โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อย่าคิดว่าดี! 3 ผลไม้ "บัญชีดำ" กินบ่อยเสี่ยงโรค "หลอดเลือดสมอง"

sanook.com

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ผลไม้มีประโยชน์ แต่ 3 ชนิดนี้ ต้องระวัง กินบ่อยๆ เสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

ผลไม้มีประโยชน์ แต่ 3 แบบนี้ต้องกินให้ถูก ระวังน้ำตาลเกินและความเสี่ยงจากเชื้อรา

ผลไม้เป็นอาหารที่มีวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารพฤกษเคมีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่เมื่อพูดถึงสุขภาพ หลายคนอาจสงสัยว่า ผลไม้หวาน ผลไม้แห้ง หรือผลไม้ที่เริ่มเสีย สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองได้จริงหรือไม่

คำตอบคือ ไม่ควรเหมารวมว่าผลไม้เป็นอาหารที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง เพราะหลักฐานโดยรวมกลับพบว่า การรับประทานผักและผลไม้อย่างเหมาะสมสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ลดลง ขณะที่แนวทางป้องกันโรคหลอดเลือดสมองยังสนับสนุนรูปแบบอาหารที่มีผักและผลไม้หลากหลายชนิดเป็นส่วนประกอบสำคัญ

อย่างไรก็ตาม รูปแบบการแปรรูป ปริมาณที่รับประทาน และความสดสะอาดของผลไม้ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ โดยเฉพาะ 3 กลุ่มต่อไปนี้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องงดทั้งหมด แต่ควรรู้วิธีกินให้เหมาะสม

1. ผลไม้แห้งและผลไม้เชื่อม น้ำตาลอาจมากกว่าที่เห็น

ผลไม้แห้งไม่ได้เป็นอาหารอันตราย และยังมีใยอาหารกับสารอาหารบางส่วนอยู่ แต่เมื่อผ่านกระบวนการนำความชื้นออก ผลไม้จะมีขนาดเล็กลง ขณะที่น้ำตาลและพลังงานต่อปริมาณน้ำหนักจะเข้มข้นขึ้น ทำให้เผลอกินมากกว่าผลไม้สดได้ง่าย

ผลไม้แห้งบางชนิดไม่มีน้ำตาลเติมเพิ่ม แต่ผลิตภัณฑ์บางประเภท เช่น ผลไม้อบแห้งปรุงรส ผลไม้กวน ผลไม้เชื่อม หรือผลไม้เคลือบน้ำตาล อาจมีน้ำตาลเติมเพิ่มในปริมาณสูง จึงควรอ่านฉลากและตรวจสอบคำว่า น้ำตาล น้ำเชื่อม กลูโคส ฟรุกโตส หรือน้ำผลไม้เข้มข้นก่อนซื้อ

สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร หรือ NHS ระบุว่า ผลไม้แห้งหนึ่งส่วนอยู่ที่ประมาณ 30 กรัม ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าผลไม้สดหนึ่งส่วนอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งหากจะทาน ยังแนะนำให้เลือกผลไม้กระป๋องในน้ำผลไม้ธรรมชาติแทนชนิดแช่น้ำเชื่อม

ดังนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผลไม้แห้งทุกชนิด แต่เกิดจากการกินครั้งละมากๆ หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่เติมน้ำตาลสูงเป็นประจำ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานหรือกำลังควบคุมน้ำหนักควรระวังขนาดรับประทานเป็นพิเศษ

ผลไม้แช่แข็งไม่ใช่ผลไม้แห้ง และไม่ได้อันตรายเสมอไป

ผลไม้แช่แข็งธรรมดาที่ไม่ได้เติมน้ำตาลยังถือเป็นตัวเลือกที่มีประโยชน์ ไม่ควรถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับผลไม้เชื่อมหรือผลไม้อบแห้งปรุงรส องค์การอนามัยโลกระบุว่า ผลไม้สด ผลไม้แช่แข็ง และผลไม้กระป๋องสามารถเป็นทางเลือกที่ดีได้ หากไม่มีน้ำตาลเติมเพิ่มหรือโซเดียมมากเกินไป

2. ผลไม้ขึ้นรา หรือเน่า อย่าตัดเฉพาะจุดแล้วกินต่อ

หลายคนเสียดายผลไม้ที่เริ่มขึ้นราเพียงเล็กน้อย จึงตัดส่วนที่เห็นว่าเสียออกแล้วกินเนื้อส่วนที่เหลือ แต่สำหรับผลไม้ที่มีเนื้อนุ่มหรือมีความชื้นสูง เส้นใยของเชื้อราอาจแพร่ลึกลงไปใต้พื้นผิวมากกว่าส่วนที่มองเห็นด้วยตาเปล่า

กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ แนะนำให้ทิ้งผักและผลไม้เนื้อนุ่มที่ขึ้นรา เพราะอาจมีการปนเปื้อนลึกลงไปใต้ผิว ส่วนอาหารที่มีเนื้อแน่นและความชื้นต่ำบางชนิดอาจตัดบริเวณรอบรอยราออกได้อย่างน้อยประมาณ 2.5 เซนติเมตร แต่ต้องระวังไม่ให้มีดสัมผัสเชื้อราแล้วปนเปื้อนไปยังส่วนอื่น

หากผลไม้มีรอยรา เนื้อเละ มีเมือก มีกลิ่นหมักผิดปกติ หรือมีน้ำไหลออกมา ควรทิ้งทั้งผล ไม่ควรนำไปล้าง ปั่น หรือผ่านความร้อนเพื่อหวังว่าจะปลอดภัยขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่า การกินผลไม้ขึ้นราหนึ่งครั้งจะทำให้เกิดลิ่มเลือดหรือโรคหลอดเลือดสมองโดยตรง ประเด็นที่ควรกังวลมากกว่าคือความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของอาหาร อาการแพ้ การระคายเคือง และสารพิษจากเชื้อราบางชนิด

3. ผลไม้รสหวานกินได้ แต่ระวังปริมาณ

ลิ้นจี่ ลำไย ทุเรียน และมะม่วงสุกเป็นผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลธรรมชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็น “ผลไม้ต้องห้าม” หรือกินแล้วจะทำให้เลือดข้นจนเกิดโรคหลอดเลือดสมองทันที

ผลไม้สดทั้งผลยังมีใยอาหาร น้ำ วิตามิน และแร่ธาตุ ซึ่งแตกต่างจากขนมหวานหรือน้ำหวานที่มีน้ำตาลเติมเพิ่ม ปัญหามักเกิดเมื่อรับประทานครั้งละมาก เช่น กินผลไม้หวานเป็นกิโลกรัม กินแทนอาหารหลายมื้อ หรือรับประทานต่อจากมื้ออาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูงอยู่แล้ว

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC ระบุว่า ผู้ป่วยเบาหวานยังสามารถรับประทานผลไม้ทั้งผลได้ แต่ควรเลือกขนาดรับประทานที่เหมาะสม เพราะคาร์โบไฮเดรตมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ การกินผลไม้ทั้งผลยังดีกว่าการดื่มน้ำผลไม้ เนื่องจากน้ำผลไม้ทำให้ได้รับน้ำตาลจำนวนมากได้ง่ายและมีใยอาหารน้อยกว่า

แช่เย็นแล้วความหวานลดลงจริงหรือไม่?

การแช่เย็นอาจทำให้ความรู้สึกหวานหรือกลิ่นของผลไม้เปลี่ยนไปในบางคน แต่ไม่ได้ทำให้น้ำตาลในผลไม้หายไป ดังนั้น การนำลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง หรือทุเรียนไปแช่เย็นแล้วกินเพลิน ยังคงทำให้ได้รับคาร์โบไฮเดรตและพลังงานตามปริมาณที่กิน

เช่นเดียวกับสมูทตี้ แม้จะทำจากผลไม้สด แต่หากใช้ผลไม้หลายชนิดในแก้วเดียว เติมน้ำผึ้ง น้ำเชื่อม นมข้นหวาน หรือไอศกรีม ก็อาจทำให้ได้รับน้ำตาลและพลังงานสูงโดยไม่รู้ตัว

ผลไม้หวานทำให้ความดันพุ่งและเลือดข้นจริงไหม?

