โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เกิดอะไรขึ้น? Fed ขึ้นดอกเบี้ย จับตา 4 ข้อต้องระวัง ดอกเบี้ยไทยขึ้นตามไหม

เดลินิวส์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เปิดเบื้องหลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกในรอบ 3 ปี เกิดอะไรขึ้น? จับตา 4 ข้อที่ต้องระวังจากนี้ เผยทิศทางดอกเบี้ยไทยมีโอกาสขึ้นตามไหม?

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักงานวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (CIMBT) มีมุมมองหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ไปอยู่ที่ระดับ 4.00% พร้อมส่งสัญญาณลากยาว แต่ประเด็นที่น่ากลัวและต้องระวังจริงๆ กลับมีมากกว่านั้น

มุมมองเชิงลบ 4 ข้อที่ต้องระวังต่อจากนี้

1.เฟดยังคุมเงินเฟ้อไม่อยู่: อย่าเพิ่งดีใจที่เห็นตัวเลขเงินเฟ้อแบบ PCE (ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล) ดูเหมือนจะลดลง เพราะถ้าเทียบแบบเดือนต่อเดือน (% MoM) ตัวเลขในภาคบริการและค่าเช่าบ้านยังขยับขึ้นต่อเนื่อง การขึ้นดอกเบี้ยแค่ครั้งสองครั้งไม่น่าเอาอยู่ มีโอกาสสูงที่ Fed ต้องลุยขึ้นต่อทั้งในเดือนตุลาคมและธันวาคม เพื่อรีบจบเกม

2.บอนด์ยีลด์ (Bond Yield หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตร) พุ่งไม่หยุด: ถ้าสหรัฐฯ ยังเดินหน้าแจกเงินหรือกระตุ้นเศรษฐกิจจนหนี้สาธารณะพุ่ง ระวังบอนด์ 10 ปี มีสิทธิ์ไหลไปแตะ 5.3% ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายจากราคาพันธบัตรที่ลดลง (Mark to Market Loss) และลากบอนด์ประเทศอื่นพุ่งตาม

3.เงินบาทเสี่ยงอ่อนยวบแตะ 34 บาท: จากการคาดการณ์ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น บวกกับราคาน้ำมันที่ยังค้างเติ่งเหนือ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เราอาจได้เห็นค่าเงินบาทอ่อนไปแตะระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์ ได้ง่ายๆ

4.ดอกเบี้ยไทยอาจยืนระยะไม่ไหว: แม้ตอนนี้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นช้ากว่าเพื่อนบ้านและ กนง. (คณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย) อยากตรึงดอกเบี้ยไว้ แต่ถ้า Fed ขึ้นดอกเบี้ยรัวๆ และบอนด์ยิลด์พุ่งไม่หยุด สุดท้ายแบงก์ชาติไทยอาจจำใจต้องยอมขยับขึ้นดอกเบี้ยตามในปีหน้า

เจาะลึกเบื้องหลัง: เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

  • ท่าที Fed (ขึ้นดอกเบี้ย… แต่ไม่รีบลด): Fed ขึ้นดอกเบี้ย 25 bps ไปแตะ 4% ตามคาด พร้อมส่งสัญญาณผ่าน Dot Plot (กราฟแสดงมุมมองทิศทางดอกเบี้ยของกรรมการ Fed) ว่าจะขอคงดอกเบี้ยสูงยาวตลอดปีหน้า และยังไม่รีบลดดอกเบี้ยเร็วนี้นู่นเลย (อาจลากยาวไปถึงปี 2028)

  • เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแกร่ง (Resilience of US economy): แม้จะมีเรื่องช็อก แต่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ทั้งการจ้างงานและรายได้ โดยกรรมการ FOMC (คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ Fed) มองว่า GDP ปีนี้โต 2.3% และคนว่างงานต่ำเพียง 4.1% เป้าหมายหลักตอนนี้คือใช้หลักการ Monetary Policy of Discipline Not Decision (นโยบายการเงินที่ยึดวินัยและความเด็ดเดี่ยว) เพื่อตอกย้ำว่าเงินเฟ้อต้องกลับสู่เป้าหมาย 2% ให้ได้

  • ขึ้นดอกเบี้ย… จะแก้เงินเฟ้อจากน้ำมันได้จริงเหรอ?: หลายคนสงสัยว่าเงินเฟ้อมาจากอุปทาน (Supply-side) อย่างราคาน้ำมันและอาหาร แล้วดอกเบี้ยช่วยอะไรได้? คำตอบคือ ดอกเบี้ยไม่ได้คุมราคาน้ำมันโดยตรง แต่มันช่วย "เบรกความร้อนแรงในการใช้จ่าย" (Remove a dose of accommodation หรือถอดตัวกระตุ้นเศรษฐกิจออก) เพื่อลดความร้อนแรงในฝั่งอุปสงค์ (Demand-side) และสกัดไม่ให้เกิด Second Round Effect or Third Round Effect (ผลกระทบลูกโซ่รอบสองรอบสาม) เช่น คนแห่ขอขึ้นค่าแรงจนของแพงขึ้นเป็นทอดๆ

  • ตลาดการเงิน “ไม่เชื่อ” สิ่งที่ Fed พูด: หลัง Fed ขึ้นดอกเบี้ย นักลงทุนบางส่วนใช้วิธี Sell on Fact (ขายทำกำไร) แต่ที่พีคคือ บอนด์ยิลด์ (Bond Yield) พุ่งกระฉูด โดยบอนด์สั้น 2 ปี พุ่งไปแตะ 4.74% จนเกิดภาวะ Yield Curve Flattening (เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรแบนราบลง) สะท้อนชัดเจนผ่านเครื่องมือ CME FedWatch ว่านักลงทุน “ไม่เชื่อ” ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยแค่ครั้งเดียว แต่แอบคิดว่า Fed จะต้องดันดอกเบี้ยไปถึง 4.75% กลางปีหน้าแน่นอน!

เกมนี้ Fed เอาจริง และดอกเบี้ยโลกน่าจะ "สูงและนาน" กว่าที่คิด ใครลงทุนอะไรช่วงนี้ต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากดอกเบี้ยขาขึ้นและค่าเงินผันผวนกันด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...