โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุทิน” นำแถลง ปฏิบัติการ SILENT VOLT ทลายแก๊งใช้ไฟหลวง มูลค่าความเสียหายกว่า 280 ล้านบาท

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“อนุทิน” นำแถลง ปฏิบัติการ SILENT VOLT ทลายแก๊งใช้ไฟหลวง มูลค่าความเสียหายกว่า 280 ล้านบาท นำประชุมคตท.ลั่นไม่สนโพลแต่ยึดข้อมูลจริง มุ่งสร้างระบบป้องกันทุจริต บอกสั่งการแก้ไฟใต้ไปแล้ว ลั่น ไม่ทบทวนฟ้อง “ยิ่งชีพ”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เป็นประธานงานแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ SILENT VOLT บุกตรวจค้น 7 จุด ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงส์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และนายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)ร่วมแถลงข่าว โดยนายอนุทิน แถลงว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญาทางเศรษฐกิจและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการลักลอบการใช้ไฟฟ้าเพื่อประกอบกิจการขุดเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นการเอาเปรียบสังคม รัฐบาลกำชับทุกหน่วยงานสืบสวนขยายผลและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ นายทุนผู้สนับสนุนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ กรณีที่เกิดขึ้นส่วนที่เสียหายมากที่สุดคือการลักลอบใช้ไฟฟ้าของสาธารณะ โดยต่อสายตรงผ่านหม้อแปลง ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ใช้กระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมากสร้างความเสียหายมากการยึดทรัพย์ไม่เพียงพอต้องเน้นว่าใครเป็นผู้สนับสนุนใคร ใครเป็นผู้ประกอบการ ใครเป็นลูกค้า เจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดที่ปล่อยให้มีการลักลอบใช้ไฟฟ้าออกไปจากระบบ กฟน. ต้องมีระบบมอนิเตอร์ว่ากระแสไฟถูกนำไปใช้จากต้นทางหรือปลายทาง เราจะต้องติดตามดำเนินคดียึดทรัพย์สิน ยึดจำนวนเงินลงทุนต่างๆให้มาเป็นของรัฐให้ได้มากที่สุด เพื่อมาทดแทนความเสียหาย รัฐบาลยืนยันว่าเราจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องนี้อย่างเต็มที่และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ และบุคคลทั่วไป พร้อมตรวจยึดเครื่องขุดจำนวนมากที่เชื่อมโยงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ดีเอสไอร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดปฏิบัติการ SILENT VOLT เข้าตรวจค้น 7 จุดในจ.สมุทรสาคร และนครปฐม หลังพบเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อดำเนินกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล ด้วยการต่อตรงระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูง 22 กิโลโวลต์ โดยไม่ผ่านเครื่องวัดของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริเวณ (บูชชิ่ง)ด้านแรงสูงของหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งได้ตรวจยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลจากทั้ง 2 จุดได้ประมาณ 1,900 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าของกลางประมาณ 200 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าความเสียหายจากการลักลอบใช้ไฟฟ้า เบื้องต้นประมาณ 280 ล้านบาท

