โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

“โลหิตจาง” ภัยเงียบทำให้ IQ เด็กลดลง กระทบการเรียนรู้ระยะยาว

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เด็กปฐมวัยเป็นวัย นับได้ว่าเป็นวัยที่เจริญเติบโตรวดเร็วที่สุด ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา ฯลฯ แต่ใครจะรู้ว่าอาจมี "ภัยเงียบ" อย่างหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ และคอยกัดกินศักยภาพอย่างไม่รู้ตัว นั่นคือ ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia: IDA)

เรื่องนี้เปรียบเสมือนกำแพงล่องหนที่ขวางกั้นพัฒนาการทั้งทางร่างกายและสมอง โดยที่เด็กส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรกเริ่ม และภาวะนี้ได้กลายเป็นภารกิจสำคัญที่หน่วยงานสาธารณสุขและภาคเอกชน ที่จะต้องร่วมมือกันเพื่อปกป้องอนาคตของชาติ

"ดานอน" ประเทศไทย ในฐานะภาคเอกชน และกรมอนามัย จึงจัดงานวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสุขภาพ ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญบนเวทีคือ ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia: IDA) ในเด็กปฐมวัย

ระวังเด็กวัย 5 ขวบ กับพัฒนาการทางสมอง

ข้อมูลในเวทีเสวนาหัวข้อ “ซีดในเด็กปฐมวัย โลหิตจางในวัยเยาว์ โลกไม่เศร้า เราช่วยได้” ระบุว่า ภาวะ IDA เป็นภาวะขาดสารอาหารที่พบบ่อยที่สุดในเด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี แต่มักถูกละเลย หากไม่ได้รับการดูแลแต่เนิ่น ๆ จะส่งผลกระทบถาวรต่อทั้งการเจริญเติบโต พัฒนาการทางร่างกาย และที่สำคัญที่สุดคือ พัฒนาการทางสมอง

บรรยากาศ จัดงานวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18

นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่าภาวะซีดยังเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขที่ต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต เนื่องจากเด็กมักไม่มีอาการแสดงชัดเจน แต่ส่งผลเสียระยะยาว ซึ่งปัญหานี้พบได้มากที่สุดในเด็กเล็กช่วงวัย 0-5 ปี

ข้อมูลสถิติที่น่ากังวลและผลกระทบต่อ IQ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงลัดดา เหมาะสุวรรณ อาจารย์พิเศษ สาขาวิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่าข้อมูลจากโครงการ SEANUTS II (2563-2564) พบตัวเลขที่น่าตกใจ เด็กไทยอายุ 6-11 เดือน มีภาวะโลหิตจางสูงถึงร้อยละ 56.6 และเด็กวัย 1–3.9 ปี พบร้อยละ 35.2 ซึ่งสาเหตุหลักกว่าร้อยละ 62-81 มาจากการขาดธาตุเหล็ก ผลกระทบที่น่ากลัวที่สุดคือ ระดับ IQ อาจลดลงได้ถึง 5-10 จุดอย่างถาวร ซึ่งการมาเสริมธาตุเหล็กภายหลังอาจไม่สามารถดึงระดับ IQ ให้กลับคืนมาได้เท่าเดิม

ทั้งนี้ ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในวัยทารก แม้จะไม่เห็นอาการชัดเจนในช่วงแรก แต่หากไม่ได้รับการรักษาแก้ไข จะส่งผลต่อพัฒนาการทางสมอง โดยอาจทำให้ระดับ IQ ลดลงได้ถึง 5-10 จุด ซึ่งส่งผลอย่างถาวรต่อการเรียนรู้ของเด็กๆ และการเสริมธาตุเหล็กอาจไม่ได้เพิ่มระดับ IQ ได้สูงเท่าระดับข้างต้น การให้อาหารตามวัยแก่ทารกที่ถูกต้องเหมาะสมและการตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจางจึงมีความสำคัญยิ่ง

เวทีเสวนาหัวข้อ “ซีดในเด็กปฐมวัย โลหิตจางในวัยเยาว์ โลกไม่เศร้า เราช่วยได้”

แนวทางการคัดกรองด้วยเทคโนโลยี

วิธีมาตรฐาน: ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยแนะนำให้ตรวจเลือด (CBC/Hb/Hct) ในช่วงอายุ 6-12 เดือน และ 3-5 ปี โดยเฉพาะเด็กกลุ่มเสี่ยง เช่น น้ำหนักน้อย เลือกกิน หรือมีประวัติธาลัสซีเมีย

นวัตกรรมใหม่: คือการนำเครื่องมือตรวจวัดระดับฮีโมโกลบินผ่านปลายนิ้ว แบบไม่ต้องเจาะเลือด มาใช้ ซึ่งเป็นมิตรต่อเด็กและผู้ปกครองมากขึ้น จากการศึกษาในเด็ก 2,000 คน พบว่ามีความเสี่ยงภาวะโลหิตจางมากกว่า 1 ใน 3 ซึ่งเทคโนโลยีนี้ช่วยให้การคัดกรองเบื้องต้นทำได้รวดเร็วและกว้างขวางขึ้น

การป้องกันภาวะโลหิตจาง จากการขาดธาตุเหล็ก

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสุชาอร แสงนิพันธ์กูล สาขาวิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า พ่อแม่สามารถป้องกันภาวะนี้ได้ง่าย ๆ โดยการให้เด็กทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ เลือดสัตว์ เนื้อแดง และผักใบเขียว ควบคู่กับผลไม้ที่มีวิตามินซีเพื่อช่วยดูดซึม นอกจากนี้ ควรให้เด็กได้รับยาน้ำเสริมธาตุเหล็กตามมาตรการของกรมอนามัยตั้งแต่อายุ 6 เดือน – 5 ปี และเข้ารับการตรวจคัดกรองตามช่วงวัยอย่างสม่ำเสมอ

"การสนับสนุนจากภาคเอกชนและเครือข่ายสุขภาพ ดานอน ประเทศไทย ได้สนับสนุนเครื่องมือตรวจคัดกรองแบบไม่เจาะเลือดจำนวน 9 เครื่อง ภายใต้โครงการ “เด็กฉลาดด้วยธาตุเหล็ก (Smart Kids with Iron)” โดยนำไปใช้ในศูนย์อนามัยครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เช่น เชียงใหม่, นครสวรรค์, ราชบุรี, ชลบุรี, นครราชสีมา, อุบลราชธานี, นครศรีธรรมราช, ยะลา และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง เพื่อให้เด็กเข้าถึงการตรวจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น"

นายแดนิช ราห์มัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดานอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยและลาว

ด้าน นายแดนิช ราห์มัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดานอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยและลาว กล่าวว่า การให้ความสำคัญกับโภชนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต การดูแลเชิงป้องกันและการตรวจคัดกรองตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เด็กทุกคนเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ

"ดานอนเชื่อว่า สุขภาพที่ดีของเด็กต้องเริ่มต้นจากการดูแลและป้องกันตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต การดูแลเชิงป้องกันด้วยการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและการให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ดูแล จึงเป็นหัวใจสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพเด็กในระยะยาว"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...