โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หญิงดื่มน้ำถั่วเขียววันละ 1.5 ลิตร เพียงแค่ 3 วันรู้เรื่องเลย

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

น้ำถั่วเขียวเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนนิยมดื่ม โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อน เพราะให้ความสดชื่นและมีคุณค่าทางโภชนาการ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ ก็อาจไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวและต้องรับประทานยาต่อเนื่อง

สื่อจีนรายงานกรณีของหญิงรายหนึ่งในเมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ซึ่งมีประวัติป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและรับประทานยาควบคุมความดันเป็นประจำ โดยเธอต้มน้ำถั่วเขียวดื่มวันละประมาณ 1,500 มิลลิลิตร ติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน ก่อนมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง อาเจียน และหมดสติ เมื่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่ามีภาวะเลือดออกในสมอง

แพทย์ผู้ดูแลระบุว่า สารบางชนิดในถั่วเขียวอาจรบกวนการดูดซึมของยาลดความดันโลหิตบางประเภท ขณะเดียวกันถั่วเขียวยังมีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ จึงอาจทำให้ยาและสารเมตาบอไลต์บางส่วนถูกขับออกจากร่างกายเร็วขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาลดลงได้ โดยเฉพาะเมื่อดื่มในปริมาณมากและต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า กรณีดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าถั่วเขียวเป็นอันตรายต่อทุกคน เพราะถั่วเขียวเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ สารพฤกษเคมี และสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่สำหรับผู้ที่รับประทานยาประจำ การบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มบางชนิดในปริมาณมากผิดปกติ อาจส่งผลต่อการดูดซึม การเผาผลาญ หรือการขับยาของร่างกาย จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า กลุ่มที่ควรระวังการดื่มน้ำถั่วเขียวในปริมาณมาก ได้แก่ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่รับประทานยาลดความดันเป็นประจำ ผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาลดน้ำตาลในเลือด รวมถึงผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานอาหารอย่างกะทันหัน อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาได้

นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่ต้องจำกัดปริมาณน้ำหรือแร่ธาตุ ผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายโรค ก็ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน หากต้องการดื่มเป็นประจำ

สำหรับคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถดื่มน้ำถั่วเขียวได้ในปริมาณพอเหมาะ แต่ไม่ควรดื่มแทนน้ำเปล่าตลอดทั้งวัน หรือดื่มครั้งละมาก ๆ ต่อเนื่องหลายวัน เพราะแม้อาหารจะมีประโยชน์ แต่หากบริโภคมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ผู้ที่รับประทานยาประจำควรเว้นช่วงระหว่างการดื่มน้ำถั่วเขียวกับการรับประทานยาอย่างน้อย ประมาณ 2 ชั่วโมง และไม่ควรดื่มเกิน ประมาณ 200 มิลลิลิตรต่อวัน หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาหลายชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

อีกประเด็นที่ควรระวังคือ การดื่มน้ำถั่วเขียวแช่เย็นจัด โดยเฉพาะในผู้ที่ควบคุมความดันโลหิตได้ไม่คงที่ เพราะอาจทำให้ร่างกายตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดอาการไม่สบายในบางราย

ทั้งนี้ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะเฉียบพลันรุนแรง อาเจียน เวียนศีรษะ แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด ตามัว หรือหมดสติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว

ผู้เชี่ยวชาญสรุปว่า น้ำถั่วเขียวไม่ใช่อาหารต้องห้าม และยังเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์เมื่อบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม แต่กรณีหญิงชาวจีนรายนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สะท้อนว่า ผู้ที่มีโรคประจำตัวและต้องรับประทานยาต่อเนื่อง ไม่ควรเปลี่ยนพฤติกรรมการกินหรือดื่มอาหารชนิดใดในปริมาณมากโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประสิทธิภาพของยาและสุขภาพโดยรวม

ข้อมูลจาก soha

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...