‘วราวุธ’ แจงสภา ก.อุตสาหกรรมคุมเข้มมาตรฐานโซลาร์รูฟท็อป ส่งเสริมติดตั้ง 1.5 ล้านครัวเรือน
เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาวาระเรื่องด่วนพิจารณา พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ชี้แจงกรณีที่สมาชิก แสดงความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มอก. ว่า สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบโซลาร์เซลล์ไว้อย่างชัดเจน ทั้งแผงโซลาร์ อินเวอร์เตอร์ เบรกเกอร์ สายไฟ ฟิวส์ และแบตเตอรี่ เพื่อให้การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในภาคประชาชนและภาคธุรกิจเกิดความปลอดภัย
นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันกำลังการผลิตอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ในประเทศยังมีจำกัด เช่น แบตเตอรี่โซลาร์เซลล์มีโรงงานผลิตในประเทศเพียง 1 โรงงาน แต่มีผู้นำเข้า 44 ราย ส่วนแผงโซลาร์เซลล์มีโรงงานผลิตในประเทศ 8 โรงงาน แต่มีผู้นำเข้าถึง 260 ราย ขณะที่สายไฟโซลาร์เซลล์มีโรงงาน 5 แห่ง และมีผู้นำเข้า 15 ราย ดังนั้น สิ่งของที่จะนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยทุกชนิด ต้องผ่านมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพราะรัฐบาลคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก โดยเฉพาะเมื่อโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานมีเป้าหมายขยายการติดตั้งในระดับครัวเรือนจำนวนมาก
ที่มีข้อกังวลว่า การขอใบอนุญาต มอก. อาจล่าช้า หากอุปกรณ์โซลาร์รูฟท็อป ไม่ว่าจะเป็นสายไฟ แบตเตอรี่ อินเวอร์เตอร์ เบรกเกอร์ ฟิวส์ หรือแผงโซลาร์เซลล์ ได้มาตรฐาน IEC หรือมาตรฐานสากล ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอใบอนุญาตมาตรฐานอุตสาหกรรมได้ โดยใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน และหากเร็วที่สุดอาจใช้เพียง 2-3 วัน ถ้าเกิน 7 วัน ขอให้ท่านสมาชิกหรือผู้เกี่ยวข้องแจ้งมาที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ จะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ความโปร่งใส และความสบายใจของทุกฝ่าย
นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกมาตรฐานทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับโซลาร์เซลล์เร่งขึ้นทะเบียนและขอ มอก. โดยเฉพาะผู้ผลิตสายไฟโซลาร์เซลล์ในประเทศ ซึ่งมีอยู่ 5 โรงงาน แต่ปัจจุบันได้รับใบอนุญาต มอก. แล้วเพียง 2 ราย อีก 3 รายยังไม่ได้รับใบอนุญาต
ภายใต้โครงการวงเงิน 2 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลมีแนวทางส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปประมาณ 1.5 ล้านครัวเรือน กำลังการผลิตในประเทศอาจยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงอาจต้องมีการนำเข้าอุปกรณ์เพิ่มเติม แต่การนำเข้าต้องอยู่บนเงื่อนไขมาตรฐานสากลและขึ้นทะเบียนกับ สมอ. อย่างถูกต้อง กระทรวงอุตสาหกรรมจะดูแลทั้งมาตรฐาน ความปลอดภัย และความรวดเร็วในการอนุญาต เพื่อไม่ให้มาตรการพลังงานสะอาดสะดุด ขณะเดียวกันต้องป้องกันของไม่ได้มาตรฐานเข้าสู่ระบบ เพราะเป้าหมายของรัฐบาลคือช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่าย และพาประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่ Green Country และ Green Economy อย่างมั่นคง.