'กลาโหมสหรัฐ' ส่งแบบสอบถามถึงนาโต 'สำรวจความภักดี' ท่ามกลางสงครามอิหร่าน
จากเอกสารที่อัลจาซีราได้รับ พบว่าเพนตากอนได้ส่งคำถามมากมายให้กับประเทศพันธมิตรนาโตของสหรัฐ เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าพวกเขายึดมั่นในวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อพันธมิตรข้ามมหาสมุทรหรือไม่
อัลจาซีรา รายงานว่า แบบสอบถาม ถามอย่างตรงไปตรงมาว่า“พันธมิตรแสดงการสนับสนุนการให้ความสำคัญในนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอย่างเปิดเผยหรือไม่”
อีกประเด็นหนึ่งถามว่า “ประเทศแสดงท่าทีที่สอดคล้องกับแนวทางของสหรัฐที่ต้องการให้มีความ ‘เข้มแข็ง ชัดเจน และเงียบ’ หรือไม่” ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงวลีที่ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ใช้ในการกล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุม Shangri-La Dialogue เมื่อเดือนพ.ค.
เอกสารสามหน้า ที่มีชื่อเรื่องว่า“คำถามสำหรับพันธมิตรนาโต และผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย สำคัญรายอื่นๆ” อัลจาซีราได้รับมาจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เป็นสื่อแรกที่รายงานเกี่ยวกับคำถามบางส่วนของเอกสารดังกล่าว
ในตอนท้ายคำถามทางการเมืองปรากฏเด่นชัดที่สุด โดยมีคำถามหนึ่งได้ถามพันธมิตรว่า
“พวกเขามีมาตรการจำกัดการเข้าถึงฐานทัพ และเที่ยวบินทางทหารของสหรัฐเหนือน่านฟ้าประเทศของตนหรือไม่” ซึ่งเป็นประเด็นที่จุดชนวนความขัดแย้งท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐ และอิสราเอลกับอิหร่าน
ประเทศยุโรปหลายประเทศออกมาตรการจำกัดการเข้าถึงดังกล่าว หลังจากสงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
คำถามต่อไปถามต่ออีกว่า “พวกเขายินดีที่จะลดหรือยกเลิกมาตรการจำกัดดังกล่าวหรือไม่”
แบบสอบถามสะท้อนความต้องการทรัมป์
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เอกสารนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่เพิ่มขึ้นภายใต้การบริหารของทรัมป์ที่ต้องการดึงพันธมิตรสหรัฐเข้าสู่สงครามอิหร่าน แม้ว่าความขัดแย้งจะอยู่นอกเหนือขอบเขตของสนธิสัญญาป้องกันร่วมของนาโตก็ตาม
เจ้าหน้าที่กลาโหม ระดับอาวุโสคนหนึ่ง ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ บอกว่า รัฐบาลสหรัฐชุดนี้กำลังสับสนระหว่างประเด็นของนาโตกับปฏิบัติการทางทหารฝ่ายเดียวของสหรัฐ
“แบบสอบถามนี้สะท้อนถึงความสับสนดังกล่าว นาโตไม่มีอะไรต้องทำกับตะวันออกกลาง” เจ้าหน้าที่ย้ำ
นอกจากนี้ แบบสอบถามยังได้ถามด้วยว่า พันธมิตรได้ให้การสนับสนุนแนวคิด “นาโต 3.0” ของรัฐบาลทรัมป์ ที่เรียกร้องให้พันธมิตรในยุโรปรับผิดชอบด้านกลาโหมของตนเองมากขึ้น โดยมี “การสนับสนุนจากสหรัฐที่จำกัดลง” หรือไม่
ส่วนคำถามอื่นๆ ก็สะท้อนให้เห็นความต้องการของทรัมป์ที่ให้พันธมิตรใช้จ่ายกลาโหมมากขึ้น และมีส่วนร่วมมากขึ้นในการบัญชาการ และการจัดกำลังของนาโต
อย่างไรก็ตาม บางประเทศได้ละเมิดข้อเรียกร้องที่แบบสอบถามกล่าวถึงไปแล้ว เช่น ทรัมป์ตำหนิสเปนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับการตัดสินใจขอรับการยกเว้นจากข้อตกลงนาโตปี 2025 ที่กำหนดให้เพิ่มงบประมาณด้านการทหารเป็น 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)
ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม สเปนยังได้ปิดน่านฟ้าไม่ให้เครื่องบินสหรัฐผ่าน และปฏิเสธไม่ให้สหรัฐใช้ฐานทัพของตนเองเพื่อโจมตีอิหร่าน ด้านทรัมป์ตอบโต้ด้วยการขู่ว่าจะตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับมาดริด
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยุโรปรายหนึ่ง ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่า แบบสอบถามดังกล่าว “ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าการคงอยู่ของกองทัพสหรัฐขึ้นอยู่กับความภักดีทางการเมือง”
พยายามหาเหตุผลหนุนการถอนกำลังสหรัฐ
เจ้าหน้าที่รายดังกล่าว ระบุว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความต้องการของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ในการสร้างเหตุผลรองรับการลดกำลังทหารในบางพื้นที่/ประเทศลง หรืออาจเป็นการลดกำลังเพื่อเอาคืนพันธมิตร (ที่ไม่ให้ความร่วมมือเมื่อสหรัฐร้องขอ)
นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังชาติพันธมิตรว่า “ควรอยู่ฝ่ายที่เป็นมิตรกับทำเนียบขาว ด้วยการดำเนินนโยบายให้สอดคล้องกับนโยบายของทำเนียบขาว”
เพนตากอนยังไม่ตอบกลับคำขอความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้
จิม ทาวน์เซนด์ อดีตรองผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวในรายการ This is America ของอัลจาซีรา ว่า ประเด็นเหล่านี้มักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย ไม่ว่าจะเป็นพรรคเดโมแครตหรือพรรครีพับลิกัน
“เรารู้ว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญอย่างมากกับความจงรักภักดี ไม่ว่าจะเป็นประชาชนของตนเองหรือพันธมิตร และท่านประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวกับพันธมิตรอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับความคาดหวังของท่านต่อความจงรักภักดี และการสนับสนุนจากพวกเขาต่อสหรัฐ”
อ้างอิง: Al Jazeera
พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์