6 พรรคบิ๊กเนม จัดทัพเลือกตั้ง-โชว์แคมเปญ นับถอยหลังเกมชิงสภา 500 ที่นั่ง
คอลัมน์ : Politics policy people forum
นับถอยหลังเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง เหลือเวลาอีก 3 เดือนก็จะ ถึงกำหนดยุบสภา ตามไทม์ไลน์ ที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ประกาศไว้ว่าจะยุบสภา 31 มกราคม 2569
แต่หากมี “ปัจจัยแทรกซ้อน” อื่น ๆ เช่น พรรคเพื่อไทย หรือ พรรคประชาชน ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน แค่พรรคใดพรรคหนึ่งต้องการที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
อาจทำให้ “อนุทิน” ชิงยุบสภา ก่อนถูกซักฟอก
เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ระบุว่า เมื่อ สส.ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว รัฐบาลจะยุบสภาไม่ได้
ดังนั้น ฝ่ายค้าน ทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน จึงถูกถามคำถามว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังจากเปิดสมัยประชุมสภา วันที่ 12 ธันวาคมหรือไม่
เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจผูกโยงกับสถานะของรัฐบาลภูมิใจไทย ที่มีสถานะรัฐบาลชั่วคราว 4 เดือน
อย่างไรก็ตาม หากส่องไปบนกระดานการเมือง เช็กความพร้อมพรรคใหญ่ขณะนี้ ต่างคนต่างใส่เกียร์เดินหน้าเตรียมเลือกตั้งกันเต็มที่
ไม่ว่ารัฐบาลจะยุบสภาก่อนกำหนด หรือตามกำหนดก็ตาม
ภท.คุมเกมยุบสภา-ย้ายพรรค
พรรคภูมิใจไทย ตั้งเป้า สส. 100++ เพราะนาทีนี้ถนนการเมืองทุกสาย วิ่งตรงไปที่พรรคภูมิใจไทยอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
หลังจากกวาดการเมืองบ้านใหญ่เข้าซุ้ม ที่ก่อนหน้านี้ก็เปิดตัวสุชาติ ชมกลิ่น-ธนกร วังบุญคงชนะ แกนนำกลุ่ม 16 พรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าสังกัด ตามด้วย เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ก็ขน สส.ในกลุ่มรวมไทยสร้างชาติอีกก้อนเข้ามาสมทบ
ล่าสุด “อนุทิน” ลงพื้นที่ จ.ตรัง เปิดตัวบ้านใหญ่ “โล่สถาพรพิพิธ” สมชาย และสุณัฐชา จากพรรคประชาธิปัตย์ มาสวมเสื้อคลุมพรรคภูมิใจไทย ตั้งเป้าให้เป็นไปตามแผนที่ประกาศปักธงภาคใต้ 30 ที่นั่ง
ส่วนภาคอื่น ๆ พรรคภูมิใจไทยเจาะพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออก เว้นที่ให้ภาคเหนือตอนบน และภาคใต้ปลายด้ามขวาน เป็นหน้าที่เก็บแต้มของพรรคกล้าธรรม
ส่วนภาคอีสาน ก็ได้กำลัง สส.ปัจจุบันจากพรรคการเมืองอื่น เช่น “โกศล ปัทมะ” สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย รวมถึงอดีต สส.ที่ได้อันดับ 2 นักการเมืองท้องถิ่น เข้ามาประจำการ
นอกจากนี้ ยังมี สส.ปัจจุบัน อีกหลายเขตที่ยังไม่เปิดตัวเข้าสังกัดภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ
เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดไว้ชัดว่า ในกรณีที่มีการยุบสภา การสมัครสมาชิกพรรคจะต้องไม่น้อยกว่า 30 วันจนถึงวันเลือกตั้ง
ในฐานะที่พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ย่อมรู้วัน ว. เวลา น.ในการยุบสภา “นักเลือกตั้ง” ที่ยังไม่เปิดตัวในวันนี้อีกสิบกว่าชีวิต รอเพียงแค่สัญญาณเสียงนกหวีดยุบสภาจึงจะเปิดตัว
เพื่อไทยยังลุกขึ้นสู้
พรรคเพื่อไทย ตั้งเป้ารักษาเป้าหมายให้ได้ไม่ต่ำกว่าการเลือกตั้งปี 2566 คือ 141 เสียง แม้ว่าผู้อำนวยการการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย อย่าง “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” จะประกาศว่าต้องการ 200 ที่นั่งก็ตาม
