ปิดฉาก ‘เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569’ เม็ดเงินสะพัด 800 ล้าน
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประกาศปิดฉาก “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569” 9 วัน บน 4 พื้นที่ยุทธศาสตร์ในจังหวัดขอนแก่น สะท้อนศักยภาพการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์และทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่โอกาสทางธุรกิจระดับสากล ดึงผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมกว่า 3 แสนคน
เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569 หรือ Isan Creative Festival 2026 (ISANCF2026) ได้ปิดฉากการจัดงานตลอด 9 วันลงอย่างเป็นทางการ โดยประสบความสำเร็จในการดึงดูดผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมจำนวน 304,430 คน จากการจัดกิจกรรมกว่า 200 โปรแกรม
ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ 4 แห่งในจังหวัดขอนแก่นและเครือข่ายทั่วภาคอีสาน ควบคู่กับความร่วมมือจากต่างประเทศรวม 13 ประเทศ ส่งผลให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในภูมิภาคสูงกว่า 800 ล้านบาท แสดงถึงบทบาทของเทศกาลสร้างสรรค์ในฐานะแพลตฟอร์มธุรกิจสร้างสรรค์ (Creative Business Platform) ที่แปรเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ
กลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์
นายสักก์สีห์ พลสันติกุล ผู้อำนวยการสำนักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้เข้าร่วมงานและมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวชี้วัด ความสำเร็จที่แท้จริงสะท้อนผ่านการนำผลงานไปต่อยอดเชิงพาณิชย์
การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่ยังคงดำเนินต่อหลังสิ้นสุดเทศกาล โดย CEA จะทำหน้าที่เชื่อมโยงนักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ ชุมชน สถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ และผู้พัฒนาเมือง เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวก ขยายโอกาสของภูมิภาคและขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีสานสู่ระดับสากล
นิทรรศการสะท้อนการพัฒนาเมือง
ภายในเทศกาลมีการจัดแสดงนิทรรศการสำคัญที่ได้รับความสนใจ อาทิ นิทรรศการ “เมืองดีย์ อะไรก็ดีย์ (The Good City, Better Living Exhibition)” ซึ่งรวบรวมกรณีศึกษาจากเครือข่ายกว่า 25 องค์กร เช่น แนวคิดการสร้างเมืองสุขภาพดีผ่านพื้นที่สาธารณะจาก We! Park, บทเรียนระบบขนส่งสาธารณะจากรถเมล์เดิ้น (Isan Modern Mobility) หรือขอนแก่นซิตี้บัส
รวมถึงแนวทางการออกแบบเมืองเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดย GIZ ประเทศไทย ร่วมกับโครงการ Urban-Act / TGC EMC ทั้งนี้ นิทรรศการดังกล่าวยังคงเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมและร่วมคิดต่อเรื่องการพัฒนาเมือง ณ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส ระหว่างวันที่ 22 ก.ค. - 7 ส.ค. 2569
“ธัญจิรา แก่นสุวรรณ” ผู้จัดการโครงการ บริษัท UrbanKraft.co ระบุว่า นิทรรศการมุ่งเน้นการนำเสนอศักยภาพของพื้นที่ และชี้ให้เห็นว่าเมืองที่ดีไม่ได้เกิดจากโครงสร้างพื้นฐานหรืออาคารขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการตัดสินใจและการลงมือทำของผู้คนในทุกภาคส่วน
นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ “อีสานเรนนี่สีสัน (The Isan Rainy Season Exhibition)” ที่นำเสนอการเปลี่ยนมุมมองต่อ “ฤดูฝน” จากอุปสรรคให้เป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์ เช่น ร่มเปลี่ยนสีเมื่อสัมผัสน้ำฝน งานย้อมผ้าจากหยดน้ำฝน และการสร้างเสียงจากน้ำฝนกระทบวัสดุ เพื่อชวนให้มองเห็นศักยภาพจากต้นทุนธรรมชาติในท้องถิ่น
พื้นที่สร้างโอกาสทางศิลปะและอุตสาหกรรมสิ่งทอ
ด้านโปรแกรมศิลปะร่วมสมัย “Kupper Art Fes 2026 upforce” ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้ธีม “แฮงฮุ่ง เดชคะนอง” ได้นำบั้งไฟมาเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงพลังของผู้คน นำเสนอผลงานศิลปะกว่า 200 ชิ้น จากศิลปินกว่า 50 คน โดยเชื่อมโยงเครือข่ายศิลปินจากประเทศไทยและต่างประเทศกว่า 10 ประเทศ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร โคลอมเบีย ญี่ปุ่น กัมพูชา และ สปป.ลาว
“ประภัสสร สุโคตร” ผู้ประสานงานเทศกาล Kupper Art Fes กล่าวว่า การขยายพื้นที่จัดแสดงจากโรงแรมสู่ศูนย์การค้าช่วยให้ผลงานศิลปะเข้าถึงผู้ชม นักสะสม และผู้ซื้อได้มากขึ้น เป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจให้ศิลปินอีสานสามารถเติบโตในระดับประเทศและสากล
สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ งาน HOMEWORK’s Wonder of Fabric ได้เข้าร่วมเทศกาลเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Uniqueness” เพื่อนำเสนอผ้าไทยในฐานะวัสดุสำหรับการออกแบบร่วมสมัย เช่น วอลเปเปอร์ ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์
“ทวีชัย สิริกุลธาดา” ผู้อำนวยการ บริษัท Goldhouse Decor Co., Ltd. ให้ข้อมูลว่า การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่าง “ฮูปแต้ม” มาตีความใหม่เป็นการเชื่อมโยงรากเหง้าวัฒนธรรมเข้ากับการออกแบบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสิ่งทอไทย โดยเทศกาลทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงนักออกแบบ ผู้ผลิต และภาคธุรกิจให้เกิดการต่อยอดเชิงพาณิชย์
CEA ระบุทิ้งท้ายว่าเป้าหมายสำคัญคือการสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และเตรียมขับเคลื่อนเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ให้กลับมาสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจอีกครั้งในฤดูฝนของปีถัดไป