สคส.สั่งสอบด่วน ปม “ข้อมูลประชาชนโผล่ออนไลน์” ย้ำไม่ใช่ข้อมูลหลุด แต่เป็นการเข้าถึงระบบโดยมิชอบ
สคส.สั่งสอบด่วน ปม "ข้อมูลประชาชนโผล่ออนไลน์" ย้ำไม่ใช่ข้อมูลหลุด แต่เป็นการเข้าถึงระบบโดยมิชอบ ยันเอาผิดทั้งผู้โพสต์-ผู้ซื้อขายข้อมูล
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 16.52 น. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เปิดเผยถึงกรณีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระบุว่า พบข้อมูลส่วนบุคคลและภาพถ่ายติดบัตรจากฐานข้อมูลภาครัฐถูกนำมาเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งปรากฏข้อมูลของบุคคลหลายกลุ่ม ตั้งแต่ประชาชนทั่วไป นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ตลอดจนผู้บริหารระดับสูง
โดย สคส. ได้เร่งประสานและตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยทันที จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กรณีนี้เป็นการนำเอาข้อมูลหรือลิงก์โปรแกรมช่องทางการเข้าถึงข้อมูลที่สร้างขึ้นโดยผิดกฎหมายจากเครือข่ายมิจฉาชีพ จึงเป็นการเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันโดยเฉพาะ เข้าข่ายการกระทำผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 7 โดยมิใช่กรณีข้อมูลหลุดโดยทั่วไป จึงได้กำชับมาตรการดำเนินการเพื่อปกป้องคุ้มครองข้อมูลของประชาชนในทุกมิติ
สำหรับมาตรการดำเนินการได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางของข้อมูล เครือข่ายที่นำข้อมูลหรือช่องทางเข้าถึงไปซื้อขาย ตลอดจนผู้ที่นำข้อมูลมาเผยแพร่ต่อ ดังนี้
- การดำเนินการกับผู้นำข้อมูลมาโพสต์หรือเผยแพร่ ซึ่งถือเป็น “ปลายน้ำ” หากบุคคลดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาต การกระทำดังกล่าวก็จะเป็นการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ และอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 7 โดยได้ประสานงานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
- การดำเนินการกับหน่วยงานที่ดูแลข้อมูลหรือ “ต้นน้ำ” ได้แก่ กรมการขนส่งทางบกและกรมการปกครอง โดยประสานงานให้หน่วยงานดังกล่าวเร่งตรวจสอบและแก้ไข รวมถึงระงับหรือยับยั้งเหตุที่เกิดขึ้น และพิจารณารายงานเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลมายัง สคส. โดยทันที พร้อมกันนี้ ได้บูรณาการกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. เร่งกำหนดมาตรการเพื่ออุดช่องโหว่ พร้อมวางมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขั้นพื้นฐานให้แก่หน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
- การดำเนินการกับกลุ่มมิจฉาชีพที่ซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนช่องทางเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ ซึ่งถือเป็น “กลางน้ำ” โดยบูรณาการให้กระทรวงดีอีและกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ CIB สืบสวนสอบสวน ปราบปราม และจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งปิดกั้นช่องทางซื้อขายและแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
การดำเนินการในครั้งนี้จะต้องตรวจสอบให้ครบทุกมิติ ตั้งแต่ที่มาของข้อมูล วิธีการเข้าถึงระบบ บุคคลหรือเครือข่ายที่นำช่องทางเข้าถึงไปซื้อขาย ตลอดจนผู้ที่นำข้อมูลมาโพสต์หรือเผยแพร่ต่อ โดยทุกหน่วยงานจะต้องเร่งระงับความเสียหาย รักษาหลักฐานทางดิจิทัล ตรวจสอบช่องโหว่ และยกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของข้อมูลที่อยู่ในความดูแล และ หากประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดเห็นว่าตนได้รับความเสียหายจากการดำเนินการดังกล่าว สามารถใช้สิทธิร้องเรียนมายัง สคส. เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ที่มา : เฟซบุ๊ก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล - สคส