โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

นักวิทย์เยอรมนี ประสบความสำเร็จ ทำ “การพัวพันเชิงควอนตัม” ในระยะ 33 กิโลเมตร ไกลที่สุดเท่าที่มีบันทึกมา

CatDumb

เผยแพร่ 17 ก.ค. 2565 เวลา 16.05 น. • CatDumb - แคทดั๊มบ์ | เล่าเรื่องน่าสนใจ ในแบบที่แมวก็เข้าใจง่ายๆ

เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ "การพัวพันเชิงควอนตัม" หรือ "Quantum entanglement" กันมาก่อนไหม

นี่คือปรากฏการณ์ที่อธิบายแบบง่ายๆ ได้ว่า อนุภาค 2 ตัวจะสามารถส่งผลกระทบต่อกันและกันได้ แม้จะอยู่ห่างกันเพียงใดก็ตาม ซึ่งคาดกันว่าหากเราควบคุมมันได้จะนำไปสู่เทคโนโลยีแบบสื่อสารข้ามดวงดาวแบบเรียลไทม์ได้เลย

ปัญหาคือการพัวพันเชิงควอนตัมที่มนุษย์ทำได้นั้น ที่ผ่านมายังมีระยะห่างไม่มากอย่างที่เราคิดก็เท่านั้น

ดังนั้น การทดลองครั้งล่าสุดของประเทศเยอรมนีจึงกำลังเป็นที่จับตามองของโลกเลย เพราะพวกเขาสามารถคงสภาพการพัวพันเชิงควอนตัม ในอนุภาคที่อยู่ห่างกันถึง 33 กิโลเมตรเลย

โดยในการทดลองนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้แยกอะตอมสองตัวให้อยู่ห่างกันราวๆ 700 ก่อนที่จะเพิ่มระยะห่างจนเป็น 33 กิโลเมตร ด้วยการอาศัยสายไฟเบอร์แบบพิเศษ และใช้เลเซอร์กระตุ้นอะตอมทั้งสอง

เกิดเป็นพลังงานซึ่งจะถูกปล่อยออกมาในรูปของโฟตอน วิ่งตามความยาวสายไฟเบอร์ไปชนกันตรงกลาง และสร้างการพัวพันเชิงควอนตัมของอะตอมขึ้นในที่สุด

ซึ่งความสำเร็จนี้ ก็ทำให้การทดลองดังกล่าว กลายเป็นการทดลองการพัวพันเชิงควอนตัมที่มีระยะห่างไกลที่สุดเท่าที่เราเคยทำได้เลย

เรียกได้ว่าแม้ผลการทดลองนี้จะยังไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากมายนักในปัจจุบัน แต่เป็นก้าวสำคัญอีกก้าวที่จะนำมนุษย์ไปสู่เทคโนโลยีควอนตัมในอนาคตเลยก็ไม่ผิดนัก

ที่มา

www.nature.com/articles/s41586-022-04764-4

newatlas.com/telecommunications/quantum-entanglement-atoms-distance-record/

www.tweaktown.com/news/87290/record-distance-for-quantum-entanglement-set-atoms-20-miles-apart/index.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...