พรรคเพื่อไทย ยกเครื่องภายในปรับ-เปลี่ยน คณะกรรมการบริหารพรรคยกชุด ตั้งแต่หัวหน้าพรรค มี “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” สส.เชียงใหม่ มาเป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 9 เคียงข้างด้วย “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” สส.บัญชีรายชื่อ กลับมาประจำการในตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นคำรบ 2
บนภารกิจ “ยกเครื่อง” พรรคเพื่อไทย แม้ถูกโยงว่ายังไม่พ้นเงาตระกูลชินวัตร
“จุลพันธ์” บอกว่า “ถามว่าเป็นภาวะปกติหรือไม่สำหรับพรรคเพื่อไทย เราอยู่ในภาวะที่เพลี่ยงพล้ำพ้นจากรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้าน”
“แต่การทำงานยังมีความเข้มแข็ง ตัวพรรคเราผ่านเหตุการณ์แบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ถูกปฏิวัติรัฐประหาร นายกฯของเราถูกถอดถอนโดยวิธีการซึ่งไม่เป็นไปตามกลไกของประชาชน หลายอย่างที่ผ่านมา เราล้ม แต่เราลุกมา ครั้งนี้เช่นกัน เราถูกกดให้ลงกับพื้น แต่เราพยายามยืนลุกขึ้นสู้ เรายืนยัน”
นโยบายล้ำหน้าพรรคอื่น
จุลพันธ์ แย้มแผนนโยบายว่า พรรคเพื่อไทยล้ำหน้าพรรคอื่นไปเยอะ เพราะเรามีคณะทำงานที่ทำกันมาเป็นเดือนแล้ว นำโดยนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช แกนนำพรรค ดำเนินการเรื่องการคิดนโยบายที่ถูกใจประชาชน
ซึ่งโจทย์แรกคือแบ็กทูเบสิก กลับสู่ให้ประชาชนได้เข้าใจง่ายๆ และสัมผัสได้ง่ายขึ้นตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ซึ่งเราจะมีการทำเวิร์กช็อป 2 ระดับ คือ 1.ในระดับสส.ที่จะมาร่วมเวิร์กช็อปในนโยบายต่างๆ ซึ่งเราเตรียมการภายในกันอยู่
2.นโยบายบางประเภท เช่น เรื่องการเกษตรที่อาจจะต้องลงไปพบปะเกษตรกร นโยบายด้านเอสเอ็มอี ก็อาจจะลงไปพบปะกับกลุ่มเอสเอ็มอี เพื่อพูดคุยว่าแนวนโยบายที่เราคิดมาตรงหรือไม่ และมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อปรับเปลี่ยนอย่างไร เชื่อว่านโยบายนี้จะเป็นจุดแข็งของพรรคเพื่อไทยอีกครั้งที่จะตอบโจทย์ให้กับพี่น้องประชาชนได้
ส่วนการออกแคมเปญ ขอให้รอฟังเพราะเราก็เปิดมา แย้มๆ มาแล้ว คือ “สร้างโอกาส ล้างหนี้ มีกิน“ นโยบายของเรายังเป็นเรื่องปากท้อง ความเป็นอยู่ของประชาชน
รัฐบาลของประชาชน
พรรคประชาชน ตั้งเป้าการเลือกตั้งรอบนี้ ต้องการ 20 ล้านเสียง แบบที่ไม่เคยมีพรรคไหนทำได้มาก่อน และหวังเก้าอี้ สส.ถึง 250 คน พร้อมกับเริ่มคิกออฟแคมเปญขั้นที่ 1 คือ “มีเราไม่มีเทา”
“สิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า เป็นแคมเปญเลือกตั้งระยะเริ่มต้น และอาจมีหลายข้อความ ขอย้ำว่าเราเอาจริง ไม่เพียงแต่ มีเราไม่มีเทา ยังมีอีกหลายเรื่องที่เอาจริงในทุกเรื่อง เรื่องอื่นอาจจะไม่เซ็กซี่เท่า มีเราไม่มีเทา แต่ถ้ามีเราก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีเศรษฐกิจที่สดใส มีอนาคตที่รองรับทุกคนและทุกช่วงวัย ซึ่งผลตอบรับออกมาค่อนข้างดี
“โดยเฉพาะมีเราไม่มีเทา หมายความว่า ประชาชน สนใจให้ความสำคัญ กับเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นการฟอกเงิน และทุนเทาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติใดเป็นเรื่องที่พรรคประชาชนเอาจริงมาตลอด และมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหานี้ แต่จะทำได้ดี ทำได้จริงก็ต่อเมื่อเราเป็นรัฐบาลพรรคเดียวที่สอดคล้องกับเป้าหมาย 250 เสียง ที่ได้ประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้”
พรรคประชาชน มีหมัดเด็ดนอกจาก มีแคนดิเดตนายกฯ มากกว่า 1 คน นอกจาก “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยังการเปิดตัวว่าที่รัฐมนตรีทั้งคนในพรรค คนนอก ก่อนการเลือกตั้งให้ประชาชนตัดสิน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รัฐบาลของประชาชน”
ปชป.ฟื้นการเมืองสุจริต
พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเก่าแก่ 89 ปี มี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กลับมาชุบชีวิต แม้จะเสียบุคลากรตัวหลักที่กระจายไปอยู่พรรคต่าง ๆ และไม่ไหลกลับเข้ามา แต่ความพร้อมล่าสุด
พรรคประชาธิปัตย์จะจัดแคมเปญพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 5 พฤศจิกายน เปิดรับสมัครบุคลากรทางการเมืองหน้าใหม่ที่จะเข้าร่วมงานกับพรรค ควบคู่กับการเดินสายเปิดตัวของ “อภิสิทธิ์” ที่พยายามเชื่อมโยงเข้าหากับคนรุ่นใหม่
“อภิสิทธิ์” กล่าวว่า เราต้องการที่จะต่อสู้แข่งขันในหลายจังหวัด แต่เรายอมรับความเป็นจริงว่าด้วยสถานการณ์ในขณะนี้และเวลาที่จำกัด ก็ต้องทำงานอย่างหนัก แต่จะเป็นอย่างไรนั้น ยังเร็วเกินไปที่จะประเมิน คงต้องรอดูบรรยากาศ เมื่อเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้ง
ขณะนี้ยังไม่ได้คิดถึงจำนวน สส. อยากส่งให้ครบทุกเขต แต่ด้วยเวลาที่จำกัด และเบื้องต้นพบว่ายังมี 4 จังหวัดที่ยังไม่มีตัวแทน ซึ่งจำเป็นในการส่งตัวผู้สมัคร จะมีการประชุมสมาชิกเพื่อตั้งตัวแทนประจำจังหวัดให้เรียบร้อยก่อน
พรรคต้องการสื่อสารให้สังคมเห็นว่า ตอนนี้ถ้าบ้านเมืองไม่เดินบนเส้นทางของการมีหลักการ และความสุจริต ถ้าบ้านเมืองไม่มีนโยบายในการบริหารประเทศ ที่อิงอยู่กับความเป็นมืออาชีพ หรือหลักทางวิชาการ
ถ้าบ้านเมืองไม่พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของโลก เศรษฐกิจไทย ประเทศไทยก็จะลำบากมาก
พรรคประชาธิปัตย์ต้องการเข้ามาเป็นตัวแทนของคนที่อยากเห็นบ้านเมืองเดินทางไปในเส้นทางที่สุจริต เศรษฐกิจเติบโตได้ด้วยการทำงานอย่างมืออาชีพ และสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งหมายถึงการมีบทบาทในระหว่างประเทศด้วย
อย่างไรก็ตาม ด้านนโยบาย มี “กรณ์ จาติกวณิช” รองหัวหน้าพรรค เป็นหัวเรือใหญ่ กำหนดทิศทางนโยบายใหม่ภายใต้แนวคิด “Blank Canvas” เปิดรับความคิดใหม่ทั้งหมด แต่ตั้งเป้าขับเคลื่อน 3 นโยบายสำคัญ เพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ต่อต้านมิจฉาชีพ (Scammer) ขับเคลื่อนบทบาทของประเทศไทยบนเวทีโลก
วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ฉายโจทย์ใหญ่ของนโยบายเศรษฐกิจว่า ปัจจุบันไทยกำลังเจอกับดักทางเศรษฐกิจ รายได้โตช้า จีดีพโตช้า และมีปัญหาการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุนจากต่างประเทศชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด
เพราะเศรษฐกิจโลกผันผวน ประสบปัญหาหนี้ครัวเรือน ขาดการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรม เพราะประเทศไทยพึ่งพาเศรษฐกิจเดิม ๆ มาหลายสิบปี
เราจำเป็นต้องมีเครื่องยนต์ใหม่ ๆ ที่สร้างจากจุดแข็งของเรา เช่น เก่งเรื่องแปรรูปอาหารส่งออก เรื่องการท่องเที่ยว เป็นจุดแข็งจะทำอย่างไรให้เราทำเพิ่มได้ในขณะที่มีสมรภูมิทางการค้า เราจะลดการพึ่งพิงการส่งออกไปสหรัฐ และจีน การเปิดตลาดใหม่ ๆ และปฏิรูปกติกาให้มีการแข่งขันอย่างเสรี เป็นโจทย์ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะไปทำ
มีกล้าธรรม ก็ไม่มีเทา
