวทีวันนี้จะเป็นการพูดคุยกันแบบเปิดอก เปิดให้สมาชิกพรรคทุกคนรวมถึงประชาชนทุกคนที่เป็นเจ้าของประเทศตัวจริงมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างเปิดกว้าง

วันนี้เป็นเวทีแรกที่มีหัวหน้าพรรคและอดีตหัวหน้าพรรค 4 คนอยู่ในเวทีเดียวกัน เพราะฉะนั้นทุกคำถามมีคำตอบ รวมถึงการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าจะทำอย่างไรให้พรรคประชาชนโดยเสียงของประชาชนมีความเข้มแข็งพอที่จะเปลี่ยนอนาคตของประเทศได้จริง

จากนั้นได้เปิดเวทีให้ สส.พรรคประชาชน อาทิ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร นายรังสิมันต์ โรม นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล รวมถึงนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชนร่วมตอบคำถามประชาชน ด้วย

ขณะที่ช่วงหนึ่งที่เปิดประชาชนได้ถามคำถาม ประชาชนคนหนึ่งระบุว่าอยากให้พรรคประชาชนชนะ 300 เสียง อยากให้ชนะเป็นรัฐบาลพรรคเดียว และให้นายณัฐพงษ์เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนประชาชนอีกรายระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการเลือกพรรคภูมิใจไทย ตอนนี้มีเสียงเย้ยหยันว่า เราโง่ซ้ำซาก เราถูกหลอก

นายณัฐพงษ์ กล่าวตอบ โดยเชื่อว่าการตัดสินใจที่ผ่านฃมาเกิดจากการสอบถามสมาชิกพรรคผ่านกระบวนการที่เปิดกว้าง เราทำดีที่สุดแล้วได้สอบถามสมาชิกผู้เป็นเจ้าของพรรคอย่างรอบด้าน หากมองไปข้างหน้า เราจะเป็นพรรคมวลชนที่ซื่อตรงกับประชาชนตรงไปตรงมา มีดีลอะไรเอามาเซ็นใน MOA บนโต๊ะให้ประชาชนทุกคนเห็น การทำตรงไปตรงมาแล้วถูกฉีก MOA มีเสียงสะท้อนบอกว่าตกลงแล้วพรรคนี้เป็นพรรคเด็กน้อย โดนเขาหลอกอีกหรือไม่ ตนเองไม่เชื่อในการเมืองแบบนั้น เพราะจะต้องมีการดีลแบบลับ ๆ แบบนั้นคงไม่ใช่ตัวตนของเราที่เริ่มมาตั้งแต่สมัยนายธนาธรนายพิธา และนายชัยธวัช

สิ่งที่สำคัญเรามีการประเมินสถานการณ์รู้ว่ามีความเสี่ยงว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่คำตอบคือเราจะป้องกันตัวเองอย่างไรในอนาคตไม่ให้ถูกหักหลังแบบนี้อีก สำหรับตนเองมีทางเลือกเดียวในระบบการเมืองไทยที่มีอยู่ ไม่มีทางอื่นแล้วนอกจากเอาพลังของเราอิงกับเสียงของประชาชนเท่านั้น

“ผมเชื่อมั่นในตัวทีมงาน ในตัวของพวกเรา โจทย์การเลือกตั้ง นอกจากจะมาแลกเปลี่ยนความรู้สึกแล้ว การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะทำอย่างไรให้ เราสามารถเป็นรัฐบาลพรรคเดียวให้ได้”

ทั้งนี้ด้านนายชัยธวัช กล่าวเสริมว่าการตัดสินใจของพรรคประชาชนในอนาคตจะทำอย่างไรไม่ผิดพลาดหรือทำให้ผู้สนับสนุนที่ให้เสียงเราสูญเสียความไว้วางใจ คิดว่าบทเรียน ที่ผ่านมาเห็นถึงข้อจำกัดในทางการเมืองในปัจจุบัน เมื่อวันที่ยุบสภา (11 ธ.ค.68) สะท้อนว่าตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล ประชาชนมีสิ่งหนึ่งที่เราทำอยากให้เกิดขึ้นคือ อยากทำให้สังคมไทยมีฉันทามติขึ้นชุดใหม่ แม้ว่าเราอาจจะเห็นไม่ตรงกันทุกเรื่อง มีความคิดทางการเมืองคนละเฉด แต่สุดท้ายหลังจากที่ผ่านความขัดแย้งน่าจะหาจุดตรงกลางที่พอจะยอมรับร่วมกันได้ โดยเฉพาะกติกาทางการเมืองที่ไม่มีใครได้ทั้งหมดเสียทั้งหมด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมีสิ่งที่ยังไม่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงแข็งตัวมากในระดับที่ไม่ถอยแม้สักก้าวเดียว ทำให้เกิดโจทย์ความเป็นไปได้ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างสันติที่อยู่ร่วมกันได้ หากเป็นไปได้จะต้องใช้ราคาที่ต้องจ่ายร่วมกันแค่ไหน สิ่งนี้เป็นโจทย์ที่เกิดขึ้นมาในใจ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...