รวยแต่สายไปแล้ว! ผัวเมียออมเงินเกษียณได้ 7.6 ล้าน สุดท้ายเสียใจหนักเพราะสิ่งนี้
เก็บเงินจนรวยแต่ไม่มีความสุข! เปิดอุทาหรณ์ตายายอดออมเงินเกษียณจนได้ 7.6 ล้าน วันนี้เสียน้ำตาเมื่อรู้ความจริง
การวางแผนการเงินและประหยัดอดออมเพื่อไว้ใช้ในวัยเกษียณถือเป็นเรื่องที่ดีและจำเป็นอย่างยิ่ง ทว่าบางครั้งการ "เขียม" จนตึงเครียดและเลื่อนความสุขในชีวิตออกไปเรื่อย ๆ ก็อาจกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
เหมือนอย่างคู่รักชาวญี่ปุ่นคู่หนึ่ง ที่แม้จะสามารถเก็บเงินก้อนโตและปลดหนี้สินได้ทั้งหมดเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ แต่กลับต้องมานั่งเสียใจภายหลังเพราะไม่เหลือร่างกายที่แข็งแรงพอจะใช้เงินก้อนนั้นแล้ว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอุทาหรณ์สอนใจของคู่สามีภรรยาชาวญี่ปุ่นที่แต่งงานกันมานานกว่า 45 ปี โดยฝ่ายสามีชื่อ "มาซาฮิโระ" และภรรยาชื่อ "โนริโกะ" ทั้งสองคนใช้ชีวิตอย่างประหยัดมัธยัสถ์มาโดยตลอดนับตั้งแต่ยังหนุ่มสาว
พวกเขาจำกัดการออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านเฉพาะวันครบรอบ ซื้อเฉพาะเสื้อผ้าที่จำเป็น และหากจะไปเที่ยวก็เลือกเฉพาะทริปใกล้ ๆ ที่เดินทางไปกลับได้ในวันเดียวเท่านั้น
กังวลตัวเลขขาดดุลวัยเกษียณ ปฏิเสธทุกคำชวนท่องเที่ยว
เหตุผลที่ทำให้สองสามีภรรยาไม่กล้าใช้เงิน มาจากสถิติ "การสำรวจครัวเรือน" ของกระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสารของญี่ปุ่น ที่พบว่าคู่รักวัยเกษียณอายุ 65 ปีขึ้นไปที่ไม่ทำงาน มีรายได้เฉลี่ยหลังหักภาษีประมาณ 222,000 เยนต่อเดือน (ประมาณ 46,000 บาท) แต่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยถึง 264,000 เยนต่อเดือน (ประมาณ 54,000 บาท)
ทำให้เกิด "ภาวะขาดดุล" เฉลี่ยเดือนละ 42,000 เยน (ประมาณ 8,700 บาท) จนหลายคนต้องดึงเงินออมออกมาใช้ประทังชีวิต
ความกังวลนี้ทำให้มาซาฮิโระคอยเตือนตัวเองและภรรยาเสมอว่า "ห้ามใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเด็ดขาด" เวลาเพื่อนฝูงชวนไปเที่ยวพักผ่อน เขามักจะปฏิเสธด้วยคำว่า "ไว้ค่อยไปวันหลัง" เสมอ
แม้กระทั่งตอนที่โนริโกะผู้เป็นภรรยาอยากไปเที่ยวต่างประเทศกับกลุ่มเพื่อนสาว เขาก็มักจะยกเหตุผลเรื่อง "ยังมีภาระค่าการศึกษาของลูก" หรือ "ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังเกษียณ" มายกเลิกทริปของเธอ จนกลายเป็นความคุ้นชินในการ "เลื่อนความสุข" ไปไว้ในอนาคต
iStockphoto
ปลดหนี้หมด-ออมเงินได้ 37 ล้านเยน แต่ร่างกายกลับพังจนไร้ความสุข
ความอดทนและประหยัดตลอดหลายสิบปีประสบความสำเร็จด้วยดี ทั้งคู่สามารถส่งเสียลูก ๆ 2 คนจนเติบโต และผ่อนบ้านจนหมดสิ้น เมื่อถึงวัยเกษียณ พวกเขามีเงินออมรวมกันสูงถึง 37 ล้านเยน (ประมาณ 7.6 ล้านบาท) แถมยังมีเงินบำนาญเข้ามาให้ใช้จ่ายอีกเดือนละ 250,000 เยน (ประมาณ 51,000 บาท) ซึ่งถือว่าสุขสบายและไม่มีปัญหาเรื่องการเงินเลยแม้แต่น้อย
ทว่าความจริงอันน่าเศร้าก็มาถึง เมื่อสุขภาพร่างกายของโนริโกะผู้เป็นภรรยาเริ่มทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ ตามวัย สังขารไม่อำนวยให้เธอสามารถออกไปใช้ชีวิต ท่องเที่ยวชมธรรมชาติ หรือเดินทางไกลตามที่เคยฝันไว้ได้อีกต่อไป
เงินก้อนโตที่ร่วมกันเก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตจึงกลายเป็นเพียงตัวเลขในบัญชีที่ไม่สามารถซื้อความสุขในแบบที่ต้องการกลับคืนมาได้ จนทำให้ทั้งคู่รู้สึกเสียใจและเสียดายช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก