โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรามาอย่างเป็นมิตร! นักประดิษฐ์ คิดค้น แมลงสาบนักกู้ภัย ใช้มุดเข้าซากตึกหากเกิดภัยพิบัติ

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 31 มี.ค. 2565 เวลา 13.56 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2565 เวลา 06.56 น. • Bright Today

นักประดิษฐ์ คิดค้น แมลงสาบนักกู้ภัย ติดหุ่นยนต์ไว้ที่หลัง ก่อนใช้มุดเข้าซากตึกหากเกิดภัยพิบัติ ใช้เวลาพัฒนามากว่า 15 ปี ทดสอบแล้วแม่นยำ 87%

หลายคนอาจมองว่า แมลงสาบ เป็นแมลงที่สกปรกและน่าเกลียด เห็นเป็นไม่ได้หากคนเจอไม่วิ่งหนีก็ต้องหาอะไรมาตีให้เละ ซึ่งความน่ากลัวของมันก็คือสามารถอยู่ได้ทุกที่มีการปรับตัวให้อยู่รอดได้ เคยสังเกตมั้ยว่าหากฉีดยาใส่มันแล้วมันไม่ตายนั่นก็แปลว่ามันสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านสารพิษได้ ว่ากันว่าหากเกิดสงครามนิวเคลียร์พวกมันก็จะเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์อันดับต้นๆที่รอดพ้นจากการสูญพันธุ์ โดยการหลบซ่อนตามซากตึกซอกหลืบต่างๆ

ด้วยเหตุนี้เองทาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง สิงคโปร์ ได้ค้นคว้าศึกษาและพัฒนาเกี่ยวกับการนำทักษะของแมลงสาบมาปรับใช้กับหุ่นยนต์เพื่อใช้ในการกู้ภัย โดย ดร.ฮิโรทากะ ซาโตะ เป็นผู้คิดค้นเอาคุณสมบัติการส่งเสียงขู่ของแมลงสาบมาดากัสการ์ มาผนวกกับหุ่นยนต์ ที่พัฒนามามากกว่า 15 ปี เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการช่วยค้นหาสิ่งมีชีวิตผ่านซากปรักหักพัง 

scaquarium.org

โดยจะนำหุ่นยนต์ที่เป็นรูปทรงเหมือนกระเป๋าเล็กๆติดบนหลังของแมลงสาบ ในสถานที่ที่มนุษย์เข้าไปไม่ถึง อย่างใต้ซากตึกถล่ม หรือสถานที่ที่เกิดภัยพิบัติ เมื่อมันพบสิ่งมีชีวิต เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว ตรวจจับความร้อน และระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของสิ่งมีชีวิต ก็จะแจ้งเตือนขึ้นมาให้เจ้าหน้าที่รับรู้และเตรียมการช่วยเหลือในขั้นต่อไป จากการทดลองนั้นพบว่า แมลงสาบตัวนี้สามารถตรวจจับมนุษย์ได้ถูกต้องแม่นยำถึง 87% ซึ่งทาง ดร.ฮิโรทากะ กล่าวว่าหากใช้เวลาพัฒนาอีกสักหน่อยจะสามารถวางขายได้ภายในเวลา 5 ปี และเชื่อว่ามันจะต้องช่วยเหลือคนได้อย่างแน่นอน

ข้อมูลจาก ladbible.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...