โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราคาหุ้นโต 4 เท่าใน 3 ปี ก่อน Sony ยื่นข้อเสนอซื้อธุรกิจเลนส์ของ Tamron ขณะยอดขายในจีนดิ่ง 43% จากคู่แข่งท้องถิ่น

THE STANDARD

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • thestandard.co
ราคาหุ้นโต 4 เท่าใน 3 ปี ก่อน Sony ยื่นข้อเสนอซื้อธุรกิจเลนส์ของ Tamron ขณะยอดขายในจีนดิ่ง 43% จากคู่แข่งท้องถิ่น

Tamron ผู้ผลิตเลนส์กล้องสัญชาติญี่ปุ่น กำลังพิจารณาข้อเสนอเข้าซื้อกิจการจาก Sony ท่ามกลางศักยภาพการเติบโตที่ถูกคุกคามจากการแข่งขันอันดุเดือดในจีน แม้บริษัทจะมีประสิทธิภาพการใช้เงินทุนที่สูงเมื่อเทียบกับผู้ผลิตขนาดกลางด้วยกัน

ประเด็นสำคัญ

  • ครองแชมป์ในญี่ปุ่นด้วยราคาที่ถูกกว่าครึ่ง
  • ตั้งเป้าดันผลตอบแทนผู้ถือหุ้นแตะ 20%
  • ยอดขายในจีนดิ่ง 43% จากคู่แข่งท้องถิ่น

Tamron ประกาศเรื่องข้อเสนอดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม โดย Sony Group ถือหุ้นใน Tamron อยู่แล้ว 15.35% ณ เดือนมิถุนายน ซึ่งข้อเสนอนี้ดูจะมีเป้าหมายเพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มบริษัท ด้วยการเข้าซื้อธุรกิจเลนส์เปลี่ยนได้ของ Tamron

ครองแชมป์ในญี่ปุ่นด้วยราคาที่ถูกกว่าครึ่ง

จุดแข็งของ Tamron คือการขายเลนส์แบรนด์ตัวเองที่ใช้ได้กับกล้องหลายค่าย ทั้ง Sony, Canon และ Nikon ผ่านร้านค้าปลีก ควบคู่กับการรับจ้างผลิตเลนส์ให้ผู้ผลิตกล้องรายอื่นด้วย

กลยุทธ์ที่ทำให้บริษัทขยายส่วนแบ่งตลาดได้คือการตั้งราคาเลนส์แบรนด์ตัวเองให้ถูกกว่าเลนส์ของผู้ผลิตกล้องมาก ซึ่งบางรุ่นถูกกว่าถึง 50%

กลยุทธ์นี้ทำให้ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ Tamron ครองส่วนแบ่งตลาดเลนส์เปลี่ยนได้อันดับ 1 ในญี่ปุ่นเมื่อวัดจากปริมาณ ด้วยสัดส่วน 22.6% ตามข้อมูลของ BCN บริษัทวิจัยตลาด

ด้านการออกสินค้าใหม่ บริษัทตั้งเป้าเปิดตัวอย่างน้อย 10 รุ่นในปีนี้ เพิ่มจาก 6 รุ่นในปี 2025 ซึ่งเป็นผลจากการปรับปรุงประสิทธิภาพในกระบวนการพัฒนาสินค้า

สำหรับผลประกอบการนั้น Tamron คาดว่ายอดขายรวมในปี 2026 จะเพิ่มขึ้น 9% มาอยู่ที่ 93,000 ล้านเยน (ประมาณ 2.05 หมื่นล้านบาท) ส่วนกำไรสุทธิคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 16% เป็น 13,600 ล้านเยน (ประมาณ 2.99 พันล้านบาท)

ตั้งเป้าดันผลตอบแทนผู้ถือหุ้นแตะ 20%

อีกด้านที่ทำให้ Tamron น่าสนใจคืออัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ซึ่งคาดว่าจะสูงกว่า 15% ในปีนี้

หากเทียบกับบริษัทในกลุ่มเดียวกัน จะเห็นว่าในบรรดาผู้ผลิตญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 188 แห่งซึ่งมียอดขายระหว่าง 50,000-100,000 ล้านเยน มีเพียง 19 แห่งรวมถึง Tamron ที่ทำ ROE ได้เกิน 10% ติดต่อกัน 5 ปีบัญชีล่าสุด

ความเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มต้นหลังตลาดหลักทรัพย์โตเกียวขอให้บริษัทปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้เงินทุนเมื่อปี 2023 ซึ่งนับจากนั้นราคาหุ้นของ Tamron ก็เพิ่มขึ้นราว 4 เท่า จากทั้งความสามารถในการทำกำไรและการจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้นซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี

ทว่าบริษัทมองว่ายังมีช่องให้ ROE โตได้อีก โดยตั้งเป้าดันตัวเลขนี้ขึ้นไปอย่างน้อย 20% ภายในปี 2029 ผ่านการจ่ายปันผลควบคู่กับการซื้อหุ้นคืน

ฐานะการเงินที่รองรับแผนดังกล่าวคือเงินสดสุทธิ 33,400 ล้านเยน (ประมาณ 7.35 พันล้านบาท) ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ซึ่งคิดเป็นราว 30% ของสินทรัพย์รวม

เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น บริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำไรจากการดำเนินงานให้ได้อย่างน้อย 25,000 ล้านเยน (ประมาณ 5.50 พันล้านบาท)

ทาคาชิ ชิมาโมโตะ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Okasan Securities มองว่าเป้าหมายนี้ดูสูงกว่าแผนระยะกลางฉบับก่อนๆ ของบริษัท

ขณะที่ Tamron คาดว่าจะสร้างกระแสเงินสดอิสระรวม 39,000 ล้านเยน (ประมาณ 8.58 พันล้านบาท) ตลอด 3 ปีจนถึงปี 2029

เมื่อนำแผนระยะกลางดังกล่าวมาประเมินมูลค่าด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด ภายใต้สมมติฐานต้นทุนเงินทุน 7% และการเติบโตถาวร 1% จะได้มูลค่าที่หุ้นควรจะอยู่หากบริษัททำได้ตามแผน ซึ่งอยู่ที่ราว 1,500 เยน (ประมาณ 330 บาท) หรือสูงกว่าราคาหุ้นจริงที่ 1,395 เยน (ประมาณ 307 บาท) เมื่อวันจันทร์ (7 ก.ย.) อยู่เกือบ 10%

ที่น่าสนใจคือนักลงทุนดูจะให้ส่วนเพิ่มกับหุ้น Tamron หลังข้อเสนอของ Sony ปรากฏออกมา โดยคาดหวังว่าดีลจะเกิดขึ้นจริง เพราะก่อนหน้าที่ข่าวข้อเสนอจะออกมา ราคาหุ้นอยู่ที่ 1,100 เยน (ประมาณ 242 บาท) ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นตามแผนอยู่ราว 30%

ช่องว่างดังกล่าวบ่งชี้ว่าตลาดน่าจะยังไม่ได้สะท้อนภาพการเติบโตตามแผนระยะกลางของบริษัทเข้าไปในราคาหุ้นอย่างเต็มที่

ยอดขายในจีนดิ่ง 43% จากคู่แข่งท้องถิ่น

เหตุผลส่วนหนึ่งที่ตลาดยังไม่เชื่อภาพการเติบโตมาจากความกังวลเรื่องตลาดจีน

โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ยอดขายเลนส์แบรนด์ Tamron ในจีนลดลง 43% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการที่สินค้าราคาถูกกว่าจากผู้ผลิตจีนทยอยเข้าสู่ตลาด เช่น แบรนด์ Viltrox ของบริษัท Shenzhen Jueying Technology

อากิระ โอกาเบะ กรรมการของ Tamron ระบุระหว่างการแถลงผลประกอบการเมื่อเดือนสิงหาคมว่าผู้ผลิตจีนกำลังชิงส่วนแบ่งในตลาดบ้านตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ปัญหาไม่ได้จบแค่ตลาดเลนส์กล้อง เพราะบริษัทจีนอย่าง Sunny Optical Technology และรายอื่นยังเป็นกำแพงขวางการเติบโตในพื้นที่ใหม่ที่ Tamron หวังไว้ อย่างเลนส์สำหรับยานยนต์ด้วย

เรียวสุเกะ คัตสึระ จาก SMBC Nikko Securities มองว่าในจีนนั้น โมเดลธุรกิจที่พึ่งพาการทำกำไรคืนจากเลนส์กล้องเปลี่ยนได้เป็นเรื่องยาก ไม่เพียงเพราะความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีของบริษัทจีนเท่านั้น แต่ยังมาจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นด้วย

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 เยน เท่ากับ 0.22 บาท ณ วันที่ 11 กันยายน 2569

ภาพ :Nara_money / Shutterstock

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...