หาทำเรื่องอีกแล้ว!! "วุฒิสภาสหรัฐ" ลงมติผ่านร่างกม.คว่ำบาตร "รัสเซีย-อิหร่าน" เพิ่มแรงกดดันทางศก. ให้อำนาจ"ทรัมป์"เรียกเก็บภาษีสูงสุดถึง 100%
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างข้อมูลจากวุฒิสภาสหรัฐว่า วุฒิสภาสหรัฐลงมติผ่านร่างกฎหมาย “ลินด์ซีย์ โอ. เกรแฮม ว่าด้วยการคว่ำบาตรรัสเซียและอิหร่าน ปี 2569" ด้วยคะแนนเสียง 86 ต่อ 11 เสียง ถือเป็นความคืบหน้าของร่างกฎหมายที่ถูกเลื่อนการพิจารณามาเป็นเวลานาน โดยร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับการผลักดันจาก ลินด์ซีย์ เกรแฮม สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐเซาท์แคโรไลนา ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนยูเครนอย่างแข็งขันในรัฐสภาสหรัฐ ตลอดช่วงสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ที่ดำเนินมาเป็นปีที่ 4 สำหรับร่างกฎหมายดังกล่าวนี้ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย จากการรุกรานยูเครน พร้อมทั้งขยายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้องการ โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติได้ลงมติในร่างกฎหมายฉบับนี้ หลังจากมีการเสนอเข้าสู่การพิจารณาครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 และถูกเลื่อนออกไปเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปี เนื่องจากผู้นำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา ไม่ได้บรรจุร่างกฎหมายเข้าสู่วาระลงมติ เพราะทรัมป์ต้องการให้การตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตร อยู่ภายใต้อำนาจของทำเนียบขาว ไม่ใช่รัฐสภา นับตั้งแต่เริ่มดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ในเดือนมกราคม 2568 ภายใต้ร่างกฎหมายฉบับนี้ จะมีการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่รัสเซีย และให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงสุดถึง 100 เปอร์เซ็นต์ กับประเทศที่ยังคงพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากรัสเซีย เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และบางประเทศในสหภาพยุโรป โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย รวมถึงยังเปิดทางให้ประธานาธิบดีสหรัฐ สามารถเรียกเก็บภาษีแบบเจาะจงกับสินค้านำเข้าจากประเทศ ที่ซื้อน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียในสัดส่วนสูง หรือประเทศที่มีส่วนช่วยให้รัสเซียหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงาน โดยกำหนดขอบเขตให้ครอบคลุมเฉพาะ 5 ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันดิบหรือก๊าซจากรัสเซียรายใหญ่ที่สุด และ 5 ประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้รัสเซีย หลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงาน อย่างไรก็ดี แม้ว่าร่างกฎหมายนี้จะได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางในวุฒิสภา แต่ยังไม่แน่ว่าจะผ่านสภาผู้แทนราษฎรได้ เนื่องจากสมาชิกบางส่วนกังวลว่า อำนาจใหม่ด้านภาษีของทรัมป์ อาจทำให้ต้นทุนของผู้นำเข้าและผู้บริโภคในสหรัฐเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลกระทบทางการเมืองต่อพรรครีพับลิกัน ซึ่งปัจจุบันครองเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อย ทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ ก่อนเสียชีวิตอย่างกะทันหันเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกรแฮมได้เปิดเผยว่า เขาและประธานาธิบดีทรัมป์ ได้บรรลุข้อตกลงที่จะผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ หลังจากที่เกรแฮมรณรงค์ผลักดันมาต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งปี ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ซึ่งเดินทางไปร่วมพิธีศพของเกรแฮมที่กรุงวอชิงตัน และได้พบกับทรัมป์ ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การลงมติขั้นตอนเบื้องต้นของร่างกฎหมายเมื่อสัปดาห์ก่อน และกล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้จะส่งผลกระทบต่อความสามารถของรัสเซีย ในการจัดหาเงินทุนสำหรับการทำสงคราม อีกทั้งยังเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงถึงการสนับสนุนของสหรัฐต่อประชาชนชาวยูเครน พร้อมกล่าวขอบคุณต่อการสนับสนุนดังกล่าว