โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

“ธงทอง” ยันที่ดินวัดป่าอดุลยารามเป็นของวัด ชี้ตั้งถูกต้อง-ประกาศราชกิจจาฯ แล้ว เร่งโอนชื่อให้เรียบร้อย

สยามรัฐ

อัพเดต 16 ส.ค. เวลา 16.12 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. เวลา 13.42 น.

"ธงทอง" นำ พศ.เข้าพบเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ย้ำชัดวัดขึ้นทะเบียนถูกต้องและประกาศในราชกิจจานุเบกษาชัดเจนแล้ว ต้องแก้ไขให้ถูกต้องเพราะหลวงพ่อรอมา 30 ปีแล้ว และ "ป้าดา"ยังไม่ติดต่อมา

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 16 ส.ค.2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ถ.กัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ศาตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำคณะผู้บริหารจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ขอนแก่น เข้ากราบนมัสการพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เพื่อถวายกำลังใจ ติดตามอาการอาพาธและติดตามคดีพิพาทที่ดินระหว่างทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี และวัดป่าอดุลยาราม ท่ามกลางความสนใจจากเหล่าบรรดาพุทธศาสนิกชนที่มารอติดตามสถานการณืกันจนแน่นวัด

ศาสตราจารย์(พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า ยืนยันชัดเจนแล้วว่าที่ดินเป็นของวัดโดยสมบูรณ์แล้ว และวัดได้ดำเนินการจัดตั้งอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาในปี 2541 ซึ่งประเด็นใครสงสัยในเรื่องของการตั้งวัดก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งผู้ที่ติดตามข้อมูลข่าวสารและประชาชนได้ติดตามมาตลอดทั้งสัปดาหืว่ากรณีรพิพาทของวัดป่าอดุลยารามนั้นจะไปในทิศทางใด ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ปีระสานงานร่วมทุกฝ่ายอย่างเข้มงวดและมีความคืบหน้ามาโดยตลอด ซึ่งได้กราบรายงานหลวงพ่อเจ้าอาวาสว่าขจอให้สบายใจและวางใจได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นทั้งหมดเข้ารูปเข้ารอยแล้ว เริ่มจากเรื่องที่มีกลุ่มคนไปแจ้งสำนักงานที่ดินว่าเอกสารฉโนดที่ดินนั้นหายไป ซึ่งก็แสดงแน่ชัดแล้วว่าฉโนดที่ดินฉบับจริงนั้นอยู่ในความดูแลของวัดและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำข้อเท็จจริงแจ้งให้กับสำนักงานที่ดินจังหวัดได้รับทราบแล้วด้วย จากนี้ไปสำนักงานที่ดินจะดำเนินการตามขั้นตอนตามที่มีคนมาร้องเรียนในประเด็นดังกล่าวทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนของที่ดิน

"ที่ยืดเยื้อยาวนานคือเรื่องฉโนด คือเอกสารของทางราชการยังไม่มีการเปลี่ยนชื่อในฉโนดให้เป็นชื่อของวัด ถึงแม้ว่ากรรมสิทธิ์และสิทธิจะเป็นของวัดและวัดเป็นเจ้าของมาช้านานแล้ว แต่ว่าเอกสารยังไม่ดำเนินการให้ถูกต้องเรียบร้อย ซึ่งในขั้นตอนนี้ก็จะมีการเปลี่ยนชื่อในฉโนดมาเป็นชื่อของวัดให้ถูกต้อง ซึ่งก็จะทำให้เร็วที่สุดและดีที่สุด หลวงพ่อก็มีอารมณ์ขันบอกว่าคอยมาแล้ว 30 ปี คอยอีกก็ได้ ผมก็เรียนท่านว่าผมรอไม่ไหวเหมือนกันก็จะต้องเร่งทำให้ดีและดีที่สุด และติดตามอย่างใกล้ชิด

ศาสตราจารย์(พิเศษ) ธงทอง กล่าวต่อว่า เรื่องความปลอดภัย ตำรวจและฝ่ายบ้านเมืองจะดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยภายในบริเวณวัดไม่ให้มีอะไรเกิดขึ้นในการปฎิบัติศาสนกิจของสงฆ์และญาติโยมที่มาทำบุญที่วัด ทั้งนี้ท่านเจ้าอาวาสฝากถึงญาติโยมชาวขอนแก่นและทุกคนที่ติดตามข่าวว่าขออย่าเครียด หลายคนจะเครียดกว่าหลวงพ่อ ขอให้ทุกคนสบายใจได้ เพราะคณะทำงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและคณะกรรมการคุ้มครองบพระพุทธศาสนาแห่งชาติเราจะไม่ทอดทิ้งเรื่องนี้และเราจะทำใหน้าที่ให้ดีที่สุด รวมทั้งการทำบุญต่างๆก็ขอให้มาทำบุญที่วัดแสกนคิวอาร์โค้ดทำบุญให้วัด อย่าเชื่อนายหน้าหรือการทำบุญกับคนหนึ่งคนใด เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉา่ชีพฉวยโอกาสในการนำคิวอาร์โคดปลอมไปแสกนถึงบ้านดังนั้นผู้มีจิตศรัทธาขอให้มาทำบุญที่วัดเท่านั้น ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้ (17 ส.ค.)จะมีการนำเรื่องทั้งหมดเข้าหารือเพื่อให้เกิดความชัดเจน โดยได้ประสานขอเข้าพบ ผวจ.ขอนแก่นและฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือถึงแนวทางการทำงานร่วมกันทั้งหมด วันนี้ภาพการทำงานของทุกฝ่ายทำให้เห้นว่าสำนักงานพระพุทธศาสนา และ คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว เราทำงานโดยมีชาวพุทธนั้นดูแลช่วยกัน เพราะเรามีเจตนาเดียวกันคือการทำนุบำรุงและคุ้มครองพระพุทธศาสนา

"เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่เกิดขึ้น อาจเป็นแนวทางที่ต้องไปคุยกัน แม้เรื่องที่ไม่เป้นคดีก็ควรป้องกันไม้ให้ค้างคา ซึ่งการบริจาคที่ดินให้วัดในชั้นต้นนั้นเป็นอย่างนี้แล้ว แต่การสร้างวัดต้องใช้เวลาดำเนินการและมีการจัดตั้งวัดในระบบพระพุทธศาสนาเรียบร้อยแล้ว การดำเนินการทางเอกสารต้องทำให้เสร็จเรียบร้อย บางทีก็ปล่อยกันไป เราได้คุยกันแล้วว่าเราคงจะต้องมีการดำเนินการที่ชัดเจนทั้งประเทศ ซึ้งการจัดตั้งวัดตั้งแต่ต้นจนถึงมหาเถระสมาคมและประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ผมมั่นใจว่ามีขั้นตอนที่ชัดเจน อย่างวัดป่าอดุลยาราม ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้วตั้งแต่ปี 2541 ก็ไม่มีอะไรสงสัยส่วนใครจะส่งสัยก็เป็นเรื่องของท่าน"

ศาสตราจารย์(พิเศษ)ธงทอง กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ยังไม่ได้รัยบการติดต่อจากทายาทหรือจากใครที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวผู้บริจาคที่ดิน ทุกอย่างยังคงสงบนิ่งดีอยู่เฉพาะส่วนตัวผมนะครับ ส่วนอีกคนนั้นไม่ทราบ ส่วนการทำเรื่องเปลี่ยนชื่อวัดนั้นค่าใช้จ่ายน่าจะอยู่ที่ประมาณ 7,000-8,000 บาทไม่ใช่ 1,500,000 บาทตามที่หลายฝ่ายระบุออกไป อย่างไรก็ตามหลังการเข้าพบกับท่าน ผวจ.ขอนแ่กนและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการแจ้งให้กับญาติธรรมทุกท่านได้ทราบอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...