โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

‘LEPSIA’ ยากันชักเด็กจาก CBD บริสุทธิ์ ฝีมือมช. ทางเลือกใหม่ เข้าถึงการรักษา

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปิดตัว "LEPSIA" ผลิตภัณฑ์ยากันชักสำหรับเด็กจากสารสกัดช่อดอกกัญชา (Pure CBD (Cannabidiol)) เกรดการแพทย์ ตอกย้ำคุณภาพมาตรฐานระดับสากล เทียบเท่ายานำเข้าประหยัดกว่า 64.8% มุ่งเพิ่มโอกาสการเข้าถึงยาแผนปัจจุบันให้ผู้ป่วยไทยในราคาหลักพัน จากเดิมที่ต้องจ่ายถึงหลักหมื่นบาท หลังจากผ่านการขอขึ้นทะเบียนและได้รับการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ประเทศไทย เริ่มนำร่องในโรงเรียนแพทย์ ก่อนจะขยายผลให้บริการทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ

การเปิดตัว "LEPSIA" (เลปเซีย) ไม่ใช่เพียงการแถลงข่าวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คือหมุดหมายสำคัญของการเกิด "Tech Disruption" ในอุตสาหกรรมยาและนวัตกรรมการแพทย์ของไทย นี่คือต้นแบบความสำเร็จของการเปลี่ยนงานวิจัยระดับลึก (Deep Tech) จาก "หิ้งสู่ห้าง" ที่จับต้องได้จริง ผ่านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และ บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด ที่ทุ่มเทเวลาในการพัฒนายาวนานถึง 8 ปี นับตั้งแต่เริ่มคิกออฟในปี พ.ศ. 2562

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

นวัตกรรมกู้ชีวิต 'AI-3D Printing' เปลี่ยนการรอ ให้กลายเป็นโอกาสรอด

'Longevity' ไม่ใช่ 'Luxury' คนรวย เริ่มต้นที่ 'กินดี อยู่ดี นอนดี'

วิจัยครบวงจร ผลิตยากันชักจาก Pure CBD

“ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล” อธิการบดีมช. ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า โครงการพัฒนาสารสกัดจากกัญชาทางการแพทย์เป็นความพยายามสร้าง "ความมั่นคงทางยา" ให้แก่ประเทศ ซึ่งในอดีตข้อจำกัดเชิงโครงสร้างกว่าจะนำยาจากต่างประเทศ ต้องเซ็นเอกสารขอความอนุเคราะห์ไปยังกรมศุลกากรด้วยตัวเอง เพื่อขอนำเข้ายาจากต่างประเทศมาใช้รักษาผู้ป่วยเด็ก แต่ละครั้งต้องใช้เวลาดำเนินการไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ถือเป็นคอขวดของระบบเดิม และสร้างภาระทางเอกสาร ที่สำคัญ การที่ผู้ป่วยต้องรอยานานนั่นอาจหมายถึงโอกาสในการรอดชีวิตที่ลดน้อยลง

“มช. ได้ตั้งโจทย์วิจัยโดยยึดความต้องการของแพทย์และคนไข้เป็นตัวตั้ง เพื่อเปลี่ยนงานวิจัย "บนหิ้ง" ให้กลายเป็น "นวัตกรรมยารักษามวลชน" ที่พึ่งพาตนเองได้ 100% การศึกษาและวิจัยกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ จึงไม่ใช่ทำวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ แต่เราทำวิจัยแบบครบวงจร (Comprehensive Value Chain) ตั้งแต่ ต้นน้ำ โดยคณะเกษตรศาสตร์ ที่ดูแลการเพาะปลูกแบบแม่นยำ กลางน้ำ โดยคณะเภสัชศาสตร์ ที่สกัดและควบคุมคุณภาพสารบริสุทธิ์ และ ปลายน้ำ โดยคณะแพทยศาสตร์ ที่นำไปทดสอบทางคลินิกและรักษาผู้ป่วยจริงในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก)"

ต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรม มาตรฐานสากล

นอกจากนั้น ได้มีการยกระดับสู่ภาคอุตสาหกรรมร่วมกับพันธมิตรอย่าง บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด ที่ร่วมลงทุนสร้างโรงงานมาตรฐาน อย. เพื่อผลิตและกระจายยา "LEPSIA" สู่ระบบสาธารณสุข

ความสำเร็จในครั้งนี้ประกอบด้วยจุดแข็ง 3 ประเด็นหลักๆ คือ

1.นวัตกรรมยากันชักจากสารสกัดกัญชาบริสุทธิ์ (Pure CBD) ครั้งแรกของไทย พัฒนาในรูปแบบยาแผนปัจจุบัน เพื่อรักษาผู้ป่วยเด็กโดยเฉพาะ

