"แม่พิ้งกี้"ขอบคุณศาล หลังยกฟ้องคดี"Forex-3D"
(13 ส.ค. 69) ปิดฉากมหากาพย์คดีฉ้อโกงแชร์ลูกโซ่ระดับประเทศ "Forex-3D" ที่มีผู้เสียหายร่วมลงทุนกว่า 9,842 ราย และมีมูลค่าความเสียหายสูงกว่า 2,489 ล้านบาท โดยพนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอภิรักษ์ โกฎธิ อดีตผู้บริหาร พร้อมพวกรวม 24 คน ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
ล่าสุด ศาลอาญารัชดาได้อ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าว โดยมีคำสั่ง "ยกฟ้อง" จำเลยครอบครัวไชยเดชทั้ง 3 ราย ได้แก่ จำเลยที่ 6 นายกิตติเชษฐ์ หรือสรายุทธ (พี่ชายพิ้งกี้) , จำเลยที่ 7 น.ส.สาวิกา ไชยเดช (พิ้งกี้) และ จำเลยที่ 8 นางสรินยา ไชยเดช (แม่อ้อย) ขณะที่กลุ่มผู้บริหารและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องชัดเจน ศาลพิพากษาจำคุก น.ส.ภคมน หรือ "กู๋กี๋" แฟนสาวของนักแสดงหนุ่ม ปราบปฎล สุวรรณบาง เป็นเวลา 20 ปี เช่นเดียวกับ นายอภิรักษ์ โกฎธิ อดีตซีอีโอ ที่ถูกศาลสั่งจำคุก 20 ปีเช่นกัน
ภายหลังศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ในเวลา 20.59 น. วันเดียวกัน ที่ บริเวณทัณฑสถานหญิงกลางคลองเปรม นางสรินยา หรือ "แม่อ้อย" ได้เดินทางออกจากเรือนจำ โดยมีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เดินมาส่งบริเวณหน้าประตูจุดรอรับญาติ โดยทันทีที่ก้าวพ้นประตูเรือนจำ ทางด้านญาติและครอบครัวที่มายืนรอรับได้โผเข้ากอดกันอย่างอบอุ่นด้วยความตื้นตันใจ ก่อนที่แม่อ้อยจะยกมือไหว้ทักทายสื่อมวลชนที่มารอปักหลักทำข่าว และเดินทางกลับไปพร้อมกับครอบครัวเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
นางสรินยา หรือแม่อ้อย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ขอบคุณความยุติธรรมของศาลที่ให้ความเมตตา ต่อพวกเราหลาย ๆ คน ตอนฟังคำพิพากษา รู้สึกช็อก แต่พอได้รับฟังคำตัดสิน ได้เจอกับ ทั้งลูกชายและลูกสาว ก็รู้สึกดีใจ เราได้รับอิสรภาพแล้ว
เมื่อถามว่าตอนนี้ถือได้ว่าได้รับความยุติธรรมแล้วหรือไม่ แม่อ้อยบอกว่า ก็ส่วนนึง ขอบคุณศาล ขอบคุณทุกคนที่ได้ปล่อยตัววันนี้ ส่วนคนที่ยังไม่ได้ถูกปล่อยตัวทางเราก็เสียใจด้วย อยากให้ทุกคน
เมื่อถามถึงประเด็นที่ศาลระบุว่าครอบครัวของคุณแม่เป็นเพียงผู้ลงทุน แม่อ้อย กล่าวว่า ก็เป็นอย่างนั้น ศาลท่านก็เมตตาแล้วเราก็ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ และขอบคุณพระเจ้าอัลลอฮ์อีกด้วยที่ทรงเมตตา ยอมรับว่าอยู่ที่นี่ก็มีกังวลบ้างเพราะอยู่มานาน แต่เราก็ต้องออกไปต่อสู้กับโลกใหม่ แต่ตอนอยู่ข้างในก็ได้รับความเมตตาจากคุณ ๆ เป็นอย่างดี
ส่วนประเด็นในอนาคตหากมีการยื่นอุทธรณ์คดีนี้มองอย่างไร แม่อ้อย ระบุว่า เป็นเรื่อง ของอนาคต แต่เราก็ได้สู้เต็มความสามารถของเราแล้ว ท่านก็คงจะไม่อะไรกับพวกเราหรอก
เมื่อถามย้ำว่าหากเจ้าหน้าที่มีการยื่นอุทธรณ์พร้อมสู้ใช่หรือไม่ แม่อ้อย ระบุว่า มนุษย์เราเกิดมามันก็ต้องต่อสู้อยู่แล้วลูก ชีวิตมันเป็นการเดินทาง เราก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดข้างหน้า ถ้าเกิดขึ้น เราก็ต้องสู้ไป แต่เราเองก็หวังความยุติธรรมของศาล
ส่วนที่หลายคนมองว่าเสียอิสรภาพไปหลายปีแบบฟรี ๆ แม่อ้อย กล่าวว่า อะไรที่มันเกิดไปแล้วก็ให้มันเกิดไป มันไม่จำเป็นต้องไปคิดอะไรมาก วันนี้ได้รับอิสรภาพก็ถือว่าโชคดีแล้ว ส่วนที่อาจจะมีบางคนเข้าใจเราในอีกแง่มุมนั้นเราห้ามความคิดใครไม่ได้
นอกจากนี้ แม่อ้อย ยังบอกด้วยว่า ออกมาแล้วไม่ได้อยากกินอะไรเป็นพิเศษ อยู่ที่นี่ก็ทานอิ่มเหมือนอยู่ข้างนอก ส่วนจะไปทำอะไรต่อนั้น แม่อ้อยบอกว่า “อายุมากแล้ว ก็ค่อย ๆ ทำมาหากินไปนะลูก”
ส่วนที่ลูกสาวไม่ได้เดินทางมารับคาดว่าน่าจะติดงาน แต่ช่วงกลางวันที่รอฟังคำพิพากษาก็ได้มีการสวมกอดกับพิ้งกี้แล้ว พิ้งกี้ก็บอกกับแม่ว่า "คิดถึงแม่ทุกวัน"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง