โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โกงสอบท้องถิ่น จุดเปลี่ยนมหาดไทย ดึง 'ก.พ.' จัดสอบ ยกระดับมาตรฐาน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรณี “โกงสอบข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น”(โกงสอบท้องถิ่น)ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่หลายหน่วยงานและองค์กรอิสระเดินหน้าตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ก็ถูกจับตามองอย่างหนักถึงแนวทางรับผิดชอบและการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ล่าสุด อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยืนยันต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ว่า“ปลัดไม่เกี่ยวข้อง” หลังถูก สุรเชษฐ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการฯ ซักถามถึงผลการตรวจสอบ การเพิกถอนสิทธิ และการดำเนินการทางวินัยต่อข้าราชการในสังกัด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าผู้บริหารระดับสูงอาจรู้เห็นเป็นใจ และเรียกร้องให้ยืนหยัดในความถูกต้อง “ไม่ต้องกลัวพี่หนู หรือพี่เน”

ปฏิเสธไม่ได้ว่า คดีโกงสอบท้องถิ่นปี 2569 ไม่ได้กระทบเฉพาะหน่วยงานผู้จัดสอบหรือเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรัฐบาล ภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งควบตำแหน่ง รมว.มหาดไทย

อย่างไรก็ตาม ด้วยความสัมพันธ์อันดีระหว่าง “ปลัดป็อป” กับ “นายกฯ หนู” ทำให้หลายฝ่ายมองว่าทั้งสองยังคงช่วยประคับประคองสถานการณ์ แม้จะต้องเผชิญแรงกดดันจากทั้งคดีโกงสอบท้องถิ่นและกรณีแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ที่กระทบต่อความน่าเชื่อถือทางการเมือง แต่ท้ายที่สุด ทั้ง อนุทิน -พรรคภูมิใจไทย และ ปลัดอรรษิษฐ์ ก็ยังสามารถประคองสถานการณ์ไว้ได้

รื้อบัญชีคะแนน เดินหน้าเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง

ในส่วนของการดำเนินการภายในกระทรวงมหาดไทย อรรษิษฐ์ ชี้แจงว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด แต่เป็นการทำงานของกรมหนึ่งที่เข้าไปเป็นกรรมการในกระบวนการสอบแข่งขัน โดยขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยข้าราชการ 5 รายที่เกี่ยวข้องแล้ว

"ผลสอบอาจไม่ได้ชี้ว่าทั้ง 5 คนมีความผิดวินัยร้ายแรงทั้งหมด เพราะต้องพิจารณาตามระดับความเกี่ยวข้อง และยังต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนและการขยายผลของตำรวจประกอบ" ปลัดมท. ระบุ

สำหรับกรณีที่พบว่า“ใบข้อสอบถูกแก้ไขคำตอบ” จนส่งผลต่อบัญชีคะแนนของผู้ได้รับสิทธิเรียกบรรจุเป็นข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ในฐานะประธานกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) "อรรษิษฐ์" ยืนยันว่าจะรื้อบัญชีคะแนนทั้งหมด และประกาศผลใหม่ หลังตรวจพบความผิดปกติของคะแนนผู้เข้าสอบกว่า 5,924 ราย

แม้ "ปลัดมหาดไทย" จะประกาศแนวทางดังกล่าวต่อที่ประชุม กมธ.งบประมาณฯ มานานเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศบัญชีคะแนนใหม่ ทำให้ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า การยืดระยะเวลาออกไป แม้จะอ้างเหตุผลเรื่องความรอบคอบ อาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นการประวิงเวลาหรือไม่ และจะมีผลต่อการขยายผลไปถึงผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มนักการเมืองที่อาจเกี่ยวข้องหรือไม่

ปิดช่องโกงด้วยการประกาศผลทันทีหลังสอบ

นอกเหนือจากการเอาผิดผู้กระทำผิด กระทรวงมหาดไทยยังเสนอแนวทางแก้ปัญหาเชิงระบบ เพื่อไม่ให้เกิดการแทรกแซงคะแนนสอบอีก

"จากหลักฐานที่ตำรวจสอบสวนกลางนำมาแสดง พบว่าในวันสอบที่มีผู้เข้าสอบกว่า 270,000 คน เมื่อสอบเสร็จ ระบบสามารถพิมพ์คะแนนออกมาได้ทันที และตำรวจได้เก็บหลักฐานในขั้นตอนดังกล่าวไว้แล้ว โดยช่วงเวลาระหว่างสอบเสร็จกับการพิมพ์คะแนนใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที จึงเชื่อว่าจะไม่สามารถแก้ไขคะแนนได้" ปลัดอรรษิษฐ์ ระบุ พร้อมย้ำว่า "จะถูกนำมาใช้เป็นต้นแบบในอนาคต คือให้ประกาศผลทันทีหลังสอบเสร็จ ไม่เว้นช่วงเวลาที่อาจเปิดช่องให้มีการแก้ไขข้อมูล"

“กระทรวงมหาดไทยจะทำเรื่องนี้ในหน้าที่ให้ดีที่สุด ทำให้ถูกต้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ในระยะยาวระบบสอบแบบนี้ ไม่ใช่ต้องสอบเสร็จแล้วประกาศเลย เพื่อความบริสุทธิ์ของทุกคน จะไม่ทิ้งช่วงเวลาสอบเสร็จ ปรินต์ และประกาศ ไม่ใช่พิมพ์ใหม่ขึ้นมา” นายอรรษิษฐ์กล่าวต่อที่ประชุม กมธ.งบประมาณฯ

ดึง “ก.พ.” จัดสอบแทนท้องถิ่น ยกระดับมาตรฐาน

อีกแนวทางหนึ่งที่กำลังเดินหน้าควบคู่กัน คือการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการวุฒิสภา มี "สว.กฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ" เป็นประธาน

เดิมร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกบรรจุเข้าสู่วาระประชุมวุฒิสภาโดยไม่มีการแก้ไข แต่เมื่อเกิดคดีโกงสอบท้องถิ่น จึงต้องนำกลับมาปรับปรุงใหม่ โดยการทบทวนรอบแรกได้แก้ไขสาระสำคัญ คือ ให้การสอบภาคความรู้ทั่วไปใช้ผลคะแนนจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) แทนระบบเดิมที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการเอง ซึ่งเป็นจุดที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีช่องโหว่จนเกิดการแก้ไขคะแนน

คณะกรรมาธิการคาดหวังว่าการใช้มาตรฐานของ ก.พ. ซึ่งไม่เคยมีประวัติอื้อฉาวเรื่องการจัดสอบ จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของระบบคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่นได้ อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายยังต้องผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภา ก่อนส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตาม "สว.กฤษณุ" มองว่า การแก้กฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ หากยังมีการวิ่งเต้นหรือมีผู้แสวงหาผลประโยชน์ เพราะต่อให้กฎหมายดีเพียงใด หากคนในกระบวนการไม่ซื่อสัตย์ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือผู้เข้าสอบ ยังมีโอกาสเกิดปัญหาซ้ำได้ ดังนั้น การยกระดับมาตรฐานควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมความโปร่งใส จึงเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปครั้งนี้

มหากาพย์ “โกงสอบท้องถิ่น” จึงไม่ได้เป็นเพียงคดีทุจริตในการสอบแข่งขัน หากแต่เป็นบททดสอบสำคัญของระบบราชการไทยว่าจะสามารถเปลี่ยนวิกฤติครั้งนี้ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบสอบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนสู่สังคมได้มากเพียงใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...