โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รอยดำ คืออะไร? แล้วจะรักษาได้อย่างไร? inzpy มีคำตอบ

Inzpy

อัพเดต 25 มี.ค. 2565 เวลา 13.01 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 13.01 น. • INZPY.COM

รอยดำ คืออะไร? แล้วจะรักษาได้อย่างไร? inzpy มีคำตอบ - การมีตำหนิบนใบหน้าไม่ใช่เรื่องที่แย่ แต่มันเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกรําคาญสำหรับใครหลายคนที่ต้องคอยกลบคอยปิดรอยต่าง ๆ โดยเฉพาะรอยดำที่มีความปกปิดยากเป็นพิเศษ เพราะจะกลบอย่างไรก็ยังมองเห็นทะลุเครื่องสำอางออกมาอยู่ดี ทำให้บางคนจะต้องทำการแต่งหน้าให้หนาขึ้นกว่าปกติ ซึ่งอาจจะทำให้การใช้ชีวิตที่ต้องใส่หน้ากากตลอดเวลามีความลำบากมากขึ้นอีกด้วย

ทุกคนจะรับมือกับปัญหารอยดำในบางช่วงของชีวิตได้แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นหลังจากใช้เวลาอยู่กลางแดดมากเกินไปทำให้เกิดฝ้ากระ หรือหลังเกิดสิวมาก ๆ ทำให้เกิดรอยแดง และจะเปลี่ยนเป็นรอยดำในที่สุด! ในบทความนี้ Inzpy จะพูดถึงประเภทของรอยดำประเภทต่าง ๆ และวิธีที่จะทำให้มันหายไปจากผิวหน้าของเราได้อย่างไรไปดูกันเลย

“รอยดำ” คืออะไร?

รอยดำเป็นส่วนเกินของเมลานินในผิวหนังซึ่งทำให้ผิวคล้ำขึ้นในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ นอกจากนี้ยังสามารถเกี่ยวข้องกับการที่ร่างกายสลายเมลานินส่วนเกิน + ฮอร์โมน ซึ่งเกี่ยวข้องกับตับ ในการแพทย์แผนจีน hyperpigmentaiton เกิดจาก Qi + Blood Stagnation ตับควบคุมการไหลเวียนของ Qi ในร่างกายอย่างอิสระ และหากการไหลเวียนไม่ถูกต้องจะทำให้ฮอร์โมนและเมลานินหยุดนิ่ง เช่นเดียวกับ Western Medicine รอยดำที่เกิดขึ้นบนใบหน้ามี 4 ประเภท คือ …

อาการอักเสบบนผิวหน้า

ราวกับว่าการเกิดสิวหรือการมีสิวยังไม่เลวร้ายพอสำหรับชีวิตเรา สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือการเหลือรอยดำที่เรียกว่า Post Inflammatory Hyperpigmentation (PIH) สีของรอยตำหนิอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปแล้วคนที่มีโทนผิวที่เข้มกว่ามักจะสร้างเม็ดสีได้ง่ายกว่ามาก เพราะมีเมลานินในผิวอยู่แล้วตั้งแต่เริ่มต้น วิธีการรักษาและเวลาในการรักษาอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งมันสามารถหายไปเองได้แบบไม่ต้องใช้การรักษาแต่ก็อาจจะใช้เวลาหลายวันเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนเพื่อให้หายเป็นปกติ สำหรับใครที่ใจร้อนก็อาจจะใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยดำที่มีวางขายตามท้องตลาดได้เลย

รอยดำ

ฝ้า (melasma)

ยังเป็นที่รู้จักกันในนาม Pregnancy Mask รอยดำประเภทนี้เกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย และสามารถปรากฏเป็นหย่อมที่ใหญ่ขึ้นบนผิวหนัง มักจะอยู่ที่ริมฝีปากบน หน้าผาก หรือแก้มบน / ใต้ตา แม้ว่าจะเรียกว่าฝ้าจากการตั้งครรภ์ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงจำนวนมากที่ใช้ยาคุมกำเนิด เนื่องจากมีฮอร์โมนในร่างกายมากเกินไปที่ตับของคุณมีปัญหาในการกำจัด รอยดำประเภทนี้เป็นหนึ่งในการรักษาที่ยากที่สุด

ความเสียหายจากแสงแดด

แดดเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับใครที่มีผิวบอบบาง เพราะจะทำให้เกิดรอยดำที่เรียกว่า กระแดด (Solar Lentigines) เป็นจุดหมองคล้ำบนผิวที่เกิดจากการสัมผัสกับรังสีอัลตราไวโอเล็ต (Ultraviolet; UV) เป็นเวลานาน จุดกระแดดสามารถเกิดได้ทุกวัยและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แม้ว่ากระแดดมักจะส่งผลต่อผู้ที่มีผิวสว่าง แต่ทุกคนก็สามารถมีกระแดดได้

กระ (FRECKLES)

ฝ้ากระเป็นกลุ่มเล็กๆ ของรอยดำที่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เกิดในช่วงหลังของชีวิต หรือคนที่มีอายุมาก ๆ โดยเฉพาะในวัยชรา มักมีสีเข้มขึ้นและมีความเข้มข้นมากขึ้นเมื่อสัมผัสกับแสงแดด สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ในร่างกาย แขน ขา และใบหน้า

รอยดำ

การรักษา

การรักษาอาจรวมถึงตัวเลือกวิธีการต่าง ๆ มากมาย เช่น การลอกผิวด้วยสารเคมี เลเซอร์ กรด หรือเรตินอล ควบคู่ไปกับการรักษาธรรมชาติอื่น ๆ เช่น การฝังเข็มเพื่อความงาม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากพฤกษศาสตร์ และการกลิ้งเดอร์มา วิธีการรักษาที่ง่ายที่สุดคือ การหลีกเลี่ยงแสงแดดที่มากเกินไป และทาครีมกันแดดเป็นประจำ! สิ่งสำคัญไม่ว่าคุณจะใช้วิธีการรักษาแบบใดแต่คุณยังโดนแดดเป็นประจำก็ไม่สามารถทำให้รอยดำนั้นหายขาดได้

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ควรใช้ในการช่วยลดรอยดำได้คือ ROSEHIP OIL ซึ่งมีวิตามินเอสูง และดีต่อการสร้างเซลล์ใหม่ RETINOL/RETINOID ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอที่ส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิวใหม่ในอัตราเร่ง ซึ่งมีเอ็นไซม์ปาเปนที่มหัศจรรย์ในการผลัดเซลล์ผิว+ปรับผิวให้กระจ่างใส GLYCOLIC ACID ทำงานได้ดีในการทำให้ผิวเรียบเนียน + ขัดผิวรวมทั้งกระตุ้นคอลลาเจน

น้ำมันหอมระเหยจาก FRANKINCENSE + GERANIUM ทำงานได้อย่างมหัศจรรย์ในการลดการอักเสบ ทำให้ผิวสว่างขึ้นและช่วยในการสร้างเซลล์ใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้รอยดำลดลง ลองหยดแต่ละหยดลงในน้ำมันโรสฮิปตอนกลางคืนเพื่อตื่นมาพบกับผิวที่เปล่งปลั่งในตอนเช้า

รอยดำ

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...