เหวี่ยงสุดๆ "ป้าดา" บุกโรงพักพระโขนง ตามคดีเก่าอ้างครอบครัวโดนตร.แกล้งหมายจับ เจอรองผกก.สวนโวยผิดที่ต้องไปร้องศาล!
วันนี้ ( 19 สิงหาคม) เวลา 09:40 น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ ป้าดา อายุ 62 ปี เดินทางมาที่ สน.พระโขนง เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและทวงถามความคืบหน้าคดี กล่าวหาถูกยัดข้อหาและมีการออกหมายจับโดยไม่ชอบ พร้อมยืนยันจะเดินหน้าตรวจสอบกระบวนการทั้งหมดให้ถึงที่สุด พร้อมเปิดเผยว่า ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะประเด็นการดำเนินคดีและการออกหมายจับ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ต้องการสร้างความวุ่นวาย แต่ต้องการความยุติธรรมและคำตอบที่ชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ โดยกรณีดังกล่าว ป้าดา อ้างว่า นายอับบาส มูฮัมเหม็ด อาลี และลูกหลานบริวาร ทั้งหมด 31 ชีวิต โดนกลั่นแกล้ง แจ้งความเท็จ จึงอยากมาขอพบ พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ประดับไทย ผกก.สน.พระโขนง เพื่อขอให้นำหลักฐานทั้งหมดที่ใช้ในการจับกุมและดำเนินคดีมาให้ตนและสื่อมวลชนดู จากนั้น ป้าดา ได้เดินเข้าไปในสถานีตำรวจเพื่อขอพบผู้กำกับ สน.พระโขนง ก่อนได้พูดคุยกับพนักงานสอบสวนและ พ.ต.ท.ประดิษฐ ปลายด่วน รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจนครบาลพระโขนง โดย พ.ต.ท.ประดิษฐ แจ้งกับ ป้าดา ว่า ผู้กำกับไม่อยู่ เนื่องจากติดประชุมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และไม่ได้หลบแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่ป้าดามาร้องขอความเป็นธรรม ขอให้ทำหนังสือมา เพราะทุกอย่างมีขั้นตอน และตอนนี้คดีอยู่ในชั้นศาลแล้ว สำนวนคดีเป็นความลับซึ่งส่งไปที่ศาลหมด หากทำหนังสือก็จะพิจารณาว่าสามารถให้เอกสารอะไรได้บ้าง หรือถ้าจะขอคัดพยานหลักฐานสำคัญก็ต้องขอไปทางศาล
ประการสำคัญเมื่อศาลชั้นต้นได้พิพากษาไปแล้ว ทำไมถึงไม่ไปถามศาลเลย รวมถึงยังสามารถนำเอกสารพยานหลักฐานไปยื่นกับศาลเพิ่มเติมได้ พร้อมย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเจ้าพนักงาน ไม่ว่าใครมาแจ้งความตำรวจก็ต้องรับเรื่องอยู่แล้ว เพราะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องรับแจ้งความ และมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน หากป้าดาไม่ได้รับความเป็นธรรม โดนข่มขู่ หรือโดนปฏิบัติอะไรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถยื่นเอกสารหรือยื่นคำร้อง และสามารถแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลนั้นได้ สุดท้าย ป้าดา จึงบอกกับ พ.ต.ท.ประดิษฐ และ สื่อมวลชน ว่า ตนจะปรึกษาอีกครั้งว่าจะทำอย่างไร แต่วันนี้ขอประกาศให้สังคมได้รู้ก็พอใจแล้ว