โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ จวก ‘ประธานสภา’ ทำตัวเป็นกลางแล้วหรือไม่

เดลินิวส์

อัพเดต 23 พฤษภาคม 2569 เวลา 23.38 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ผู้นำฝ่ายค้าน” จวก “ประธานสภา” อ้างญัตติพรรคประชาชนเสนอตั้ง กมธ.วิสามัญติดตามใช้เงินกู้ฟังไม่ขึ้น ถามประธานสภาทำตัวเป็นกลางแล้วหรือไม่ ส่วนกรณี DSI ขอตัว “ชนนพัฒฐ์” มองสภาไม่ควรปกป้องคนที่ทำผิด

เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 23 พ.ค. ที่วัดอุดมรังสี เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้รอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทก่อนจึงจะบรรจุญัตติได้ พร้อมระบุว่าการที่พรรคประชาชนเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้เงิน ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ฝ่ายบริหารยังไม่ได้ใช้เงินนั้น ว่า แม้ว่าอำนาจการวินิจฉัยจะอยู่ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนเดียวก็จริง แต่เรื่องนี้ตนและพรรคประชาชนมองว่าเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นรีบด่วน เนื่องจากตัว พ.ร.ก. มีผลบังคับใช้ไปแล้ว และคณะรัฐมนตรีก็เริ่มส่งโครงการต่างๆ เข้ามากลั่นกรองผ่านคณะกรรมการของ พ.ร.ก.ชุดนี้แล้ว และต้องบอกว่าช่องทางการกลั่นกรองนี้เป็นช่องทางที่พิเศษ

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เพราะปกติการใช้จ่ายงบประมาณต้องมีการเสนอผ่านสภา เข้ามาเป็นขั้นตอน แต่เมื่อเป็น พ.ร.ก.เงินกู้นี้ออก จึงทำให้ขั้นตอนการใช้จ่ายงบประมาณอยู่ที่ฝ่ายบริหารเพียงฝ่ายเดียว ฉะนั้นจึงมองไม่เห็นเหตุผลที่จะไม่ให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญขึ้นมาเพื่อติดตามการใช้งบประมาณในส่วนนี้ เว้นแต่มีเหตุผลที่ไม่อยากให้สภาเข้าไปตรวจสอบ

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่เพราะเหมือนมีการใช้ประธานสภา หรือเวทีสภามาขวาง และจะเดินเกมอย่างไรเพื่อให้ทันเกม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องบอกว่าประธานสภา ไม่ว่าจะมาจากพรรคใด แต่เมื่อมาดำรงตำแหน่งประธานสภา แล้วต้องธำรงตนเป็นกลางและวินิจฉัยตามข้อบังคับแบบตรงไปตรงมา ซึ่งสิ่งที่ประธานสภาออกมาให้ข้อคิดเห็นและวินิจฉัยไปแล้วว่าไม่ใช่เรื่องด่วนและให้เหตุผลว่าต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น ตนมองว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เพราะระหว่างที่รอศาลรัฐธรรมนูญนั้น พ.ร.ก. มีการบังคับใช้แล้วรวมถึงรัฐบาลก็เริ่มกระบวนการใช้เงินไปแล้ว

“ฉะนั้น การจะมาอ้างว่าไม่ใช่เรื่องด่วน และต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงจะนำญัตติเข้าได้ เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เรื่องนี้จึงอยากเรียกร้องให้ประธานสภา ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด” นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ประธานสภาบอกว่าใช้เงินเป็นของฝ่ายบริหารไม่เกี่ยวกับสภา นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากประธานสภา ตอบเช่นนั้นจริงๆ ก็ต้องกลับไปถามว่าแล้วตกลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีก็ไม่ต้องนำเข้าสภาเลยใช่หรือไม่ อย่าลืมว่าหน้าที่ของสภา คือการตรวจสอบงบประมาณทุกบาททุกสตางค์

เมื่อถามถึง กรณีที่จะมีการเตรียมเสนอญัตติเกี่ยวกับเรื่องแลนด์บริดจ์เข้าสู่การพิจารณาของสภานั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อะไรที่รัฐบาลผลักดันก็อาจจะได้รับไฟเขียว อะไรที่รัฐบาลไม่อยากให้มีการตรวจสอบก็อาจจะได้รับการชะลอหรือไม่เข้าสภา จึงเป็นเหตุผลที่ตนพยายามตั้งคำถามและตั้งข้อสังเกตว่าตกลงแล้วประธานสภา ได้วางตัวเป็นกลาง วินิจฉัยญัตติหรือวาระต่างๆ ในสภาอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณี ที่ DSI ขอหนังสือส่งตัวจากสภาผู้แทนราษฎร นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม โดยจะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภา เพื่อขอความเห็น ว่า ก็ต้องดูเป็นรายกรณีไป ซึ่งในกรณีนี้เห็นได้ชัดว่า เป็นคนที่กระทำความผิด สภาก็ไม่ควรจะปกป้อง ก่อนหน้านี้เคยมีทั้งการขอตัวระหว่างสมัยประชุมหรือต้องอนุมัติในที่ประชุม เพื่อเป็นกลไกที่ป้องกันการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง แต่ถ้าเจ้าตัวกระทำความผิดจริงๆ ก็ไม่มีเหตุผลที่สภาจะต้องปกป้อง

เมื่อถามว่าหลายคนมองว่านายชนนพัฒฐ์ อาจไม่อยู่ในประเทศแล้ว นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ เป็นหน้าที่ของคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ก็ต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาที่สุดอยู่แล้ว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...