พรรคกล้าธรรม ที่มีหัวหน้าพรรค คือ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ มี “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รองนายกฯและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค และมี “น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ” เป็นประธานยุทธศาสตร์ ตั้งเป้า สส. 100 คน
และมีความพยายามที่จะลดภาพที่ถูกวิจารณ์ลง โดยหาบุคลากรคนใหม่ภาพลักษณ์เข้ามาเสริมทัพ
ทั้งนี้ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคว่า พรรคมีความพร้อมในการเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้ง ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ให้ความสำคัญคัดตัวผู้สมัคร เราเลือกจากผู้สมัครที่มีดีเอ็นเอแบบเดียวกับพรรคกล้าธรรม
คือผู้สมัครลงพื้นที่ เข้าใจปัญหา และวิเคราะห์สังเคราะห์จัดการปัญหาให้ประชาชนแบบจับต้องได้ และนโยบายครอบคลุมในทุกมิติ
ส่วนนโยบายเน้นจากปัญหาที่แท้จริงของประชาชน เช่น ราคาผลผลิตทางการเกษตร และใช้หลักการที่จับต้องได้ ปฏิบัติได้จริง หรือปฏิบัติอยู่แล้ว เช่น กรอบเรื่องราคาผลผลิตการเกษตร ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ เป็นคำที่คุ้นเคย แต่เราต้องทำให้จับต้องได้ในยุคที่เราบริหารกระทรวง พรรคมีแนวทางเพิ่ม
ตั้งเป้า สส. 100 คน
“ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ ต้งเป้า สส. 100 คน แต่ผลการเลือกตั้งขึ้นกับประชาชน ขอทำฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติให้ดีที่สุดก่อน สิ่งที่เราถูกต้อง ความนิยมของประชาชนก็จะสะท้อนมา เป้า 100 คน ในฐานะพรรคการเมืองก็คงต้องตั้งเป้าสูงไว้ก่อน ได้ไม่ได้อย่างไรก็คงขึ้นอยู่กับประชาชน” น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว
ทว่า พรรคกล้าธรรม ถูกโจมตีทางการเมือง โยงทุนเทา ถึงขั้นพรรคประชาชนประกาศว่า “มีเรา ไม่มีเทา” จะแก้ปมอย่างไร “ร.อ.อนุดิษฐ์” กล่าวว่า พรรคกล้าธรรม เห็นด้วยกับพรรคส้ม มีพรรคกล้าธรรมก็ไม่มีเทา ไม่มีดำ ไม่มีการกล่าวหา ต้องจัดการกับปัญหาจริง ๆ
เรามีเจตนาแก้ปัญหาประเทศเหมือนกัน การที่มีส้มไม่มีเทา ประกาศเยอะแยะไปหมด ในฐานะที่พรรคประชาชนเป็นพรรคฝ่ายค้าน หากมีหลักฐานใด ๆ ไปให้หน่วยงานตรวจสอบ สีเทา เลยไม่ควรจะรั้งรอ
นอกจากนี้ พรรคกล้าธรรม ยังมี ”เฉลิมชัย ศรีอ่อน“ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ”เดชอิศม์ ชาวทอง“ อดีตเลขาธิการพรรคประขาธิปัตย์ 2 ส่วนผสม ที่มีกำลัง สส.เกิน 10 ชีวิต จะมาเสริมแกร่งกล้าธรรม
บิ๊กป้อมยังไม่ยอมแพ้
ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ แม้ดูเงียบเหงา แต่ยังมีทรัพยากรในป่าอีกจำนวนมาก เพราะยังมี “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ยังเป็นหัวหน้าพรรค แม้ว่าความสำคัญของ “ตรีนุช เทียนทอง” รมว.แรงงาน จะมีบทบาทเพิ่มเข้ามาหน้าฉาก ประสานกับ สส.
และต้องไม่ลืมว่า ก่อนหน้านี้ พรรคพลังประชารัฐ ได้กวาดอดีต สส. นักการเมืองสอบตก แต่ยังได้คะแนนอันดับ 2 มาไว้ในสังกัดหลายสิบชีวิต
ว่ากันว่าหลังจากพรรคพลังประชารัฐ ปรับเปลี่ยนการเมืองภายใน “พล.อ.ประวิตร” จะใช้ทรัพยากรคุ้มค่ามากขึ้น
เจาะเฉพาะพื้นที่ที่เล็งเห็นผล เพื่ออย่างน้อยก็ไม่ต้องการสูญพันธุ์ ก่อนปิดฉากการเมือง
ระฆังเลือกตั้งเริ่มดังขึ้นแล้ว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 6 พรรคบิ๊กเนม จัดทัพเลือกตั้ง-โชว์แคมเปญ นับถอยหลังเกมชิงสภา 500 ที่นั่ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net