โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สลค.ออกหนังสือเวียน ปรับ แนวปฏิบัติทูลเกล้าฯ ติดคดี-ถูกฟ้อง เปิดทางแต่งตั้ง ยึดรธน.ม.29

MATICHON ONLINE

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สลค.ออกหนังสือเวียน ปรับแนวปฏิบัติทูลเกล้าฯ ถอยเกณฑ์ “ติดคดี” เปิดทางแต่งตั้ง ยึดรัฐธรรมนูญ ม.29 คลายล็อค ฟ้องคดีกลั่นแกล้ง

เมื่อวันที่ 2 กันยายน รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ร่อนหนังสือเวียน ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๕๐๘/ว ว ๗๘๗ ลงวันที่ 31สิงหาคม 2569 สั่งการถึงเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการเสนอเรื่องนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณา

โดยเนื้อหา ระบุว่า ที่ นร ๐๕๐๘/ว ๗๘๗

อ้างถึง ๑. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๕๐๘/ว ๑๐๑ ลงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ๒. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๕๐๘/ว ๓๔๔๗ ลงวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔
ามหนังสือที่อ้างถึง สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งเวียนแนวทางปฏิบัติในการเสนอเรื่องที่ต้องนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณา ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีขอซักซ้อมความเข้าใจในการดำเนินการตามหนังสือที่อ้างถึงว่า กรณีบุคคลที่ส่วนราชการ ขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ห้ส่วนราชการพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเสนอชื่อบุคคลนั้นเป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา ๒๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเพื่อป้องกันมิให้มีการใช้การฟ้องคดีไปในทางที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน**

ทั้งนี้เมื่อย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7ธันวาคม 2564 เคยมีหนังสือเวียน ทที่ นร ๐๕๐๘/ว ๓๔๔๗ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำชับให้ทุกกระทรวง กรม และหน่วยงานอิสระ ตรวจสอบกลั่นกรองคุณสมบัติบุคคลอย่างเข้มงวด

โดยวางหลักการว่า “เรื่องที่เสนอต้องไม่เป็นเรื่องที่อยู่ในระหว่างการฟ้องร้องต่อศาล อันอาจเป็นเหตุให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท” ส่งผลให้ในเวลาต่อมา หากบุคคลใดที่จะได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งดำรงตำแหน่งสำคัญ ถูกฝ่ายตรงข้ามยื่นฟ้องร้องต่อศาล เรื่องจะถูก “ชะลอ” หรือ “เบรก” การเสนอชื่อโปรดเกล้าฯ ไว้ทันที จนกลายเป็นช่องโหว่ทางนโยบาย

โดยเนื้อหา ฉบับนั้น ระบุว่า ที่ นร ๐๕๐๘/ว ๓๔๔๗
เรื่อง ขอซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในการเสนอเรื่องที่ต้องนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระมหากรุณา
กราบเรียน/เรียน กระทรวง กรม หน่วยงานอิสระ

อ้างถึง หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๕๐๘/ว ๑๐๑ ลงวันที่23 กุมภาพันธ์ 2561
ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทราบและถือปฏิบัติเกี่ยวกับกรณีการเสนอเรื่องขอพระราชทานพระมหากรุณาในเรื่องต่าง ๆ ส่วนราชการจะต้องพึงระวังตรวจสอบกลั่นกรองว่าได้ดำเนินการในเรื่องนั้น ๆ ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์หรือแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องแล้ว รวมทั้งหากเป็นเรื่องที่มีข้อร้องเรียนว่า มิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือแนวทางปฏิบัติได้กำหนดไว้

ก็สมควรได้ตรวจสอบหรือดำเนินการแก้ไขให้เป็นที่ยุติเสียก่อน รวมทั้งเรื่องที่เสนอต้องไม่เป็นเรื่องที่อยู่อานวยการฟ้องร้องต่อศาล อันอาจเป็นเหตุให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ และนายกรัฐมนตรีสั่งการให้แจ้งกำชับทุกส่วนราชการถือปฏิบัติในเรื่องที่ต้องนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานในเรื่องต่าง ๆ จะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และมีข้อมูลอันเป็นที่ยุติชัดเจนก่อนที่จะส่งเรื่องเพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาต่อไป ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีขอเรียนว่า ในห้วงเวลาที่ผ่านมายังมี่ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐเสนอเรื่องที่มีประเด็นปัญหาดังกล่าวอันเป็นเหตุให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีไม่สามารถดำเนินการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาต่อไปได้ ดังนั้น เพื่อให้การขอพระราชทานพระมหากรุณาในเรื่องต่าง ๆ สามารถดำเนินการนำความกราบบังคมทูลได้อย่างถูกต้อง เรียบร้อย ไม่เป็นที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท จึงขอให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติดังกล่าวอย่างเคร่งครัดต่อไปด้วย

ทั้งนี้หนังสือเวียนฉบับล่าสุด 31 สิงหาคม2569 สลค. เป็นการส่งสัญญาณ “คลายล็อค” ทางกฎหมาย โดยระบุชัดเจนว่า กรณีบุคคลที่จะขอให้นำความกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี” ให้ส่วนราชการพิจารณาจาก คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นหลักสลค. ได้ชี้แจงเหตุผล สำคัญในการปรับแนวปฏิบัติ 2 ประการ คือ ยึดหลักรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรมขั้นพื้นฐานที่ว่า “ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด” จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ช่องทาง “การฟ้องร้องคดี” มาเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง หรือขัดขวางการบริหารราชการแผ่นดินและการแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่ตำแหน่ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สลค.ออกหนังสือเวียน ปรับ แนวปฏิบัติทูลเกล้าฯ ติดคดี-ถูกฟ้อง เปิดทางแต่งตั้ง ยึดรธน.ม.29

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...