โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ยาย 67 ปีถูกตัดสิทธิ์บัตรคนจน โดนนายทุนแอบอ้างชื่อรับเงินเดือนละ 2 แสน

Amarin TV

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยายวัย 67 ปี ชาวชัยภูมิ ถูกตัดสิทธิ์บัตรคนจน หลังถูกบริษัทดังที่กรุงเทพฯ ปลอมชื่อรับเงินเดือนกว่า 2 แสน เพื่อเลี่ยงภาษี ทั้งที่ชีวิตจริงใช้ฟืนหุงข้าว

ยายวัย 67 ปี ชาวชัยภูมิ ถูกตัดสิทธิ์บัตรคนจน หลังถูกบริษัทดังที่กรุงเทพฯ ปลอมชื่อรับเงินเดือนกว่า 2 แสน เพื่อเลี่ยงภาษี ทั้งที่ชีวิตจริงใช้ฟืนหุงข้าว

วันที่ 23 ก.ค.2569 ความคืบหน้าหลังกระทรวงการคลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) รอบใหม่ปี 2569 ซึ่งมีผู้ผ่านเกณฑ์ 9.51 ล้านคน จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.82 ล้านคน และมีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์หรือถูกตัดสิทธิ์สูงถึงประมาณ 9.31 ล้านคน โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากเกณฑ์การครอบครองรถยนต์ที่มีสถิติสูงที่สุดถึง 1.45 ล้านคนนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ชาวบ้านทั้งตำบลโคกสูง อำเภอเมืองจังหวัดชัยภูมิ ว่ามีชาวบ้านนับ 100 ราย ในตำบลโคกสูง อำเภอเมืองชัยภูมิ กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังพบว่าชาวบ้านในตำบลโคกสูง ถูกบริษัทฯดังแห่งหนึ่งตั้งอยู่ ถ.สี่พระยา แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก จ.กรุงเทพฯ นำรายชื่อไปรับเงินค่าตอบแทนการส่งเสริมการตลาด ของแต่ละเดือนกว่าเดือนละหนึ่งแสน-สองแสนบาท(100,000 - 200,000 บาท) จนเป็นเหตุทำให้ชาวบ้าน ถูกตัดสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ปี 2569 เนื่องจากมีข้อมูลหลักฐานการหักลดหย่อนภาษีเงินได้ปรากฏในระบบการเสียภาษี ของกรมสรรพากรฯ จนทำให้ตกเกณฑ์ ทั้งที่จริงพวกชาวบ้านในตำบลโคกสูง ไม่เคยได้รับเงินเดือนค่าจ้างดังกล่าวเลยแม้แต่บาทเดียว ชาวบ้านมาทราบเรื่องเมื่อเดินทางทำเรื่องยื่นตรวจสอบสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ปี 2569 กับธนาคารกรุงไทย จึงทราบเรื่อง ว่ามีคนเอาชื่อและเลขบัตรประชาชนของพวกตน ไปยื่นรับเงินเดือนละ 100,000-200,000 บาท)จากบริษัทฯดังกล่าว จนทำให้พวกตนเนื่องจากมีข้อมูลหักลดหย่อนภาษีเงินได้ปรากฏในระบบการเสียภาษี จนทำให้พวกตนถูกตัดสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ปี 2569

ล่าสุดเมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปสอบถามสำนักงานสรรพากรอำเภอเมืองชัยภูมิ ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่ามีชาวบ้านกว่า 100 ราย ในตำบลโคกสูง อ.เมืองชัยภูมิ ถูกนำชื่อถูกบริษัทฯดังแห่งหนึ่งตั้งอยู่ ถ.สี่พระยา แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก จ.กรุงเทพฯ นำรายชื่อไปรับเงินค่าส่งเสริมการตลาด ของแต่ละเดือนกว่าเดือนละสองแสนบาท(200,000 บาท) จนเป็นเหตุทำให้ชาวบ้านนับ100 ราย ถูกตัดสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ปี 2569 เนื่องจากมีข้อมูลหลักฐานการหักลดหย่อนภาษีเงินได้ปรากฏในระบบการเสียภาษี ของกรมสรรพากรฯ