ยังไม่มีหลักฐานรองรับคำกล่าวว่า การกินผลไม้หวานในคนทั่วไปจะทำให้เลือด “หนืดขึ้นโดยตรง” หลอดเลือดหดตัว และเกิดโรคหลอดเลือดสมองอย่างฉับพลัน

อย่างไรก็ตาม การได้รับพลังงานและน้ำตาลมากเกินความต้องการอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อน้ำหนักตัว การควบคุมระดับน้ำตาล และสุขภาพเมตาบอลิซึมในระยะยาว โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเบาหวาน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน หรือไขมันในเลือดผิดปกติ ซึ่งในระยะยาวอาจเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดสมอง

แนวทางป้องกันโรคหลอดเลือดสมองฉบับปี 2024 ของ American Stroke Association ให้ความสำคัญกับปัจจัยเสี่ยงที่มีหลักฐานชัดเจน ได้แก่ ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง น้ำตาลในเลือดสูง ภาวะอ้วน การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย และการนอนที่ไม่มีคุณภาพ

กินผลไม้อย่างไรให้ได้ประโยชน์และไม่ได้น้ำตาลเกิน?

เลือกผลไม้สดทั้งผลเป็นหลัก

ผลไม้สดทั้งผลมีใยอาหารและต้องใช้เวลาเคี้ยว จึงช่วยให้อิ่มง่ายกว่าเมื่อเทียบกับน้ำผลไม้หรือสมูทตี้ ควรกินผลไม้หลากหลายชนิด หมุนเวียนสีและชนิดตามฤดูกาล ไม่จำเป็นต้องเลือกเฉพาะผลไม้ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำเท่านั้น

กระจายปริมาณตลอดวัน

แทนที่จะกินผลไม้หลายชนิดพร้อมกันในมื้อเดียว อาจแบ่งเป็นส่วนเล็กๆ ในแต่ละช่วงของวัน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด วิธีนี้ช่วยให้ประเมินปริมาณได้ง่ายขึ้น

อ่านฉลากก่อนซื้อผลไม้แปรรูป

เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำตาลเติมเพิ่ม หรือมีน้ำตาลต่ำ หลีกเลี่ยงผลไม้ในน้ำเชื่อม ผลไม้เคลือบน้ำตาล และผลไม้อบแห้งที่กินง่ายจนควบคุมปริมาณได้ยาก

อย่าฝืนกินผลไม้ที่เริ่มเสีย

หากพบเชื้อรา กลิ่นผิดปกติ เนื้อเละ หรือมีเมือก ควรทิ้งทันที ไม่ควรเสียดายแล้วตัดเฉพาะจุด โดยเฉพาะผลไม้เนื้อนุ่มและฉ่ำน้ำ

สรุป ผลไม้ไม่ใช่บัญชีดำของสมอง แต่ต้องเลือกและกินให้ถูก

ไม่มีผลไม้สดชนิดใดที่ควรถูกเรียกว่าเป็น “ตัวการก่อโรคหลอดเลือดสมอง” สำหรับคนทั่วไป ตรงกันข้าม การรับประทานผักและผลไม้ในรูปแบบอาหารที่สมดุลมีความสัมพันธ์กับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดที่ดีขึ้น

สิ่งที่ควรระวังคือผลไม้แปรรูปที่เติมน้ำตาลสูง ผลไม้แห้งที่กินเกินปริมาณ ผลไม้ขึ้นรา และการกินผลไม้หวานครั้งละมากๆ โดยไม่คำนึงถึงภาวะสุขภาพของตนเอง การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองจึงต้องดูทั้งภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมความดัน น้ำตาล และไขมันในเลือด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ และตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...