โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำท่วมน่าน สะท้อน “ภัยน้ำหลากฉับพลัน” เกิดขึ้นเร็วมากแม้ฝนตกไม่กี่ชั่วโมง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 45 นาทีที่แล้ว
รศ.ดร.เสรี เปิดเผยข้อมูลน้ำท่วมน่าน สะท้อน “ภัยน้ำหลากฉับพลัน” เกิดขึ้นรวดเร็วมากแม้ฝนตกเพียงไม่กี่ชั่วโมง เปลี่ยนลำห้วยเล็ก ๆ ให้กลายเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกรากได้ภายในเวลาอันสั้น

น้ำท่วมน่าน สะท้อน “ภัยน้ำหลากฉับพลัน” แม้ฝนตกเพียงไม่กี่ชั่วโมง

จากเหตุการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งบ้านเรือน ถนน ระบบประปา บ่อน้ำ และสาธารณูปโภค

แม้ว่าล่าสุดสถานการณ์อุทกภัยในหลายอำเภอเริ่มคลี่คลาย เริ่มมีการซ่อมแซมเส้นทางและเปิดทางสัญจรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและคืนสภาพพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

กรณีดังกล่าว รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึงสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่จ.น่าน ไว้ว่า กรณีน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว จ.น่าน

เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า “ภัยน้ำหลากฉับพลัน” เป็นภัยที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาก แม้ฝนจะตกเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่สามารถเปลี่ยนลำห้วยเล็ก ๆ ให้กลายเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกรากได้ภายในเวลาอันสั้น ศูนย์ภูมิอากาศ และภัยพิบัติ ม.รังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ มีการประเมินสถานการณ์ โดยการใช้แบบจำลองย้อนหลัง พบว่า

ฝนไม่ได้ตกหนักตรงชุมชน หรือหน้าบ้าน แต่ภัยอาจกำลังมา

น้ำป่าอาจเกิดจากฝนตกหนักบนภูเขา หรือต้นน้ำที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร แม้บริเวณที่เราอยู่ฝนจะหยุดตกแล้วก็ตาม จากแบบจำลองพบว่าน้ำจะเริ่มไหลหลากหลังจากฝนตกประมาณ 3 ชั่วโมงโดยมีความเร็วกระแสน้ำบริเวณต้นน้ำลำห้วย และไหล่เขาประมาณ 5-8 เมตรต่อวินาที บ้านเรือนบริเวณนั้นไม่สามารถต้านทานพลังงานจลน์จากน้ำได้

เมื่อน้ำไหลลงมายังแม่น้ำปัวจะเริ่มล้นตลิ่ง มีความเร็วในแม่น้ำ และในพื้นที่น้ำท่วมถึงเริ่มลดลง (เนื่องจากความชันท้องน้ำลดลง) ประมาณ 3-4.5 เมตรต่อวินาที และ 1-2.5 เมตรต่อวินาทีตามลำดับ บ้านเรือนริมน้ำที่เป็นบ้านไม้เริ่มได้รับความเสียหาย แต่อย่าลืมว่าน้ำป่าไหลหลากมักจะมากับเศษวัสดุต้นไม้ หินขนาดต่างๆ จึงยากที่จะประเมินความรุนแรงได้

น้ำป่าไหลหลากเป็นภัยประเภทที่ต้องตัดสินใจเพียงไม่กี่นาที

อย่าประเมินความลึกของน้ำด้วยสายตา เพราะน้ำป่าไม่ได้มีอันตรายจากความลึก แต่คือความเร็วที่จะมาหาตัวเรา เมื่อพบสัญญาณผิดปกติ อย่ารอให้เห็นน้ำก้อนใหญ่ หรือรอการยืนยันจากผู้อื่น แม้แต่ Cell BoardCast ให้รีบเคลื่อนย้ายตนเอง และครอบครัวไปยังพื้นที่สูงทันที เพราะน้ำป่าไหลหลากเป็นภัยประเภทที่ เวลาในการตัดสินใจมีเพียงไม่กี่นาที แต่ผลกระทบรุนแรงถึงชีวิต

ภาพจาก Thai News Pix

“อย่ารอให้น้ำมาถึง” เตรียมพื้นที่ท้ายน้ำรับมวลน้ำทันที

เช่นเดียวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้ลงพื้นที่ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยกำชับทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูประชาชนอย่างเต็มที่และมีข้อสั่งการ และกล่าวย้ำว่า “พื้นที่ที่น้ำลดแล้วให้เร่งฟื้นฟู พื้นที่ที่ยังมีความเสี่ยงให้เฝ้าระวังและแจ้งเตือน ส่วนพื้นที่ท้ายน้ำที่มวลน้ำกำลังจะไปถึง ให้เตรียมรับตั้งแต่ตอนนี้” พร้อมกำชับทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานเป็นเอกภาพ ยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ อะไรที่ดำเนินการได้ให้ทำทันที หากเรื่องใดติดขัดหรือเกินกำลังพื้นที่ให้รายงาน เพื่อรัฐบาลจะได้สนับสนุนอย่างเต็มที่

ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี

1. การช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่

ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือประชาชน พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่อำเภอปัว อำเภอเมืองน่าน อำเภอเวียงสา และพื้นที่ลุ่มต่ำ เร่งฟื้นฟูบ้านเรือน ถนน สะพาน ระบบไฟฟ้า ประปา และพื้นที่การเกษตรในจุดที่น้ำลดแล้ว

2. การติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศ

ให้กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ติดตามปริมาณฝนในจังหวัดน่านและพื้นที่ต้นน้ำ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก และแจ้งข้อมูลให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือ

3. การติดตามและคาดการณ์สถานการณ์น้ำ

ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ประเมินปริมาณและทิศทางมวลน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมืองน่านและพื้นที่ท้ายน้ำ หากทราบว่ามวลน้ำกำลังจะไปถึงพื้นที่ใด ให้แจ้งเตือนทันที ไม่ต้องรอให้น้ำมาถึง เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัว ยกของ ย้ายรถ และเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบาง และให้ทุกหน่วยงานเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เรือ เครื่องสูบน้ำ เส้นทางอพยพ และพื้นที่ปลอดภัยให้พร้อม เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

4. การเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม

ให้กรมทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานเครือข่ายในพื้นที่เพื่อแจ้งเตือนและเตรียมอพยพประชาชนได้ทันท่วงที

5. การฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน

ให้กระทรวงคมนาคมเร่งสำรวจเส้นทาง สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบ หากมีดินโคลนหรือสิ่งกีดขวาง ให้ระดมเครื่องจักรเปิดเส้นทางโดยเร็ว พร้อมประชาสัมพันธ์เส้นทางที่ใช้ได้และเส้นทางที่ควรหลีกเลี่ยง

6. การแก้ไขปัญหาในระยะต่อไป

ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดน่าน เสนอคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ภาพจาก Thai News Pix

มาตรการช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วมน่าน

ในส่วนของการเยียวยาประชาชนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสานขออนุมัติกรมบัญชีกลางเพื่อขยายวงเงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินฯ กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรณีอุทกภัย) เพิ่มเติมให้จังหวัดน่าน จำนวน 100 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะด้านการดำรงชีพซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการช่วยเหลือเยียวยา

  • ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำซึ่งผู้ประสบภัยที่เป็นเจ้าของ จ่ายตามจริงไม่เกินหลังละ 88,600 บาท (ไม่รวมบ้านเช่า) และค่าดำรงชีพเบื้องต้นกรณีบ้านเสียหายทั้งหลังไม่เกิน 4,900 บาท
  • เครื่องมือประกอบอาชีพ ช่วยเหลือเป็นเงินทุนหรือค่าเครื่องมือสำหรับอาชีพหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว เท่าที่จ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 13,500 บาท
  • ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ กรณีบาดเจ็บสาหัสที่ต้องรักษาในสถานพยาบาลติดต่อกันตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ช่วยเหลือเป็นเงิน 5,000 บาท กรณีบาดเจ็บจนถึงขั้นพิการไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ช่วยเหลือ 16,600 บาท
  • ค่าจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัว ค่าจัดการศพรายละไม่เกิน 35,700 บาท กรณีผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือเป็นผู้หารายได้หลักเลี้ยงดูครอบครัวจะได้รับเงินสงเคราะห์ครอบครัวอีกไม่เกิน 35,700 บาท
  • กรณีที่ผู้ประสบภัยพิบัติเช่าบ้านเรือนของผู้อื่น และบ้านเช่าเสียหายจากภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเสียหายทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วนจนอยู่อาศัยไม่ได้ ให้ช่วยเหลือเป็นค่าเช่าบ้านแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 2 เดือน
  • การซ่อมแซมโรงเรีอนการเกษตร ค่าซ่อมยุ้งข้าว โรงเรือนเก็บพืชผล หรือคอกสัตว์ ครอบครัวละไม่เกิน 6,800 บาท

สรุปแนวทางการยื่นขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ขณะที่ จ.น่าน สรุปแนวทางการยื่นขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เริ่มเปิดรับคำร้อง เริ่ม 24 ส.ค. 69 เป็นต้นไป ที่หน่วยงานท้องถิ่นใกล้บ้านท่าน

1. ยื่นคำร้อง

  • ผู้ประสบภัยสามารถยื่นคำร้องได้ที่ อบต. / หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ โดยกรอกข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ และรายละเอียดความเสียหาย

2. ไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสาร ไม่จำเป็นต้องถ่ายสำเนาเอกสารราชการ

  • มีบัตรประชาชนหรือเอกสารที่ระบุเลขประจำตัวประชาชน สามารถใช้ยืนยันได้
  • แม้ไม่มีเอกสารราชการเลย หากจำเลขบัตรประชาชนได้ ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้
  • หากจำเลขบัตรประชาชนไม่ได้ ให้ผู้นำชุมชนรับรอง ได้
  • เพียงนำตัวเองมา แจ้งความประสงค์ขอรับการเยียวยา ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการได้

3. เอกสารเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

  • หน่วยงานภาครัฐจะเป็นผู้ช่วยตรวจสอบและจัดทำ/ถ่ายสำเนาเอกสารที่จำเป็น

4. เร่งจ่ายเงินเยียวยา

  • เตรียมเร่งดำเนินการจ่ายเงินเยียวยา ตั้งแต่วันที่ 30 เป็นต้นไป

5. รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ

รัฐบาลขยายกรอบงบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อใช้ในการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบภัยในระยะเร่งด่วน ขอให้ผู้ประสบภัยรีบยื่นคำร้องภายในสิ้นเดือน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมข้อมูลและดำเนินการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และไม่ตกหล่น

ข้อมูลอ้างอิงจาก

- รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์

- รัฐบาลไทย

- ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...