“อนุทิน” นำประชุมคตท.ลั่นไม่สนโพลแต่ยึดข้อมูลจริง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทยเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะกรรมการเข้าร่วม โดยนายอนุทิน กล่าวเปิดประชุมตอนหนึ่งว่าในเวทีนานาชาติเราได้รับความเชื่อมั่นและเป็นที่ไว้วางใจ แต่หัวใจของการปฏิรูปไม่ใช่แค่เพียงป้องกันการทุจริต แต่เป็นการยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความโปร่งใสความรับผิดชอบและการตรวจสอบได้ เราต้องยอมรับว่าระบบมีช่องว่างไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูป เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงการเพิ่มคะแนนหรือจัดลำดับให้ดีขึ้น ลำดับที่เป็นความรู้สึกของประชาชนตนไม่นับ เพราะไปถามใครคนที่ไม่ชอบรัฐบาลก็บอกโกง คนชอบรัฐบาลก็บอกไม่โกง หาสาระอะไรไม่ได้ เราต้องยึดถือเรื่องการอ้างอิงและมีหลักฐานประกอบเพื่อให้เป้าหมายของเราถูกต้อง การที่เราไปถามว่าความรู้สึกของประชาชนทั้งในและนอกประเทศเป็นอย่างไรต่อเรื่องคอรัปชั่นแล้วได้คำตอบว่าไม่ดีระดับลดลงไปในอีกทางหนึ่งก็ทำให้ภาพพจน์ของประเทศเสียหายลงไปด้วย เราต้องมาเน้นเรื่องการป้องกันและปราบปรามดำเนินคดีอย่างเข้มงวด เราประกาศตัวเป็นศัตรูกับการคอรัปชั่นทุกรูปแบบ การค้ายาเสพติด ปราบปรามสแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้รายงานมาตลอดว่าช่วงที่รัฐบาลนี้เข้ามามีการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดกฎหมายไปแล้วประมาณ 4 หมื่นล้านบาท เป็นสิ่งที่จับต้องได้มีหลักฐานอย่างชัดเจน ในเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นที่มีคนบอกว่าให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องสอบสวนเองเท่ากับเอาจำเลยมาสอบตัวเองไม่ใช่เลย เพราะมีหน่วยงานที่เริ่มทำมาอยู่แล้ว ตอนนี้เหมือนแข่งกันทำด้วยซ้ำ เชื่อว่าไม่มีหน่วยงานไหนหรือคนที่พยายามวิ่งเต้นหลุดคดีได้เพราะมีหน่วยงานคู่ขนานทำงานอย่างเต็มที่

มุ่งสร้างระบบป้องกันทุจริต

นายอนุทิน กล่าวว่า เจตนารมณ์อย่างชัดเจนของรัฐบาลคือสร้างระบบและสร้างความน่าเชื่อถือในการเร่งรัดป้องกันปราบปรามการกระทำทุจริตทุกรูปแบบ และยังมี คตท.ชุดนี้ที่ประชุมกันอยู่ ก็ขอความร่วมมือให้เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงประสานงานทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ภาควิชาการให้ทำงานบนฐานข้อมูลเดียวกันมีเป้าหมายเดียวกัน และผลักดันการปรับปรุงกฎหมาย ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดใช้ดุลยพินิจเพื่อความโปร่งใส และยกระดับการต่อต้านทุจริต จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสู่การป้องกันเชิงระบบอย่างยั่งยืน รัฐบาลชุดนี้พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของคตท.อย่างเต็มที่ และขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันทำงานด้วยความมุ่งมั่น กล้าปรับเปลี่ยนกล้าปฏิรูป และยืนยันสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับภาครัฐไทยเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีธรรมาภิบาลโปร่งใสได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนและนักลงทุนและนานาประเทศ

“อนุทิน” บอกสั่งการแก้ไฟใต้ไปแล้ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุลอบยิงทหารพราน บริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 ราย และ เด็กอายุ 10 ขวบ ได้รับบาดเจ็บ จะลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์และไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บด้วยตัวเองหรือไม่ ว่า “ตนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้มีการสั่งการทุกหน่วยงานไปแล้วทั้ง ทหาร ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ เมื่อถามว่าสถานการณ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะลงพื้นที่ติดตามด้วยตัวเองหรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบคำถาม แต่ย้ำว่า “ได้สั่งการไปทั้งหมดแล้ว”

“อนุทิน” ลั่น ไม่ทบทวนฟ้อง “ยิ่งชีพ”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กขอให้พรรคภูมิใจไทยทบทวนไม่ฟ้องหมิ่นประมาท ว่า ไม่มี ส่วนจะไปฟ้องเมื่อไหร่นั้น ได้มอบหมายให้ทนายความไปดำเนินการแล้ว แต่จะเป็นในสัปดาห์นี้หรือตนไม่ทราบ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าอะไรเป็นเหตุผลมากที่สุดในการยื่นฟ้อง นายนุทิน ระบุว่า ให้ไปถามทนายความ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...