โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดที่มาธรรมเนียม "ตัดนิ้ว" ยากูซ่า แท้จริงเริ่มจาก "ของแทนใจ" โสเภณีสมัยเอโดะ

sanook.com

เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ไขที่มาธรรมเนียมโบราณ การ

ไขที่มาธรรมเนียมโบราณ การ "ตัดนิ้ว" ของยากูซ่าญี่ปุ่น รู้หรือไม่ เดิมทีเคยเป็น "ของแทนใจ" ของโสเภณีสมัยเอโดะ

เชื่อว่าหลายคนที่เคยดูภาพยนตร์หรือซีรีส์เกี่ยวกับยากูซ่าญี่ปุ่น น่าจะคุ้นเคยกับฉากการ "ตัดนิ้ว" เพื่อแสดงความรับผิดชอบหรือไถ่โทษ จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่านี่คือธรรมเนียมโบราณของยากูซ่ามาตั้งแต่ต้น แต่ในความจริงแล้ว ต้นกำเนิดของวัฒนธรรมสุดสยองนี้ ย้อนกลับไปได้ไกลถึงยุคเอโดะ และเริ่มต้นจากความรักของหญิงงามเมืองในย่านโคมแดง

เริ่มต้นจาก "ของแทนใจ" สัญลักษณ์ความซื่อสัตย์ของหญิงงามเมือง

ในสมัยเอโดะ ณ ย่านโยชิวาระ ย่านโคมแดงชื่อดังของโตเกียว หญิงบริการหรือ "ยูโจะ" ที่ไม่มีกำลังทรัพย์มากพอจะไถ่ตัวเองออกไป ได้คิดค้นวิธีแสดงความจริงใจและรักเดียวใจเดียวต่อลูกค้าคนโปรด โดยการตัดข้อตัดนิ้วก้อยของตัวเอง แล้วมอบให้ฝ่ายชายเป็นของแทนใจ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณว่าเธอรักและซื่อสัตย์ต่อเขาคนเดียวเท่านั้น

ประกอบกับอิทธิพลของวรรณกรรมในยุคนนั้น รวมถึงความเชื่อเรื่องการครองคู่กันในชาติหน้า ทำให้การตัดนิ้วมอบให้ชายคนรัก หรือแม้กระทั่งการยอมฆ่าตัวตายตามกัน กลายเป็นค่านิยมความรักอันบริสุทธิ์ของหญิงสาวในย่านโคมแดงยุคนั้นไปโดยปริยาย

Wikipedia

จากของแทนใจ สู่บทลงโทษและความสืบเนื่องในวงการยากูซ่า

ต่อมาในยุคหลัง วัฒนธรรมตัดนิ้วเริ่มถูกนำมาใช้ในวงการยากูซ่าอย่างแพร่หลาย โดยเปลี่ยนความหมายกลายมาเป็นการ "แสดงความสำนึกผิด" เมื่อสมาชิกกระทำผิดกฎของแก๊ง โดยเฉพาะในยุคโชวะที่ยากูซ่ายังใช้ดาบซามูไรเป็นหลัก การตัดข้อสำนึกผิดจะทำให้นิ้วมือจับดาบได้ไม่มั่นคงเท่าเดิม เปรียบเสมือนการยอมแลกศักยภาพในการต่อสู้เพื่อแลกกับการให้อภัยจากองค์กร

นอกจากนี้ การตัดนิ้วยังถูกใช้เป็นเครื่องมือเจรจาหย่าศึกระหว่างสองแก๊งอรินิยม เพื่อแสดงถึงความจริงใจและยอมรับผิดอย่างสุดซาบซึ้ง อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ญี่ปุ่นประกาศใช้กฎหมายต่อต้านองค์กรอาชญากรรม ประกอบกับความเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย ทำให้ธรรมเนียมตัดนิ้วค่อยๆ ลดน้อยลงเรื่อยๆ ในปัจจุบัน

MAINICHI

กำเนิดธุรกิจ "นิ้วปลอม" โอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ของอดีตยากูซ่า

แม้ประเพณีจะเริ่มเจือจางลง แต่นิ้วก้อยที่ขาดหายไปกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่สำหรับอดีตยากูซ่าที่ต้องการกลับใจคืนสู่สังคม เพราะนอกจากรอยสักเต็มตัวแล้ว สัญลักษณ์นิ้วขาดคือสิ่งที่สังคมญี่ปุ่นให้ความรังเกียจ และทำให้พวกเขาหาเลี้ยงชีพหรือสมัครงานได้ยากลำบากอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจทำ "นิ้วปลอม" ที่มีความประณีตเสมือนจริงจึงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้อดีตยากูซ่าใช้สวมใส่เข้าสังคม ทำงาน หรือไปร่วมงานสำคัญของครอบครัว โดยไม่ให้เป็นที่สงสัย แถมในปัจจุบันยังมีเทคโนโลยีการผ่าตัดย้ายนิ้วเท้ามาต่อเป็นนิ้วมือ เพื่อมอบโอกาสให้ผู้ที่เคยทำผิดพลาดได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

แหล่งอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...