“พริษฐ์” ไล่บี้ กกต.ส่งฟ้องคดีโกง สว. ทั้ง 229 คน
"พริษฐ์" ไล่บี้ กกต.ส่งฟ้องคดีโกง สว. 229 คน หวั่น 4 ใน 7 กกต. ไม่เป็นกลาง ลั่น "ไม่ใช่ผู้พิพากษา อย่าพิพากษาเสียเอง"
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เรียกร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งผู้ถูกกล่าวหาคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 229 คนให้ศาลพิจารณา ย้ำไม่ได้หมายความว่าทั้ง 229 คนกระทำความผิด แต่เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต จึงควรให้ศาลเป็นผู้พิจารณาพยานหลักฐานและตัดสินว่าใครผิดหรือไม่ผิดทั้งนี้ ตามบทบัญญัติของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต กกต.มีหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย โดยเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานการดำเนินคดีของ กกต.ในอดีต หลักฐานบางกรณีอาจไม่ได้ชัดเจนเท่าคดีนี้ แต่ กกต. ก็เคยมีมติสั่งฟ้อง ดังนั้น จึงเห็นว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอที่จะนำคดีเข้าสู่กระบวนการศาลได้
“เราไม่ได้ด่วนสรุปว่า 229 คนทำความผิด แต่เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการโกง สว. กกต.จึงควรสั่งฟ้องไปที่ศาล เพื่อให้ศาลพิพากษาเป็นรายกรณี กกต.ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาลเองในชั้นนี้และไม่ควรพิพากษาเองจนสิ้นข้อสงสัยว่าใครผิดหรือไม่ผิด” นายพริษฐ์ กล่าว
สำหรับจำนวน 229 คน นายพริษฐ์ ระบุว่า พยานหลักฐานของแต่ละบุคคลอาจมีน้ำหนักแตกต่างกัน แต่คณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ซึ่งผ่านการรับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย มีความเห็นว่าคดีมีมูลและเห็นควรให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 229 คน จึงถือเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่สะท้อนว่า แม้ระดับความเกี่ยวข้องของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน แต่มีหลักฐานที่สามารถเชื่อมโยงบุคคลจำนวนมากเข้าด้วยกันได้
นายพริษฐ์ ยกตัวอย่างกรณี “โพยใบสั่ง” ว่า หากกระบวนการทุจริตมีลักษณะเป็นระบบและมีการควบคุมจัดตั้งผู้สมัครในหลายกลุ่ม ก็อาจทำให้หมายเลขผู้สมัครจำนวนมากปรากฏอยู่ในโพยเดียวกัน จึงเป็นไปได้ที่พยานหลักฐานบางส่วนจะเชื่อมโยงผู้ถูกกล่าวหาหลายรายในคราวเดียว
ส่วนข้อมูลที่นำมาเปิดเผย นายพริษฐ์ ยืนยันว่า ได้รับมาจากหลายช่องทางและผ่านการตรวจสอบกลั่นกรองในระดับหนึ่ง โดยเชื่อว่าหลักฐานจำนวนมากน่าจะอยู่ในมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
ทั้งข้อมูลจากคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 รวมถึงความเห็นของเลขาธิการ กกต.ที่มีมติให้ดำเนินคดีกับ สว.มากกว่า 100 คน ซึ่งมีชื่ออยู่ในโพย รวมถึง นายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย และ นายนภินทร ศรีสรรพางค์
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นายพริษฐ์ ยังตั้งคำถามถึงการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 หลังเห็นว่าผลการพิจารณาดูสวนทางกับข้อมูลและพยานหลักฐานที่ปรากฏ โดยระบุว่า ขณะที่คณะอนุกรรมการชุดที่ 26 เห็นว่ามีมูลและเสนอให้ดำเนินคดีกับ 229 คน
แต่คณะอนุกรรมการชุดที่ 36 กลับไม่มีความเห็นให้ดำเนินคดีกับใครเลย จึงต้องตั้งคำถามว่ากระบวนการพิจารณาของทั้งสองชุดแตกต่างกันอย่างไร
สำหรับการเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาชนในวันที่ 13 กันยายน 2569 นายพริษฐ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนพร้อมทำงานคู่ขนานกับภาคประชาชน และหากเป็นกิจกรรมที่มีข้อเรียกร้องสอดคล้องกันก็พร้อมเข้าร่วม แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด
ของกิจกรรมทั้งหมด โดยสาระสำคัญคือการเรียกร้องให้ กกต.ส่งคดีผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไปยังศาล และให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยความผิด
นอกจากนี้ นายพริษฐ์ ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นกลางของ กกต. โดยตั้งข้อสังเกตว่า กกต. 4 ใน 7 คน มาจากการรับรองโดย สว. ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนคดี จึงเกรงว่าอาจเกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน หรือมีข้อจำกัด
ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระ พร้อมเห็นว่าการส่งคดีให้ศาลเป็นผู้พิจารณาจะเป็นแนวทางที่ทำให้มีคนกลางเข้ามาตัดสินคดี
ส่วนกรณี นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า ผู้สมัคร สว.จากภาคประชาชนก็เคยรวมตัวกันที่ร้านอาหารเดียวกัน และมีบุคคลหนึ่งเป็นผู้จ่าย
ค่ากาแฟ นายพริษฐ์ กล่าวว่า หากมีหลักฐานเกี่ยวกับผู้สมัคร สว.รายใด ไม่ว่าจะถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มใด ก็ควรใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ส่วนรายละเอียดในส่วนของ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ควรให้ นายชยพล สท้อนดี สส.บัญชีรายชื่อ
พรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู้รวบรวมและนำเสนอข้อมูล รวมถึงนายชีวะภาพเป็นผู้ชี้แจง
โดยนายชีวะภาพ มีการยืนยันว่าเคยเดินทางไปโรงแรมในจังหวัดนครนายกจริง และมีการยอมรับเรื่องการโอนเงินบางประการ ซึ่งประชาชนควรได้รับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายก่อนพิจารณา
ขณะกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า นายชีวะภาพ ชีวะธรรม เคยถูกทาบทามให้ลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สิงห์บุรี ในนามพรรคประชาชน นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียดเรื่องการทาบทาม แต่เท่าที่ทราบ
พรรคประชาชนไม่เคยมีมติส่งผู้สมัครนายก อบจ.สิงห์บุรี และท้ายที่สุดก็ไม่ได้ส่งนายชีวะภาพลงสมัครในนามพรรค
ส่วนกรณีการพูดถึงเรื่องส่วนตัวและประเด็นชู้สาวบนเวทีผู้นำฝ่ายค้าน นายพริษฐ์ กล่าวว่า เวทีดังกล่าวพยายามเน้นสาระเป็นหลัก แต่ไม่สามารถทราบหรือควบคุมทุกประโยคของผู้ร่วมเวทีได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews