“อนุทิน” นำแถลง ปฏิบัติการ SILENT VOLT ทลายแก๊งใช้ไฟหลวง มูลค่าความเสียหายกว่า 280 ล้านบาท
“อนุทิน” นำแถลง ปฏิบัติการ SILENT VOLT ทลายแก๊งใช้ไฟหลวง มูลค่าความเสียหายกว่า 280 ล้านบาท นำประชุมคตท.ลั่นไม่สนโพลแต่ยึดข้อมูลจริง มุ่งสร้างระบบป้องกันทุจริต บอกสั่งการแก้ไฟใต้ไปแล้ว ลั่น ไม่ทบทวนฟ้อง “ยิ่งชีพ”
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เป็นประธานงานแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ SILENT VOLT บุกตรวจค้น 7 จุด ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงส์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และนายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)ร่วมแถลงข่าว โดยนายอนุทิน แถลงว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญาทางเศรษฐกิจและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการลักลอบการใช้ไฟฟ้าเพื่อประกอบกิจการขุดเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นการเอาเปรียบสังคม รัฐบาลกำชับทุกหน่วยงานสืบสวนขยายผลและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ นายทุนผู้สนับสนุนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ กรณีที่เกิดขึ้นส่วนที่เสียหายมากที่สุดคือการลักลอบใช้ไฟฟ้าของสาธารณะ โดยต่อสายตรงผ่านหม้อแปลง ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ใช้กระแสไฟฟ้าเป็นจำนวนมากสร้างความเสียหายมากการยึดทรัพย์ไม่เพียงพอต้องเน้นว่าใครเป็นผู้สนับสนุนใคร ใครเป็นผู้ประกอบการ ใครเป็นลูกค้า เจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดที่ปล่อยให้มีการลักลอบใช้ไฟฟ้าออกไปจากระบบ กฟน. ต้องมีระบบมอนิเตอร์ว่ากระแสไฟถูกนำไปใช้จากต้นทางหรือปลายทาง เราจะต้องติดตามดำเนินคดียึดทรัพย์สิน ยึดจำนวนเงินลงทุนต่างๆให้มาเป็นของรัฐให้ได้มากที่สุด เพื่อมาทดแทนความเสียหาย รัฐบาลยืนยันว่าเราจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องนี้อย่างเต็มที่และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ และบุคคลทั่วไป พร้อมตรวจยึดเครื่องขุดจำนวนมากที่เชื่อมโยงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ดีเอสไอร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดปฏิบัติการ SILENT VOLT เข้าตรวจค้น 7 จุดในจ.สมุทรสาคร และนครปฐม หลังพบเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อดำเนินกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล ด้วยการต่อตรงระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูง 22 กิโลโวลต์ โดยไม่ผ่านเครื่องวัดของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริเวณ (บูชชิ่ง)ด้านแรงสูงของหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งได้ตรวจยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลจากทั้ง 2 จุดได้ประมาณ 1,900 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าของกลางประมาณ 200 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าความเสียหายจากการลักลอบใช้ไฟฟ้า เบื้องต้นประมาณ 280 ล้านบาท
“อนุทิน” นำประชุมคตท.ลั่นไม่สนโพลแต่ยึดข้อมูลจริง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทยเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะกรรมการเข้าร่วม โดยนายอนุทิน กล่าวเปิดประชุมตอนหนึ่งว่าในเวทีนานาชาติเราได้รับความเชื่อมั่นและเป็นที่ไว้วางใจ แต่หัวใจของการปฏิรูปไม่ใช่แค่เพียงป้องกันการทุจริต แต่เป็นการยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความโปร่งใสความรับผิดชอบและการตรวจสอบได้ เราต้องยอมรับว่าระบบมีช่องว่างไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูป เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงการเพิ่มคะแนนหรือจัดลำดับให้ดีขึ้น ลำดับที่เป็นความรู้สึกของประชาชนตนไม่นับ เพราะไปถามใครคนที่ไม่ชอบรัฐบาลก็บอกโกง คนชอบรัฐบาลก็บอกไม่โกง หาสาระอะไรไม่ได้ เราต้องยึดถือเรื่องการอ้างอิงและมีหลักฐานประกอบเพื่อให้เป้าหมายของเราถูกต้อง การที่เราไปถามว่าความรู้สึกของประชาชนทั้งในและนอกประเทศเป็นอย่างไรต่อเรื่องคอรัปชั่นแล้วได้คำตอบว่าไม่ดีระดับลดลงไปในอีกทางหนึ่งก็ทำให้ภาพพจน์ของประเทศเสียหายลงไปด้วย เราต้องมาเน้นเรื่องการป้องกันและปราบปรามดำเนินคดีอย่างเข้มงวด เราประกาศตัวเป็นศัตรูกับการคอรัปชั่นทุกรูปแบบ การค้ายาเสพติด ปราบปรามสแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้รายงานมาตลอดว่าช่วงที่รัฐบาลนี้เข้ามามีการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดกฎหมายไปแล้วประมาณ 4 หมื่นล้านบาท เป็นสิ่งที่จับต้องได้มีหลักฐานอย่างชัดเจน ในเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นที่มีคนบอกว่าให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องสอบสวนเองเท่ากับเอาจำเลยมาสอบตัวเองไม่ใช่เลย เพราะมีหน่วยงานที่เริ่มทำมาอยู่แล้ว ตอนนี้เหมือนแข่งกันทำด้วยซ้ำ เชื่อว่าไม่มีหน่วยงานไหนหรือคนที่พยายามวิ่งเต้นหลุดคดีได้เพราะมีหน่วยงานคู่ขนานทำงานอย่างเต็มที่
มุ่งสร้างระบบป้องกันทุจริต
นายอนุทิน กล่าวว่า เจตนารมณ์อย่างชัดเจนของรัฐบาลคือสร้างระบบและสร้างความน่าเชื่อถือในการเร่งรัดป้องกันปราบปรามการกระทำทุจริตทุกรูปแบบ และยังมี คตท.ชุดนี้ที่ประชุมกันอยู่ ก็ขอความร่วมมือให้เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงประสานงานทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ภาควิชาการให้ทำงานบนฐานข้อมูลเดียวกันมีเป้าหมายเดียวกัน และผลักดันการปรับปรุงกฎหมาย ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดใช้ดุลยพินิจเพื่อความโปร่งใส และยกระดับการต่อต้านทุจริต จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสู่การป้องกันเชิงระบบอย่างยั่งยืน รัฐบาลชุดนี้พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของคตท.อย่างเต็มที่ และขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันทำงานด้วยความมุ่งมั่น กล้าปรับเปลี่ยนกล้าปฏิรูป และยืนยันสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับภาครัฐไทยเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีธรรมาภิบาลโปร่งใสได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนและนักลงทุนและนานาประเทศ
“อนุทิน” บอกสั่งการแก้ไฟใต้ไปแล้ว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุลอบยิงทหารพราน บริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 ราย และ เด็กอายุ 10 ขวบ ได้รับบาดเจ็บ จะลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์และไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บด้วยตัวเองหรือไม่ ว่า “ตนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้มีการสั่งการทุกหน่วยงานไปแล้วทั้ง ทหาร ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ เมื่อถามว่าสถานการณ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะลงพื้นที่ติดตามด้วยตัวเองหรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบคำถาม แต่ย้ำว่า “ได้สั่งการไปทั้งหมดแล้ว”
“อนุทิน” ลั่น ไม่ทบทวนฟ้อง “ยิ่งชีพ”
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กขอให้พรรคภูมิใจไทยทบทวนไม่ฟ้องหมิ่นประมาท ว่า ไม่มี ส่วนจะไปฟ้องเมื่อไหร่นั้น ได้มอบหมายให้ทนายความไปดำเนินการแล้ว แต่จะเป็นในสัปดาห์นี้หรือตนไม่ทราบ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าอะไรเป็นเหตุผลมากที่สุดในการยื่นฟ้อง นายนุทิน ระบุว่า ให้ไปถามทนายความ