บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของพื้นที่ภาคใต้ สปอตไลต์ทางการเมืองและเศรษฐกิจต่างฉายจับไปที่การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ณ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2569 นำทัพโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นเสมือนการเปิดประตูแห่งโอกาสในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย ทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา พร้อมกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ (YEC สงขลา) ได้ผนึกกำลังกับทางจังหวัดจัดทำข้อเสนอโครงการยุทธศาสตร์ 4 ด้าน นำเสนอต่อที่ประชุม ครม.
โครงการแรกคือ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(Soft Loan) ฟื้นฟูเศรษฐกิจอำเภอหาดใหญ่จากเหตุอุทกภัยปี 2568 เรียกร้องรัฐบาลอัดฉีด 25,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 1.5 ต่อปี ระยะเวลา 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 40 ล้านบาทต่อราย โดยให้ บสย. ค้ำประกัน โครงการที่สองคือ "Songkhla World Table" ของบประมาณ 40 ล้านบาท ต่อยอดการเป็นเมืองสร้างสรรค์ ด้านวิทยาการอาหารจากยูเนสโก ดึงรายการระดับโลกและเชฟอินเตอร์มาร่วมโปรโมตวิถีวัฒนธรรมอาหาร
โครงการที่สามคือ การเพิ่มขีดความสามารถท่าเรือน้ำลึกสงขลา ของบ 253 ล้านบาทขุดลอกร่องน้ำให้ลึก 10 เมตร และงบดูแลรักษารายปี 141 ล้านบาท เพื่อขยายศักยภาพการขนถ่ายตู้สินค้าเป็น 450,000 TEUs ต่อปี และโครงการที่สี่คือ เดินหน้าแผนพัฒนาเชิงพื้นที่แบบครบวงจรตามแนวทางประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์(SEA) ผูกกับแผนพัฒนาจังหวัด นำไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ตอบโจทย์ความมั่นคงและเศรษฐกิจอย่างตรงจุด
ในขณะที่เวที ครม.สัญจร กำลังขับเคลื่อนเมกะโปรเจกต์ ฐานรากของชุมชนก็ได้รับการชูให้โดดเด่นเช่นกัน อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ทีมสื่อสารส่วนกลางลงพื้นที่เจาะลึก การพัฒนาสินค้า OTOP เมืองสงขลา สนองนโยบายของ อนุทิน ที่มุ่งเน้นลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยมีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และนางสาวรัตนา ไมสัน พัฒนาการจังหวัดสงขลา เป็นหัวหอกนำเสนอผลิตภัณฑ์จาก 16 อำเภอ
ไฮไลต์สำคัญคือผ้าทอเกาะยอ ลายราชวัตร ซึ่งนายวิชัย มาระเสนา ประธานกลุ่มทอผ้าราชวัตร แสงส่องหล้า 1 เปิดเผยว่า ลายผ้าประวัติศาสตร์ 126 ปีนี้ได้รับพระราชทานชื่อจากรัชกาลที่ 5 ทางกลุ่มได้รังสรรค์ผ้าสีน้ำเงินอมม่วงอันเป็นสีประจำตัวนายกฯ เพื่อมอบให้คณะรัฐมนตรีสวมใส่ โชว์อัตลักษณ์ชุมชนสู่สายตาระดับชาติ
นอกจากนี้ยังมีสุดยอดของดีอย่าง "ไข่ครอบสงขลา" สินค้า GI จากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทะเลสาบสงขลา และมะม่วงเบาแช่อิ่มสิงหนคร จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปมะม่วงเบาแม่ติ้ว ที่พร้อมเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ ครม. อวดศักยภาพของท้องถิ่นอย่างเต็มที่ และหวังว่าทั่วประเทศจะรู้จัก
ตัดภาพมาที่อีกหนึ่งภารกิจประวัติศาสตร์ของกระทรวงมหาดไทยที่ถึงกำหนดดีเดย์ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ คือ ปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทยและรักษาการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เปิดเผยความสำเร็จว่า คณะกรรมการข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 76 จังหวัด ได้รายงานผลและมีมติเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการที่ทุจริตรวมทั้งสิ้น 3,868 ราย โดยให้มีผลบังคับใช้พร้อมกันทันที
นิรัตน์ เคลียร์ข้อสงสัยถึงตัวเลขว่า แม้จะพบการแก้ไขคะแนน 5,925 ราย แต่มีผู้ได้รับการบรรจุไปแล้ว 3,868 ราย จึงต้องทำคำสั่งเพิกถอน ส่วนที่เหลือกว่าพันรายอยู่ในบัญชีรอเรียก กรมจึงใช้วิธีไม่เรียกบรรจุเข้าทำงาน แม้จะมีผู้ชิงยื่นใบลาออกไปก่อนกว่า 140 ราย แต่ นิรัตน์ ยืนยันว่าการลาออกไม่ได้ทำให้พ้นผิดทางอาญา ทาง สถ. ได้ส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช., ตำรวจ, DSI, ปปง. และ ป.ป.ท. ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
ทว่าในอีกมุมหนึ่ง กระแสสังคมยังคงตั้งข้อกังขาและจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า การกวาดล้างครั้งนี้จะสามารถสาวลึกไปถึงตัวการใหญ่ระดับ "บิ๊กบอส" ที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตสอบครั้งมโหฬารได้จริงหรือไม่ หรือท้ายที่สุดแล้วคดีจะถูกตัดตอนจบลงแค่ผู้สมัครสอบและเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ปล่อยให้ผู้มีอำนาจลอยนวลตามที่หลายฝ่ายได้ออกมาดักคอและตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนหน้านี้ ความยุติธรรมที่แท้จริงในสายตาประชาชนจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การเพิกถอนคนโกง แต่ต้องลากคอผู้กำหนดเกมมารับโทษทางกฎหมายให้ได้เพื่อล้างบางระบบอุปถัมภ์อย่างถอนรากถอนโคน.
เสือดำ