2.มาตรฐานการผลิตระดับ Pharma Grade: ยกระดับกระบวนการผลิตสู่มาตรฐานสากลสูงสุดในระดับเดียวกับยานำเข้าจากต่างประเทศ

และ3.ลดภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์จากต่างประเทศลงถึง 64.8% สร้างการเข้าถึงยาคุณภาพสูงอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

นวัตกรรมนี้เกิดขึ้นเพื่อทลายข้อจำกัดและตอบโจทย์ Pain point ของระบบสาธารณสุขและครอบครัวผู้ป่วยที่ต้องแบกรับภาระหนักมาอย่างยาวนาน โดยผลิตภัณฑ์ LEPSIA ได้รับการขึ้นทะเบียนยา โดยฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุชื่อการค้าว่า LEPSIA สารสำคัญคือ cannabidiol รูปแบบ oral solution เลขทะเบียน 1A 18/69(NG)

ขับเคลื่อนสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ

“สำหรับครอบครัวที่ต้องจ่ายค่ายาหลักแสนบาทต่อเดือน การใช้ยาตัวนี้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 70,000 บาท ซึ่งในระยะยาว 1 ปี มูลค่าที่ประหยัดได้เทียบเท่ากับการซื้อรถยนต์หนึ่งคัน และหากรักษาต่อเนื่อง 5 ปี อาจเทียบเท่ากับมูลค่าของบ้านหนึ่งหลัง สิ่งนี้ไม่ใช่แค่การลดรายจ่าย แต่คือการคืนคุณภาพชีวิตและอนาคตให้แก่ครอบครัวผู้ป่วยทั่วประเทศ”

ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ กล่าวต่อว่าขณะนี้เมื่อ LEPSIA ผ่าน อย.ได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาและกุมารแพทย์ ในโรงเรียนแพทย์ชั้นนำระดับประเทศ อาทิ รพ.รามาธิบดี, รพ.จุฬาลงกรณ์ และ รพ.ศิริราช โดยถูกนำไปใช้เป็น "ทางเลือกสำคัญ" สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปกติ

“ก้าวต่อไป คือ การขยายให้บริการทั่วประเทศ ผ่านการขับเคลื่อนเชิงนโยบายเพื่อเข้าสู่ "บัญชียาหลักแห่งชาติ" และระบบสิทธิการเบิกจ่ายของ สปสช. และสิทธิอื่นๆ เนื่องจากปัจจุบันยาตัวนี้สามารถใช้รักษาได้ทันทีใน 5 กลุ่มโรคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต”

ทางเลือกของกลุ่มผู้ป่วยดื้อยา 40%

ผศ.พญ.กมรวรรณ กตัญญูวงศ์ หัวหน้าหน่วยประสาทวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวว่าสถิติทางการแพทย์จำแนกสถานการณ์ผู้ป่วยโรคลมชักออกเป็นกลุ่ม 60/40 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างขนาดใหญ่ในระบบสาธารณสุข โดยกลุ่ม 60% สามารถใช้ยามาตรฐาน (First-line drugs) ในการควบคุมอาการได้เป็นปกติ และกลุ่ม 40% (Drug-resistant epilepsy) คือกลุ่มที่ "ดื้อต่อยามาตรฐาน" แม้จะใช้ยาตัวที่ 2 หรือ 3 แล้วแต่อาการยังไม่ทุเลา

“ที่ผ่านมากลุ่ม 40% ทางเลือกในการรักษามักจำกัดอยู่เพียงการผ่าตัดสมองหรือการรับประทานอาหารสูตรคีโตเจนิค (Ketogenic Diet) ซึ่งผู้ป่วยหลายรายไม่สามารถเข้าถึงหรือมีข้อจำกัดทางสรีระ สารสกัดกัญชาทางการแพทย์โดยเฉพาะในรูปแบบ "Pure CBD" จึงก้าวเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทีมแพทย์ทั่วโลกและในประเทศไทยให้การยอมรับเพื่อเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว”

สารสกัด Pure CBD สู่มาตรฐานยาโลก

ปัจจุบันกัญชาทางการแพทย์เป็นการเปลี่ยนผ่านจาก "ยาสมุนไพร" สู่ "ยามาตรฐานสากล" โดยวิวัฒนาการของสารสกัดกัญชาในไทย คือ Enrich CBD: สารสกัดสูตรผสมที่ยังมีส่วนประกอบของพืชกัญชาชนิดอื่นปนอยู่ จัดอยู่ในหมวด "ยาสมุนไพร" ,Purify CBD (LEPSIA): คือสารสกัดบริสุทธิ์ 100% (Pure CBD) ซึ่งเป็นมาตรฐานทางเคมี (Chemical Standard) ระดับเดียวกับยาที่ใช้ในต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2018