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่1 บ้านโคกสูง ต.โคกสูง องเมือง จ.ชัยภูมิ บ้านของนางเปี่ยม ศิริรวง อายุ 67 ปี

สอบถามคุณยายเปี่ยม ทราบว่าฯเคยได้สิทธิ์บัตรคนจนมาโดยตลอดหลายปี อาศัยอยู่ในบ้านพักเก่าๆเลี้ยงสามีที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก ไม่มีรายได้อย่างอื่น ต้องอาศัยเงินยังชีพจากเงินผู้สูงอายุ 2 ตายาย เดือนละ 1,200 บาท เท่านั้น สภาพบ้านของคุณยายเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง เก่าๆฝาบ้านทำด้วยสังกะสีเป็นรู สภาพการเป็นอยู่แล้นแค้น ไม่มีเตาแก๊สในการหุงอาหารเพราะไม่มีเงินไปซื้อแก๊ส ต้องหาตัดไม้ฟื้นมาหุงหาอาหาร

สอบถามยายเปี่ยม ทราบว่ารอบที่แล้วเคยได้เงินบัตรคนจนไว้ซื้อหาอาหารในการยังชีพ ยายเปี่ยม เคยได้สิทธิ์มาโดยตลอด เมื่อถามว่าทำไหมจึงถูกตัดสิทธิ์ ทราบว่าก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้วได้มีบริษัทฯไปแจ้งหักภาษีให้ลูกจ้าง ส่งเสริมการขาย ของคุณยายเปี่ยม เดือนมกราคม-เดือนธันวาคม 2568 197,663.33บาท ภาษี ณ ที่จ่ายจำนวน 5,929.90 บาท ซึ่งมีการจ่ายเงินทุกวันสิ้นเดือนของแต่ละเดือน ตั้งแต่ ต.ค.2568-ธ.ค.2568 และเมื่อปี 2569 มีการจดเสียภาษี รวมจำนวนเงิน 244,909.05 บาท ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจำนวน 7,347.28 บาท เดือนมกราคม2569-เดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งมีการจ่ายเงินทุกวันสิ้นเดือนของแต่ละเดือน

ฃเมื่อไปตรวจสอบสิทธิ์ที่ธนาคารฯจึงไม่ผ่านและเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ไปอุทรขอใช้สิทธิ์ที่สำนักงานสรรพากร อำเภอเมืองชัยภูมิ จึงทราบเรื่องดังกล่าว และเจ้าที่สรรพากรได้ให้ยายเปี่ยมพร้อมชาวบ้านอีก4-5คนได้ พากันเหมารถสามล้อเครื่องสกายแล๊ป คนละ100 บาท ไปแจ้งความที่สภ.เมืองชัยภูมิดังกล่าวและขณะนี้พบว่าได้มีเจ้าหน้าที่จากอำเภอเมือง มาเอาข้อมูลไปและขณะนี้ยังพบว่ายังไม่ได้รับบัตรคนแต่อย่างใด

“ตนรู้สึกเสียใจและตกใจมากเพราะเราไม่ได้มีฐานะร่ำรวยตามที่ระบบตรวจสอบพบและไม่เคยรู้จักกับบริษัทฯดังกล่าวและก็ไม่รับเงินรับทองจากบริษัทฯดังกล่าวเลยแม้แต่บาทเดียว เมื่อทราบเรื่องจึงพากันเหมาสามล้อเครื่องฯคนละ100บาท ไปตระเวนยื่นอุทธรณ์ เพราะกังวลว่าจะไม่ทันหรือไม่ได้สิทธิ์คืน หากเป็นไปได้ ก็อยากวอนขอให้ทางรัฐบาลช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง ทบทวนสิทธิ์สวัสดิการ ให้ด้วย” ยายเปี่ยม กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...