โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เบื้องหลังขึ้นราคาน้ำตาลทราย ชาวไร่ ‘ฮึ่ม’ ค่าอ้อยตันละ 1,000 บาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 01.25 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 01.25 น.

ภายหลังการประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เพียง 1 วัน สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้ออกประกาศเรื่อง ราคาน้ำตาลทรายภายในราชอาณาจักรเพื่อใช้ประกอบในการคำนวณราคาอ้อยและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายประจำฤดูการผลิตปี 2568/69 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568

มีสาระสำคัญอยู่ที่การประกาศปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายขาวและขาวบริสุทธิ์ ณ หน้าโรงงาน จากเดิม (ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2568) น้ำตาลทรายขาว ราคา กก.ละ 21 บาท ปรับขึ้นเป็น กก.ละ 24 บาท และ น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ราคา กก.ละ 22 บาท ปรับขึ้นเป็น กก.ละ 25 บาท หรือราคาน้ำตาลทราย ณ หน้าโรงงาน ถูกปรับขึ้นมาทันที กก.ละ 3 บาท

แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้เพียง 1 วัน มีรายงานข่าวเข้ามาว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมา “เบรก” ไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย ซึ่งเป็นการสวนทางกับนโยบายรัฐบาลที่พยายามที่จะลดค่าครองชีพของประชาชน ส่งผลให้ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ต้องออกประกาศอีกฉบับลงวันที่ 8 พ.ย. กลับไปประกาศราคาน้ำตาลทราย ซึ่งจะต้องใช้คำนวณราคาอ้อยปี 2568/69 ในราคาเดิมคือ ราคาน้ำตาลทราย ณ หน้าโรงงาน วันที่ 24 ตุลาคม 2568 กล่าวคือ น้ำตาลทรายขาว กก.ละ 21 บาท และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ กก.ละ 22 บาท ส่งผลให้ราคาน้ำตาลทรายในตลาดที่ “ควบคุมราคาจำหน่ายปลีก” ภายใต้ประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 “ยังไม่ปรับขึ้นราคา”

การออกประกาศขึ้นราคาน้ำตาลทรายของ สอน.แบบ “กลับไปกลับมาเพียงชั่วข้ามคืน” ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่ว จากข้อเท็จจริงที่ว่า กรมการค้าภายใน ในฐานะที่ควบคุมดูแลราคาสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าน้ำตาลทราย ภายในประเทศอ้างว่า ไม่ได้รับทราบถึงการประกาศปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย ณ หน้าโรงงานมาก่อน

โดยในการประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายออกมาก็ไม่มีวาระเรื่องการขึ้นราคาน้ำตาลทรายเพื่อใช้ในการคำนวณราคาอ้อยปี 2568/69 จะมีก็เพียงการพิจารณาในวาระองค์ประกอบในการคำนวณราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้นฤดูการผลิต 2568/69 เท่านั้น

“กรมการค้าภายใน ได้ทำหนังสือไปถึง สอน.ทันที เพื่อสอบถามถึงสาเหตุของการออกประกาศเรื่องขึ้นราคาน้ำตาลทรายเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า ปรับขึ้นมาจากสาเหตุอะไร ก่อนที่ สอน.จะออกประกาศอีกฉบับ (วันที่ 8 พ.ย.) กลับไปใช้น้ำตาลทรายในราคาเดิม คือ กก.ละ 21 กับ 22 บาท ซึ่งปัจจุบัน สอน.ก็ยังไม่มีหนังสือตอบกลับมา จากการติดตามสถานการณ์น้ำตาลทรายขายปลีกภายในประเทศ (ซึ่งก็ยังไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องขึ้นราคา) เพราะราคาจำหน่ายปลีกก็ยังอยู่ในระดับปกติ ปริมาณน้ำตาลทรายมีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคภายในประเทศ” เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกล่าว

โดยล่าสุดจากการสำรวจตลาดพบว่า น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ขนาด 1 กก. ตรา“ลิน” เฉลี่ยขายอยู่ที่ประมาณ 27-34 บาท น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ตรามิตรผล 1 กก. เฉลี่ยขายอยู่ที่ประมาณ 27-35 บาทและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ (ยี่ห้ออื่น) เฉลี่ยขายอยู่ที่ประมาณ 24-28 บาท น้ำตาลทรายขาว ตราวังขนาย 1 กก. เฉลี่ยขายอยู่ที่ประมาณ 26 บาท ขึ้นอยู่กับต้นทุนค่าขนส่ง ในแต่ละพื้นที่ที่ไม่เท่ากัน ซึ่งถือเป็นราคาขายปลีกตามปกติ

อย่างไรก็ตาม การออกประกาศขึ้นราคาน้ำตาลทรายแบบ “กลับไปกลับมา” ดังกล่าว มีรายงานข่าวจากกลุ่มชาวไร่อ้อยเข้ามาว่า เป็นความ “จำเป็น” ที่จะต้องปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย ณ หน้าโรงงาน เพื่อใช้เป็นฐานในการคำนวณราคาอ้อยปี 2568/69 จากสาเหตุ 2 ประการ คือ 1) ราคาน้ำตาลในตลาดโลกตกต่ำ กล่าวคือ น้ำตาลทรายดิบ ตลาดนิวยอร์ก No.11 (10 พ.ย. 2568) ราคาล่วงหน้า มี.ค. 2569 อยู่ที่ 14.20 เซนต์/ปอนด์ พ.ค. 2569 อยู่ที่ 13.79 เซนต์/ปอนด์ เท่านั้น กับ 2) ต้นทุนในการปลูกอ้อยปี 2568/69 ของชาวไร่อ้อยขณะนี้อยู่ที่ตันละ 1,358 บาท

“ราคาอ้อยปี 2567/68 ที่ชาวไร่อ้อยได้รับในฤดูการผลิตที่แล้วอยู่ที่เฉลี่ย 900 บาท ซึ่งไม่ถึง 1,000 บาท/ตัน เราก็เรียกร้องขอให้รัฐบาลในขณะนั้นเข้ามาช่วยเหลือ หลังจากที่การขอขึ้นราคาน้ำตาลทราย ณ หน้าโรงงานอีก 2 บาท/กก. แต่ก็ไม่สำเร็จ ข้อเท็จจริงก็คือ ชาวไร่อ้อย ได้เงินเพิ่มค่าอ้อยจากความช่วยเหลือของรัฐบาลอีก 69 บาท/ตัน จากค่าตัดอ้อยสดปี 2567/68 และยังมีเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจาก กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย อีก 31 บาท/ตัน เท่ากับในฤดูที่ผ่านมา ชาวไร่อ้อย จะได้รับ ค่าอ้อย 900+100 บาท รวมเป็น 1,000 บาท/ตัน แต่ปีนี้ (2568/69) ต้นทุนการปลูกอ้อยเพิ่มขึ้นไปมาก ราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกตอนคำนวณราคาอ้อยปี 2567/68 อยู่ที่ 22 เซนต์/ปอนด์ ยังได้ค่าอ้อยแค่ 900 บาท มาขณะนี้ราคาน้ำตาลตกไปเหลือ 15-17 เซนต์/ปอนด์ ถ้าคำนวณราคาอ้อย ณ เวลานี้ บางเขตจะได้รับค่าอ้อยเพียง 870 บาท/ตัน หรือเฉลี่ยไม่เกิน 900 บาท/ตัน ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตเสียอีก” ตัวแทนชาวไร่อ้อยให้ข้อมูล

ดังนั้น การปรับขึ้น “ค่าอ้อยปี 2568/69” จึงมีทางเลือกเหลืออยู่ 2 ทาง คือ 1) การปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย ณ หน้าโรงงานอีก กก.ละ 3 บาท อย่างที่ สอน.ได้ดำเนินความพยายามไปแล้ว แต่ข้อเสียของวิธีการนี้คือ ราคาขายปลีกน้ำตาลทรายในตลาด ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมการค้าภายใน ก็จะถูกปรับขึ้นตามไปด้วย หรือเท่ากับผู้บริโภคและอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำตาลทรายภายในประเทศจะเดือดร้อนจากผลกระทบราคาน้ำตาลทรายที่เพิ่มขึ้น กับ 2) การขอรับ “เงินเพิ่มค่าอ้อย” จากรัฐบาลเพื่อให้ราคาอ้อยปี 2568/69 สูงกว่า 1,000 บาท/ตัน โดยมีการประมาณการกันไว้ว่า รัฐบาลจะต้องเข้ามา “อุดหนุน” ค่าอ้อยใช้เงินทั้งหมดประมาณ 10,000 ล้านบาท เนื่องจาก กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งเข้ามาช่วยเหลือค่าอ้อยปี 2567/68 (ที่ราคา 31 บาท/ตัน)“ไม่อยู่ในฐานะที่จะมีเงินเข้ามาช่วยเหลือชาวไร่อ้อยได้แล้ว”

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวเข้ามาว่า การขอปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย ณ โรงงานอีก กก.ละ 3 บาท กลุ่มชาวไร่อ้อยได้ยื่นหนังสือให้รัฐบาล “รับทราบ” มาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากที่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้รัฐบาลชุดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แต่ก็ไม่มีการสั่งการใด ๆ จนกระทั่ง สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้ตัดสินใจออกประกาศปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายอีก กก.ละ 3 บาท

โดยอาศัยอำนาจตาม ประกาศคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายเรื่อง การจัดทำประมาณการรายได้ การกำหนดและการชำระราคาอ้อยและค่าผลิตน้ำตาลทรายและอัตราส่วนของผลตอบแทนระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงาน พ.ศ. 2562 โดยไม่มีการแจ้งให้กับ กรมการค้าภายใน ซึ่งเป็นผู้ควบคุมราคาจำหน่ายปลีกน้ำตาลทรายได้ทราบแต่อย่างใด

ล่าสุดมีรายงานเข้ามาว่า สมาชิก 4 องค์กรชาวไร่อ้อยในนามของ สหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย-สถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน-สหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย-สมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาช่วยเหลือราคาอ้อยปี 2568/69 แล้ว โดยยังคงยึดมั่นในหลักการขอให้มีการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย ณ โรงงานเหมือนเดิม หรือขอเงินสนับสนุนช่วยเหลือราคาอ้อยปี 2568/69 อย่างใดอย่างหนึ่ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เบื้องหลังขึ้นราคาน้ำตาลทราย ชาวไร่ ‘ฮึ่ม’ ค่าอ้อยตันละ 1,000 บาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...