โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อนุทินโอ่ผลไทยช่วยไทย 21วินาทีออมพลัสเกลี้ยง

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 สิงหาคม 2569 เวลา 3.59 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“อนุทิน” ชิลสำรวจตลาดแบบออร์แกนิก ฟุ้งแม่ค้าบอกไทยช่วยไทยพลัสทำสินค้าขายหมดเร็ว “ลลิดา” เผย 2 เดือนเงินหมุนกว่า 8.6 หมื่นล้าน “นิด้าโพล” ชี้คนส่วนใหญ่ยังไม่แน่ใจเทคะแนนให้แม้ได้สิทธิโครงการ “รัชดา” โวพันธบัตรออมพลัสขายหมดใน 21 วินาที 3-5 ส.ค.เปิดขายล็อตใหม่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพแต่งกายด้วยเสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบ ระบุว่า สำรวจตลาดแบบออร์แกนิก กินไป ทักไป เดินตามบาทวิถี ไทยช่วยไทย พลัส ก้าวเข้าสู่เดือนที่สาม แม่ค้าบอกช่วงนี้ขายหมดเร็วกว่าเดิม คนซื้อเยอะขึ้น อยากให้จัดโครงการอีกเรื่อยๆ แล้วไปปล่อยกบ ปล่อยปลา ไหว้พระอินทร์ที่วัดเทวราชกุญชร

ขณะที่ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการดำเนินโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ว่า ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. ซึ่งเป็นการดำเนินโครงการครบ 2 เดือนเต็ม พบว่าโครงการได้รับการตอบรับจากประชาชนและผู้ประกอบการเป็นอย่างดี มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากแล้ว 86,442.6 ล้านบาท โดยมีประชาชนเข้าร่วมโครงการ 26,040,623 ราย และมีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,192,636 ร้าน แบ่งเป็นร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส และยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน 977,059 ร้าน และร้านค้าใหม่ที่ลงทะเบียนผ่านธนาคารกรุงไทย 215,577 ร้าน หรือ 18.1% ของร้านค้าทั้งหมด สะท้อนว่ามาตรการของรัฐบาลช่วยดึงผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบการชำระเงินและการค้าแบบดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ด้านการใช้จ่าย มียอดใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 86,442.6 ล้านบาท โดยเป็นเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 49,601.6 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 36,841.0 ล้านบาท ขณะที่การใช้จ่ายผ่านร้านค้าปกติยังเป็นช่องทางหลัก คิดเป็นประมาณ 96.6% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนการใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (ฟู้ดเดลิเวอรี) อยู่ที่ 3.4%” น.ส.ลลิดากล่าว

วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจเรื่อง เข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส แล้วสนับสนุนรัฐบาลไหม โดยสอบถามประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ 1,850 หน่วยตัวอย่าง ซึ่งเมื่อถามประชาชนถึงการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส พบว่า 71.35% ระบุว่าเป็นบุคคลทั่วไปที่เข้าโครงการฯ เพื่อใช้จ่าย ซื้อสินค้า, 25.19% ไม่เข้าร่วมโครงการฯ, 1.89% เป็นร้านค้าหรือผู้ประกอบการที่เข้าโครงการฯ และ 1.57% เป็นทั้งบุคคลทั่วไปและร้านค้าหรือผู้ประกอบการที่เข้าโครงการฯ โดยผู้ที่ไม่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (466 ตัวอย่าง) 47.42% ไม่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ, 27.04% ไม่สนใจจะเข้าร่วมโครงการฯ, 24.47% ลงทะเบียนไม่ทัน และ 1.07% ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่ทราบวิธีการลงทะเบียน และไม่มีเครื่องโทรศัพท์สมาร์ทโฟนสำหรับใช้ในการลงทะเบียน

เมื่อสอบถามผู้ที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่เข้าโครงการ 1,384 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย หรือเพิ่มรายได้ของประชาชน และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ พบว่า 1.ด้านการช่วยเพิ่มรายได้จากการค้าขาย 42.12% ช่วยได้มาก, 39.52% ค่อนข้างช่วยได้, 7.67% ไม่ได้รับผลประโยชน์ในด้านนี้, 7.51% ไม่ค่อยช่วย, 2.02% ไม่ช่วยเลย และ 1.16% ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

2.ด้านการช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย 48.92% ค่อนข้างช่วยได้, 40.61% ช่วยได้มาก, 9.02% ไม่ค่อยช่วย และ 1.45% ไม่ช่วยเลย และ 3.ด้านการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ 45.09% ค่อนข้างช่วยได้, 33.74% ช่วยได้มาก, 15.83% ไม่ค่อยช่วย, 4.62% ไม่ช่วยเลย และ 0.72% ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

สุดท้ายเมื่อสอบถามผู้ที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 1,384 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการตัดสินใจต่อรัฐบาล หลังได้รับผลประโยชน์จากการเข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส พบว่า 33.24% ยังไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร, 26.81% มีส่วนทำให้สนับสนุนรัฐบาล, 25.43% ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สนับสนุนรัฐบาล, 14.23% จะมีหรือไม่มีโครงการก็สนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว และ 0.29% ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

วันเดียวกัน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พันธบัตรรัฐบาลออมพลัสได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก โดยจำหน่ายเต็มวงเงินภายในเวลาเพียง 21 วินาที สะท้อนถึงความต้องการทางเลือกการออมที่มั่นคง ปลอดภัย และประชาชนรายย่อยสามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวน

น.ส.รัชดากล่าวต่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายชัดเจนให้ทุกหน่วยงานของรัฐบาลเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนรายย่อย ทำให้เงินทุนในระบบไหลไปสู่ประชาชนและเศรษฐกิจจริงอย่างทั่วถึง ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่มที่มีเงินทุนหรือมีความพร้อมมากกว่า พันธบัตรออมพลัสจึงได้รับการออกแบบให้ประชาชนเริ่มลงทุนได้ด้วยวงเงินไม่สูง พร้อมใช้หลักการจัดสรรแบบ Small Lot First หรือให้ผู้ลงทุนรายเล็กได้รับการจัดสรรก่อน โดยประชาชนที่ยังไม่ได้ลงทุน จะเปิดให้จองซื้อพันธบัตรออมพลัสรอบถัดไประหว่างวันที่ 3-5 ส.ค.2569 ขั้นต่ำ 1,000 บาท โดยจะให้สิทธิรายย่อยก่อนผ่านแพลตฟอร์ม Bond Connect

“รัฐบาลกำลังดำเนินการให้ครบทั้งระบบ ตั้งแต่เปิดช่องทางออมที่ปลอดภัยให้ประชาชน ช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุน ดึงการลงทุนคุณภาพเข้าสู่ประเทศ และจัดการเงินผิดกฎหมายที่ทำลายการแข่งขัน เป้าหมายคือทำให้เงินในระบบไหลไปสู่เศรษฐกิจจริง เกิดการลงทุน เกิดงาน เกิดรายได้ และทำให้ประชาชนรายย่อยได้รับโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรมมากขึ้น” น.ส.รัชดากล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...