โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลงมติเอกฉันท์ ‘สรณ’ต้องห้าม นั่งเก้าอี้กสทช.

ไทยโพสต์

อัพเดต 18 กรกฎาคม 2569 เวลา 4.01 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรรมการสรรหา กสทช.มีมติเอกฉันท์ “นพ.สรณ” มีลักษณะต้องห้าม จึงถือว่าได้สละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ขณะที่ที่ปรึกษา “หมอสรณ” ฮึ่ม! กำลังหาแนวทางดำเนินการตามกฎหมายต่อบอร์ดสรรหา ด้าน “ประพันธุ์ คูณมี” ชี้มติถือเป็นที่สิ้นสุด ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ไม่ต้องรอทูลเกล้าฯ ถอดถอน

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายวิษณุ วรัญญู รองประธานศาลปกครองสูงสุด ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 จึงถือว่าได้สละสิทธิ์การเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2564

นายวิษณุกล่าวเพิ่มเติมว่า การกระทำที่ผ่านมาของ นพ.สรณ เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหยิบยกแต่ละเรื่องไปพิจารณาว่าจะมีผลอย่างไร ส่วนจะต้องให้เสนอเรื่องให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายหรือไม่ ฝ่ายสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภารับเรื่องมาจากช่องทางไหนก็ส่งกลับไปช่องทางนั้น

ด้านนายพชร นริพทะพันธุ์ ที่ปรึกษาประธาน กสทช. เผยว่า ขณะนี้ทีมงานของ นพ.สรณกำลังพิจารณาเพื่อหาแนวทางในการดำเนินการตามกฎหมายต่อคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เข้าใจว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่มีอำนาจทางปกครองในการออกข้อสั่งการทางปกครองใด จึงไม่น่าจะฟ้องต่อศาลปกครองได้ อย่างไรก็ตาม ทีมงานกำลังพิจารณาว่าอาจฟ้องร้องในทางอื่น หากสามารถหาแนวทางที่เหมาะสม เพราะการมีมติเช่นนี้ อาจก่อให้เกิดความปั่นป่วนในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธาน กสทช. ในสายตาสาธารณชน

เขากล่าวว่า ที่คณะกรรมการสรรหาฯ ระบุ นพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามจึงถือได้ว่าสละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งนั้น เข้าใจว่าการสละสิทธิ์เป็นสิทธิ์ของ นพ.สรณ ซึ่งตอบรับการเสนอชื่อเข้าดำรงตำแหน่งต่อประธานวุฒิสภาไปแล้ว และได้รับการโปรดเกล้าฯ เข้ารับตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อย ปฏิบัติหน้าที่มากว่า 4 ปีเศษแล้วด้วย ส่วนข้อกล่าวหาอื่นใดทั้งหมดที่ถูกนำมากล่าวอ้างจนนำไปสู่การมีมติว่า นพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามนั้น เป็นข้อกล่าวหาซึ่งสามารถชี้แจงได้หมด

มีรายงานว่า กรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ 4 ต่อ 0 ว่า นพ.สรณมีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงถือว่าได้สละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2565

นายประพันธุ์ คูณมี อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม (ไอซีที) วุฒิสภา กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.จะต้องแจ้งมติและส่งหนังสือรายงานแจ้งไปยังสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพราะสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ส่งเรื่องมายังคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เพื่อขอให้วินิจฉัยชี้ขาด ไม่ต้องนำเข้าวุฒิสภาอีกแล้ว และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจะต้องรายงานมติดังกล่าวให้นายกรัฐมนตรี และให้นายกรัฐมนตรีนำรายชื่อของ นพ.สรณขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายปลดจากตำแหน่งประธาน กสทช. ตาม พ.ร.บ.กสทช. มาตรา 20 เนื่องจาก นพ.สรณขาดคุณสมบัติ ตามมาตรา 8 (2) นอกจากนี้ คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. จะแจ้งไปยังทางบอร์ด กสทช. เพื่อให้ประชุมเลือกประธาน กสทช.คนใหม่

“มติกรรมการสรรหา กสทช.ถือเป็นที่สิ้นสุดตามกฎหมาย และหมอสรณเป็นผู้ที่พ้นวาระก่อนกำหนดเนื่องจากขาดคุณสมบัติ ดังนั้น กฎหมายเขียนชัดว่า ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ไม่ต้องรอทูลเกล้าฯ ถอดถอน หมอสรณต้องหยุดทำหน้าที่ หยุดทำงาน จะดื้อรั้นเข้าประชุม กสทช.หรือจะลงมติอะไรไม่ได้อีกแล้ว จะมาอ้างรักษาการไม่ได้ เนื่องจากหมอสรณไม่ได้พ้นวาระจากการอยู่ครบวาระ 6 ปี ดังนั้นกรรมการ กสทช.ก็ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยอีก”

นายประพันธุ์ระบุต่อไปว่า เชื่อว่าหลังจากนี้กรรมการ กสทช.ที่เหลือต้องนัดประชุมเพื่อเลือกประธาน กสทช.คนใหม่ เพื่อรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบถึงผู้ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.คนใหม่ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่กรรมการ กสทช. ไม่ใช่อำนาจของสำนักเลขาธิการ กสทช.ด้วย และหากไม่ให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ซึ่งคาดว่านายกรัฐมนตรีจะนำรายชื่อของ นพ.สรณ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายปลดจากตำแหน่งประธาน กสทช. พร้อมกับนำรายชื่อประธาน กสทช.คนใหม่ไปพร้อมๆ กัน

ทางด้านคำถามว่า หลังจากนี้ นพ.สรณสามารถยื่นร้องศาลปกครองเพื่อคุ้มครองชั่วคราว ตามมติกรรมการสรรหา กสทช.ได้หรือไม่ นายประพันธุ์ตอบว่า นพ.สรณจะร้องต่อก็สามารถไปยื่นร้องต่อศาลปกครองสูงสุดได้ แต่ศาลจะรับหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ แต่ตามกฎหมายเขียนชัดว่า มติกรรมการสรรหา กสทช.ถือเป็นที่สิ้นสุด หากไปร้องศาล ศาลก็อาจจะไม่รับและคุ้มครองชั่วคราวได้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...