“จุดเด่นของ LEPSIA นอกจากความบริสุทธิ์สูงสุดแล้ว ยาตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ "ผู้ป่วยเด็ก" โดยเฉพาะ ด้วยรูป รส กลิ่น และสัมผัสที่ใกล้เคียงกับ "ยาไซรัปเด็ก" ทั่วไป ทำให้เด็กยอมรับการรักษาง่ายขึ้น ลดการต่อต้านในการกินยา ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การรักษาต่อเนื่องและเห็นผลจริง”

จากการศึกษายาต้นแบบ Purify ในระดับสากล “LEPSIA” ใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนา พบว่าโอกาสที่ผู้ป่วยจะมีอาการชักลดลงมากกว่า 50% จากเดิม อยู่ที่ประมาณ 30-60% ของกลุ่มผู้ใช้ และมีความปลอดภัยสูง ด้วยมาตรฐานความบริสุทธิ์ 100% ทำให้ผลข้างเคียงต่ำกว่าสูตรดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม ยานี้จัดเป็น "ยาควบคุมที่ต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น"

เด็กหยุดชัก มีศักยภาพ กำไรของประเทศ

ผศ.พญ.กมรวรรณ อธิบายต่อว่าCBD ไม่ใช่ "ยาครอบจักรวาล" สำหรับทุกคน หน้าที่ของแพทย์ คือการสืบค้นหา "ต้นเหตุ" ของอาการชักก่อนเสมอ เช่น ความผิดปกติของโครงสร้างสมอง พันธุกรรม หรือการติดเชื้อ หากสาเหตุเกิดจากพยาธิในสมอง แพทย์ต้องรักษาพยาธิก่อน แต่หากเป็นกลุ่มสาเหตุจากพันธุกรรมบางชนิดที่ดื้อต่อยาปกติ Pure CBD คือทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน

"โรคลมชักเล่นงานสมองและอนาคตของเด็ก หากเราช่วยให้เขาหยุดชักได้ เขาจะกลับมามีศักยภาพ มีความฉลาด และเติบโตไปมีอาชีพที่มั่นคงได้ ซึ่งเป็นกำไรของประเทศชาติ แม้ปัจจุบันการเบิกจ่ายจะยังอยู่ใน 'ช่วงรอยต่อ' แต่ในฐานะแพทย์ เราจะผลักดันอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้เด็กไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเข้าถึงนวัตกรรมนี้ได้อย่างเท่าเทียม"

ผลิตในไทย มาตรฐานสากล เพื่อคนทั้งโลก

“ศุภเดช อำนวยสกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอตแลนต้า เมดดิคแคร์ จำกัด กล่าวว่าการยกระดับ สู่มาตรฐานอุตสาหกรรมว่า การสกัดสารจากธรรมชาติในสเกลอุตสาหกรรม มีความท้าทายที่สุดคือ 'Quality Consistency' หรือความสม่ำเสมอของคุณภาพทุกล็อตการผลิต เราจึงลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับ Pharma Grade ด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ในศักยภาพของทีมนักวิจัย มช. ทำให้เราสามารถคงความบริสุทธิ์ของสารสกัด Pure CBD ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ จนนำผลิตภัณฑ์ ก้าวข้ามความท้าทายและได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกได้สำเร็จ

ขณะที่ เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เน้นย้ำถึงความปลอดภัยและมาตรฐานกำกับดูแลว่า เพื่อให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์สามารถมั่นใจได้ว่าตัวยามีคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ เทียบเท่ากับยาแผนปัจจุบันที่นำเข้าจากต่างประเทศทุกประการ ผลิตภัณฑ์ LEPSIA จึงผลิตภายใต้โรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลระดับสูงสุด ทั้ง GMP CFR 21 Part 11 ระดับ Pharma Grade และได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน เช่น PIC/S GMDP, GAP, GACP ซึ่งถือเป็นเกราะคุ้มครองและรับประกันความปลอดภัยสูงสุดให้กับพี่น้องประชาชน

หัวใจสำคัญคือการ "เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยา" ให้กับครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาดี มีมาตรฐานสากล และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเด็กไทยได้อย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ที่ว่า "ผลิตในไทย มาตรฐานสากล เพื่อคนทั้งโลก"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...